
เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (36)
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงมีประสบการณ์ในการจัดการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนเป็นอย่างมาก
โดย...วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงมีประสบการณ์ในการจัดการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ทรงพระปรีชาสามารถในการแก้ปัญหาต่างๆ ได้เป็นอย่างดี เช่น ในหมู่บ้านชาวเขาที่มีชนกลุ่มน้อย ซึ่งทั้งเด็กและผู้ใหญ่พูดภาษาไทยไม่ได้ทำให้มีปัญหาในการเล่าเรียนมาก
พระองค์จึงทรงออกแบบอาคารเล็กๆ บนดอย หลังคามุงจาก สามารถเดินทะลุถึงกันทั้ง 3 ส่วน ตรงกลางเป็นห้องสำหรับทำงานของครู ด้านหนึ่งใช้สอนภาษาไทยให้ผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน อีกด้านหนึ่งเป็นที่สอนภาษาไทยให้เด็กในหมู่บ้าน ทรงตั้งชื่อว่า “ศูนย์การเรียนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง” คำว่า “แม่ฟ้าหลวง” พวกชนกลุ่มน้อยบนดอย หมายถึง “สมเด็จย่า” และต่อด้วยชื่อหมู่บ้านนั้นๆ เพื่อเตรียมความพร้อมให้ชนกลุ่มน้อยต่างๆ ได้เข้าสู่ระบบการศึกษาของไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ นับเป็นการออกแบบที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่งและลงทุนน้อยมาก เมื่อสามารถสื่อสารด้วยภาษาไทยได้แล้ว ถ้าผู้ใหญ่ต้องการเรียนต่อจะทรงให้ กศน.ไปช่วยสอน ถ้าเด็กต้องไปเรียนต่อในภาคบังคับ จะทรงส่งไปเรียนที่โรงเรียน ตชด.ใกล้ๆ ซึ่งปัจจุบันมีการตั้งศูนย์ฯ ดังกล่าวเพิ่มขึ้นหลายแห่ง
ระยะแรกๆ มีครูเพียง 1-2 คน ซึ่งไม่เพียงพอ เพราะว่าไปเอาครูที่เป็นเผ่าอื่น หรือว่าเป็นคนไทยขึ้นไปก็อยู่ไม่ได้ เพราะเหงาและพูดกันไม่รู้เรื่อง พระองค์ทรงพระปรีชามาก ทรงให้รับสมัครเด็กชนเผ่านั้นๆ ที่จบมัธยมศึกษาปีที่ 6 แล้ว เป็นครูที่ศูนย์ฯ ต่อไป และทรงสนับสนุนให้ครูเหล่านั้นได้ศึกษาต่อในโครงการศึกษาทางไกล เช่น ที่ภาควิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจอมบึง ซึ่งมีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหลายคนแล้ว
ปัจจุบันมีศูนย์การเรียนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวงอยู่หลายสิบแห่ง โดยเฉพาะที่ จ.ตาก นับเป็นนวัตกรรมทางการศึกษาที่สำคัญและยอดเยี่ยมที่สุด ประเทศอื่นๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ เพราะทุกประเทศล้วนมีชนกลุ่มน้อย ถ้าจะให้การศึกษาหลัก ก็ต้องให้ชนกลุ่มน้อยพูดภาษาหลักของชาตินั้นๆ ได้ เช่น ชนกลุ่มน้อยในประเทศจีนก็ต้องพูดภาษาจีนได้ หากต้องการเข้าโรงเรียนจีน เป็นต้น
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ไม่เคยท้อแท้กับสิ่งใด ไม่มีสิ่งใดเป็นอุปสรรคสำหรับพระองค์และยากจะมี พระองค์ก็ทรงใช้พระปัญญาเอาชนะได้เสมอ เช่น เมื่อเสด็จฯ ไปพบอุปสรรคหรือปัญหาของชาวบ้าน พระองค์ทรงมีวิธีแก้ไข ดังเช่นปัญหาของเด็กบนดอยที่สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 แล้วไม่สามารถไปศึกษาต่อในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1, 2 และ 3 ได้ เนื่องจากบ้านไกลไม่มีรถประจำทาง ทรงหาทางออกโดยให้สร้างหอพักสำหรับนักเรียนบ้านไกล ถ้าโรงเรียนไม่มีเงิน ก็จะทรงขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือผู้เกี่ยวข้องช่วยสนับสนุน
พระองค์ทรงแก้ปัญหาให้สำเร็จทุกราย และเด็กก็ได้เรียนหนังสือต่อ ทรงใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวนมากในกรณีที่ทางราชการไม่สามารถจัดหาให้ได้ และเมื่อมีครูไม่เพียงพอ จะทรงจ้างครูเพื่อให้เด็กได้เรียนหนังสือ พระองค์ทรงมีเป้าหมายว่า เด็กไทยไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนต้องได้เรียนหนังสือ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงค้นคว้าทุกสิ่งด้วยพระองค์เองด้วยทรงสำเร็จการศึกษาในหลายสาขาวิชา และทรงมีพระปรีชาสามารถในการใช้ภาษาต่างประเทศได้หลายภาษาอย่างคล่องแคล่ว เช่น ภาษาฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมัน และจีน พระองค์ทรงเป็นผู้เรียนรู้ตลอดเวลา แม้แต่ภาษาตะวันออก อย่าง บาลี-สันสกฤต แล้วพระองค์ยังทรงมีพระปรีชาสามารถในภาษาเขมรและลาวด้วย
พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีในด้านการศึกษา ทรงศึกษาวิชาการต่างๆ อย่างรู้จริงและเรียนรู้ในหลากหลายสาขา เพื่อนำความรู้ที่ได้มาใช้ประโยชน์ในการพระราชทานความช่วยเหลือแก่เด็กและเยาวชน ผู้พิการ และประชาชนที่ด้อยโอกาสอย่างรอบด้าน ทรงตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาทุกรูปแบบ สนพระราชหฤทัยที่จะส่งเสริมและพัฒนาเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป ให้หมั่นแสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการศึกษาเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาคนและประเทศ
สมเด็จพระเทพรัตนสุดาฯ ทรงให้ความสำคัญด้านการพัฒนาการศึกษาตลอดมา ด้วยมีพระราชดำริว่า “...การศึกษาเป็นปัจจัยหลักในการสร้างและพัฒนาความรู้ ความคิดตลอดจนความประพฤติและคุณงามความดีของบุคคล ให้บุคคลดำรงตนอยู่ในสังคมและในโลกได้อย่างมั่นคงและมีความสงบร่มเย็นได้ แม้ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปรวดเร็วเพียงใดก็ตาม...”
พระองค์จึงทรงได้รับการยกย่องเชิดชูจากประชาชนไทย และประเทศเพื่อนบ้านที่ได้รับพระราชทานพระเมตตาจากพระองค์ เจ้าฟ้านักการศึกษา







