posttoday
สัมพันธ์สหรัฐ-อาเซียน แข็งแกร่งอย่างคาดไม่ถึง

สัมพันธ์สหรัฐ-อาเซียน แข็งแกร่งอย่างคาดไม่ถึง

29 กุมภาพันธ์ 2559

โดย...กลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย

โดย...กลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย

สหรัฐและสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) กำลังยกระดับความสัมพันธ์ขึ้นไปสู่อีกระดับ โดยในเดือน พ.ย. 2015 ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและอาเซียนได้ก้าวขึ้นเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อย่างเป็นทางการ ขณะที่การประชุมสุดยอดผู้นำที่ซันนีแลนด์ส ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการจัดการประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐ-อาเซียน บนแผ่นดินสหรัฐ เพื่อต้อนรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ก็ยังถือเป็นหลักชัยสำคัญครั้งใหม่ในความร่วมมือระหว่างกัน โดยการกระชับความสัมพันธ์กับอาเซียนถือเป็นเสาหลักสำคัญในนโยบายการปรับสมดุลของสหรัฐในเอเชีย 

อาเซียนซึ่งมีประเทศไทยเป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้งนั้น นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผลประโยชน์ของสหรัฐ และยังเป็นหุ้นส่วนสำคัญในการรับมือกับความท้าทายทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ซึ่งจากแถลงการณ์ร่วมที่ประชุมสุดยอดซันนีแลนด์ส สหรัฐและอาเซียนเห็นพ้องร่วมกันอย่างชัดเจน ในการเสริมสร้างและสนับสนุนระเบียบในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่อยู่บนพื้นฐานของกฎเกณฑ์ เพื่อให้แต่ละชาติสามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างสันติ และสอดคล้องกับกฎหมายและบรรทัดฐานระหว่างประเทศ

สหรัฐตระหนักถึงความสำคัญของอาเซียน ทั้งในด้านการทูต เศรษฐกิจ และการเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ จึงได้ลงทุนลงแรงอย่างมากในความสัมพันธ์กับอาเซียน โดยในปี 2010 สหรัฐกลายเป็นประเทศแรกนอกกลุ่มอาเซียนที่ตั้งคณะทูตถาวรประจำอาเซียน และแต่งตั้งเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำที่สำนักเลขาธิการอาเซียน ในกรุงจาการ์ตา

ในปี 2009 สหรัฐได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นความตกลงทางการทูตที่เป็นรากฐานของอาเซียน จนเปิดประตูไปสู่การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก
(อีเอเอส) โดยในปี 2011 อีเอเอสกลายเป็นการประชุมระดับผู้นำในประเด็นด้านการเมืองและความมั่นคง ด้วยการสนับสนุนจากสหรัฐ ซึ่งช่วยยกระดับกฎระเบียบพื้นฐานและกระชับความร่วมมือในการผลักดันประเด็นปัญหา ซึ่งรวมถึงความมั่นคงทางทะเล การต่อกรกับลัทธิสุดโต่งรุนแรง และความร่วมมือด้านไซเบอร์

นอกจากนี้ สหรัฐยังได้ดำเนินกรอบข้อริเริ่มลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ในปี 2009 ซึ่งสร้างความเป็นหุ้นส่วนระหว่างสหรัฐและประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ทั้งไทย เมียนมา กัมพูชา ลาว และเวียดนาม เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนและมีความรับผิดชอบ และลดช่องว่างการพัฒนาด้วยการเสริมสร้างศักยภาพให้กับสมาชิกอาเซียนที่มีการพัฒนาน้อยกว่าประเทศอื่น

สหรัฐส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนทั่วอาเซียน ทั้งโครงการผู้นำเยาวชนอาเซียน ซึ่งเข้าถึงเยาวชนแล้วมากกว่า 6 หมื่นคน (อายุระหว่าง 18-35 ปี) ทั่วอาเซียนและสหรัฐ โดยมีสมาชิกในไทยถึงกว่า 8,000 คน โครงการดังกล่าวจะเอื้อประโยชน์แก่ทั้งสหรัฐและอาเซียนสำหรับคนรุ่นใหม่ ทั้งการฝึกฝน กิจกรรม และโอกาสในการรับทุน รวมถึงยังเป็นกลไกที่ช่วยแก้ปัญหาในภูมิภาค ทั้งการสร้างผู้ประกอบการ การปกป้องสิ่งแวดล้อม และการศึกษา

ในปี 2012 สหรัฐเปิดตัวโครงการริเริ่มแลกเปลี่ยนทางวิชาการฟุลไบรท์ สหรัฐ-อาเซียน ให้นักวิชาการจากอาเซียนไปศึกษาในสหรัฐ ซึ่งสหรัฐให้ทุนแก่อาเซียนมากกว่า 700 ทุน/ปี และในปี 2014 สหรัฐและอาเซียนได้เปิดตัวโครงการทุนวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาเซียน-สหรัฐ ที่เชื่อมโยงนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ทั่วอาเซียนด้วยโอกาสในการได้แก้ปัญหาจริงของโลก เช่น ความหลากหลายทางชีวภาพ การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และพลังงานทางเลือก

