posttoday
ค่าจ้างเพิ่มต่ำสุดรอบ5ปี

ค่าจ้างเพิ่มต่ำสุดรอบ5ปี

01 มีนาคม 2559

ปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงภาวะสังคมไทยในช่วงไตรมาส 4 และภาพรวมปี 2558 โดยระบุว่า สถานการณ์การทำงานในไตรมาส 4 ปี 2558 พบว่าจำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้นเป็น 3.08 แสนคน หรือคิดเป็นอัตราว่างงาน 0.8% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีจำนวนผู้ว่างงาน 2.37 แสนคน หรือคิดเป็น 0.61% ขณะที่ค่าจ้างแรงงานและเงินเดือนภาคเอกชนที่ไม่รวมค่าล่วงเวลาและผลประโยชน์ตอบแทนอื่นเพิ่มขึ้น 1.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเมื่อบวกกับอัตราเงินเฟ้อที่ติดลบ 0.9% ส่งผลให้ค่าจ้างที่แท้จริงเพิ่มขึ้น 2.4%

ปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงภาวะสังคมไทยในช่วงไตรมาส 4 และภาพรวมปี 2558 โดยระบุว่า สถานการณ์การทำงานในไตรมาส 4 ปี 2558 พบว่าจำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้นเป็น 3.08 แสนคน หรือคิดเป็นอัตราว่างงาน 0.8% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีจำนวนผู้ว่างงาน 2.37 แสนคน หรือคิดเป็น 0.61% ขณะที่ค่าจ้างแรงงานและเงินเดือนภาคเอกชนที่ไม่รวมค่าล่วงเวลาและผลประโยชน์ตอบแทนอื่นเพิ่มขึ้น 1.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเมื่อบวกกับอัตราเงินเฟ้อที่ติดลบ 0.9% ส่งผลให้ค่าจ้างที่แท้จริงเพิ่มขึ้น 2.4%

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาค่าจ้างแรงงานในภาคเกษตร พบว่าลดลง 0.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ค่าจ้างนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 1.7% และเป็นอัตราที่เติบโตต่ำสุดในรอบ 5 ปี นอกจากนี้แรงงานยังได้รับโบนัสและค่าล่วงเวลาลดลง โดยมูลค่าการจ่ายโบนัสในปี 2558 ลดลง 35.35% ขณะที่ค่าล่วงเวลาลดลง 16.61% เป็นผลจากกิจกรรมการผลิตที่ชะลอตัวและคำสั่งซื้อที่ลดลง

“การที่ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำและภาวะภัยแล้งทำให้แรงงานในภาคเกษตรเคลื่อนย้ายไปทำงานในสาขาอื่น โดยในปี 2558 มีแรงงานในภาคเกษตรเหลืออยู่ 12.27 ล้านคน ลดลงจากปีก่อนที่มีแรงงานอยู่ 12.73 ล้านคน และพบว่ามีการว่างงานแฝงจากการรอฤดูกาลเพิ่มขึ้น 15.48% อีกทั้งจำนวนผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อนมีสัดส่วนสูงขึ้น” ปรเมธี กล่าว

ปรเมธี ระบุว่า ส่วนสถานการณ์หนี้สินครัวเรือน พบว่าในปี 2558 มีแนวโน้มชะลอตัวลง แต่การผิดนัดชำระหนี้ยังคงเพิ่มสูงขึ้น โดยในช่วงไตรมาส 3 ปี 2558 ครัวเรือนทั่วประเทศมีหนี้สินเท่ากับ 10.84 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็นสัดส่วน 80.8% ของจีดีพี และคาดว่าทั้งปี 2558 หนี้สินครัวเรือนจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 4.5% คิดเป็นสัดส่วน 81% ต่อจีดีพี

“หนี้สินครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นสะท้อนให้เห็นได้จากยอดคงค้างสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ไตรมาส 4 ที่เพิ่มขึ้น 6.3% แต่เป็นอัตราที่ชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อนขยายตัว 6.7% ซึ่งในจำนวนนี้ 50% เป็นหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภคที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ 9.5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.9% และมีสัดส่วนต่อสินเชื่อรวม 2.6%” ปรเมธี กล่าว

ปรเมธี กล่าวว่า ณ สิ้นไตรมาส 4 ปี 2558 หนี้เพื่อการอุปโภคบริโภคที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) มีมูลค่า 9.5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็นสัดส่วนหนี้เสีย 2.6% ของสินเชื่อรวม ซึ่งเป็นอัตราที่ชะลอตัวลงจากไตรมาส 3 ปี 2558 ที่หนี้เพื่อการอุปโภคบริโภคที่เป็นเอ็นพีแอลอยู่ที่ 1 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนหนี้เสีย 2.8% ของสินเชื่อรวม

สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ พบว่ามียอดคงค้าง 3.24 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นสินเชื่อผิดนัดชำระหนี้เกิน 3 เดือน 1.67 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.9% คิดเป็นสัดส่วน 5.2% ต่อยอดหนี้คงค้าง ส่วนสินเชื่อบัตรเครดิตมียอดคงค้าง 3.36 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นสินเชื่อบัตรเครดิตที่ผิดนัดชำระเกิน 3 เดือน 1.04 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.7% และเป็นสัดส่วน 3.1% ต่อยอดคงค้าง

“ตัวเลขหนี้คงค้างสินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิตที่ออกมายังถือว่าน้อย และไม่เป็นอันตรายต่อระบบสถาบันการเงินหรือระบบการเงินโดยรวม โดย สศช.คาดว่าหนี้สินครัวเรือนในปี 2559 จะชะลอตัวลงอีก เพราะสินเชื่อที่สถาบันการเงินปล่อยออกมาส่วนใหญ่จะเป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัยและรถยนต์ ซึ่งสถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ขณะที่การปล่อยสินเชื่อเพื่อการอุปโภคและบริโภคจะน้อยลงตามภาวะเศรษฐกิจ แต่หนี้สินครัวเรือนที่ภาครัฐต้องดูแลให้ดี คือ หนี้สินครัวเรือนในกลุ่มเกษตรกรที่รัฐต้องช่วยดูแลไม่ให้เป็นหนี้นอกระบบจนต้องเสียที่ดินทำกินไป” ปรเมธี กล่าว

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน