
ชาวนาระทมทุกข์ เมล็ดพันธุ์ข้าวขาดดันต้นทุนผลิตพุ่ง
โพสต์ทูเดย์
— ชาวนาภาคกลางวิกฤตพันธุ์ข้าวขาดแคลน ซ้ำราคาแพง 1 หมื่นบาทต่อตัน ดันต้นทุนการผลิตพุ่งนายวิเชียร พวงลำเจียก อุปนายกสมาคมชาวนาไทย เปิดเผยว่า ฝนตกหนักต่อเนื่องในช่วงนี้ได้สร้างความปีติยินดีแก่ชาวนาทั่วประเทศ แต่ชาวนาภาคกลางที่ทำนาปีบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยากลับกลุ้มใจอย่างหนัก เนื่องจากปัญหาขาดแคลนพันธุ์ข้าว เพราะก่อนหน้านี้พันธุ์ข้าวที่เก็บไว้เพาะปลูกฤดูกาลนี้ได้หว่านทำนาไปแล้ว 1 ครั้งในช่วงวันพืชมงคลที่ผ่านมา แต่เกิดฝนทิ้งช่วงทำให้นาข้าวล่มและขาดทุนไปตามๆ กัน
อุปนายกสมาคมชาวนาไทย กล่าวว่า พันธุ์ข้าวนาปีที่พ่อค้าคนกลางวางขายตามท้องตลาดทั่วไปก็ปรับราคาสูงขึ้นกว่า 1 หมื่นบาทต่อตัน จากเดิมราคาเพียง 4,0005,000 บาทต่อตัน หรือปัจจุบันขายราคากว่า 100 บาทต่อถัง ซึ่งทำนาปี 1 ไร่ จะต้องใช้พันธุ์ข้าวหว่านประมาณ 4 ถัง ทำให้ชาวนาภาคกลางไม่มีเงินลงทุน เพราะได้ลงทุนไปแล้วก่อนหน้านี้
นายวิเชียร กล่าวอีกว่า สำหรับข้าวนาปรังที่ปลูกนอกพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงนี้ ต้นข้าวมีอายุประมาณ 3050 วัน หรือกำลังอยู่ระหว่างตั้งต้นเตรียมตัวตั้งท้องออกรวงข้าว ซึ่งฝนตกมาอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้ถือว่ามาตรงตามเวลาที่ชาวนาต้องการพอดี สามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของนาปรังได้เป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม คาดว่าฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวนาปรังปีนี้จะให้ผลผลิตตกต่ำกว่าทุกปีที่ผ่านมา เพราะชาวนามีปัญหาโรคระบาดทั้งเพลี้ยกระโดดและหนูนากัดกินต้นข้าว ทำให้คาดว่าปลูกข้าวนาปรัง 2 ไร่ น่าจะได้ข้าวเปลือก 1 ตัน จากเดิมปลูก 1 ไร่ จะได้ข้าวเปลือก 1 ตัน หรือเรียกได้ว่าผลผลิตต่อไร่ลดลง 50% ซึ่งเมื่อผลผลิตลดลงอย่างนี้หมายความว่าต้นทุนก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน และเมื่อบวกกับราคาข้าวเปลือกที่ไม่สูงนักประมาณ 6,8007,500 บาทต่อตัน ชาวนาไม่พ้นต้องติดหนี้สินนายทุนพะรุงพะรังเช่นเคย