ด้านความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียนและสหรัฐก็มีความเข้มแข็ง และจะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น โดยอาเซียนเป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 4 ของสหรัฐ และนับตั้งแต่ปี 2009 การค้ากับประเทศในอาเซียน ขยายตัวขึ้นถึง 55% ในขณะที่ภาคเอกชนสหรัฐเป็นผู้นำในการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (เอฟดีไอ) ในอาเซียน มากกว่า 2.28 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า นับตั้งแต่ปี 2008 มากกว่าที่สหรัฐลงทุนในจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้รวมกัน

นอกจากนี้ สหรัฐยังขยายความร่วมมือทางความมั่นคงกับประเทศในอาเซียน โดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมความมั่นคงสหรัฐ-อาเซียน ในฮาวาย เมื่อปี 2014 ชาติสมาชิกอาเซียนนับเป็นพันธมิตรที่สำคัญในความร่วมมือด้านความมั่นคงต่างๆ ซึ่งรวมถึงความร่วมมือกลุ่มพันธมิตรโลกเพื่อต่อต้านกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลามในอิรักและเลอแวนต์ (ISIL) ซึ่งประกอบไปด้วยมาเลเซียและสิงคโปร์ และความร่วมมือเพื่อต่อต้านโจรสลัดในแหลมแอฟริกา ประกอบไปด้วย ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์

สหรัฐและอาเซียนยังเป็นพันธมิตรเพื่อรับมือกับความท้าทายของโลกที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น โดยมีการร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีการปล่อยคาร์บอนต่ำ และสร้างสังคมที่ยืดหยุ่นต่อสภาพอากาศมากขึ้น สหรัฐได้ร่วมมือกับสถาบันต่างๆ ของอาเซียน เพื่อยกระดับความร่วมมือในการตอบสนองต่อภัยธรรมชาติ และเพื่อสนับสนุนความริเริ่ม “ONE ASEAN, ONE Response” ซึ่งผลประโยชน์ของโครงการดังกล่าวเห็นได้ชัดจากความร่วมมือของสหรัฐและไทย ในการตอบสนองต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศเนปาล

นอกจากนี้ สหรัฐได้ร่วมมือกับอาเซียนในการยกระดับวาระความมั่นคงทางด้านสุขภาพโลก และยินดีกับประเทศไทยที่เป็นผู้นำด้านนี้ในภูมิภาค โดยพวกเราสามารถรักษาชีวิตของผู้คนและยกระดับสันติภาพและความมั่นคง ด้วยการเร่งให้เกิดการป้องกัน การตรวจหา และการตอบสนองอย่างต่อเนื่องต่อโรคติดต่อและความเสี่ยงในด้านนี้ ขณะที่การลงทุนในด้านสุขภาพและการศึกษาของสหรัฐ ยังช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายตัวและการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นด้วย

สหรัฐยังสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อความพยายามของอาเซียน ในการตระหนักถึงการเป็นประชาคมที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของระเบียบกฎเกณฑ์ เพื่อรับใช้ประชาชนของภูมิภาคนี้และรับประกันสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ซึ่งรวมถึงการช่วยเหลือประเทศสมาชิกอาเซียนให้รับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากลมาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรมและนิติบัญญัติในประเทศด้วย

สหรัฐให้คำมั่นอย่างหนักแน่นในการร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อสนับสนุนความโปร่งใส ธรรมาภิบาล หลักนิติธรรม และสถาบันต่างๆ ที่เชื่อถือได้ โดยอนุสัญญาอาเซียนว่าด้วยการต่อต้านค้ามนุษย์โดยเฉพาะผู้หญิงและเด็ก ที่ประกาศใช้เมื่อเดือน พ.ย. 2015 นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญ และทำให้เกิดกรอบการทำงานที่มีประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์และปกป้องประชาชนทั่วภูมิภาค ซึ่งสหรัฐยังให้คำมั่นที่จะร่วมมือกับประเทศไทยในการแก้ไขปัญหาสำคัญนี้ด้วย

ความเป็นหุ้นส่วนระหว่างสหรัฐและอาเซียนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการแก้ปัญหาต่างๆ ที่หลากหลายร่วมกัน ตั้งแต่การต่อสู้กับการก่อการร้าย และการรับมือโรคระบาด ไปจนถึงการสนับสนุนบรรทัดฐานและกฎหมายระหว่างประเทศในทะเลจีนใต้ และในโลกไซเบอร์ ตลอดจนการจัดการกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ การขยายตัวของเศรษฐกิจในภาพรวม และการค้ามนุษย์ ซึ่งในบรรดาความท้าทายทั้งหมดนี้และอื่นๆ อีกมาก สหรัฐได้ให้คำมั่นแก่อาเซียนถึงชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นสำหรับประชาชนของพวกเรา และรับประกันถึงสันติภาพ ความมั่งคั่ง และความมั่นคงในศตวรรษที่ 21

ข่าวล่าสุด

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท