
ปูด3กลุ่มจับมือแลกผ่านรธน.
จตุพรแฉ 3 กลุ่มเจรจาแบ่งอำนาจสัดส่วน 40:60 ดันผ่านประชามติร่างรัฐธรรมนูญ
จตุพรแฉ 3 กลุ่มเจรจาแบ่งอำนาจสัดส่วน 40:60 ดันผ่านประชามติร่างรัฐธรรมนูญ
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เปิดเผยว่า การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญจะเกิดการแบ่งสรรอำนาจระหว่างพรรคการเมือง กลุ่มการเมือง และฝ่ายผู้มีอำนาจ เพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานคณะกรรมการผ่าน แล้วทำให้ทุกฝ่ายได้ที่ตกลงกันได้อยู่ในอำนาจต่อไป
“จะมีการเจรจาแบ่งสมบัติอำนาจกันระหว่าง 60-40 หรือ 40-60 เพื่อแลกเปลี่ยนกับการให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่าน โดยมีพรรคการเมือง กลุ่มการเมือง มาร่วมเป็นรัฐบาลครั้งหน้าด้วย ถ้าให้มีเพียงสีเขียวอย่างเดียวแล้ว คงไม่อาจสร้างภาพให้รัฐธรรมนูญทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปได้ จึงต้องมีสีอื่นมาแซมด้วย” นายตุพร กล่าว
ประธาน นปช. กล่าวอีกว่า เกมประชามติจึงมีผลประโยชน์อำนาจแลกเปลี่ยนกันในการเล่นละครการเมืองที่กำลังแสดงกันอยู่ เมื่อตกลงกันได้แล้ว พรรคการเมืองบางพรรคจะประกาศรับร่างรัฐธรรมนูญทันที โดยอ้างการสร้างประชาธิปไตยในอนาคต และหากไม่มีเลือกตั้ง ประเทศจะเสียหายย่อยยับ
“ผมชัดเจนแล้วขอเป็นฝ่ายคว่ำ ไม่สนใจการเลือกตั้ง และประวัติศาสตร์การเมืองที่ผ่านมาบ่งชี้ว่าไม่มีคนจริง จึงเรียกร้องให้ประชาชนเป็นคนจริงกัน ยึดหลักความจริงอย่างมั่นคง เพราะขณะนี้ธาตุแท้การอ้างว่าอยู่ไม่นานถูกเปิดเผยมาแล้ว ด้วยการใช้เวลา 5 ปี ซึ่งคือ 8 ปี เพื่อการเปลี่ยนผ่าน และยังวางยุทธศาสตร์ชาติอีก 20 ปี ได้ชี้ชัดว่า ต้องการอยู่ในอำนาจต่อไป” นายจตุพร กล่าว
ด้าน พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ ผู้บัญชา การทหารสูงสุด แถลงยืนยันว่า ทหารที่ลงพื้นที่ไปชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญกับประชาชนนั้น ไม่ได้มีการชี้นำ และไม่มีใบสั่งใดๆ ว่าทหารและกำลังพลจะต้องใช้เสียงโหวตอย่างไร แต่ให้เป็นเอกสิทธิ์ของกำลังพลเอง ว่าจะให้ผ่านหรือไม่ผ่าน แค่ให้ข้อมูล สร้างการรับรู้ความเข้าใจ
แก่กำลังพลเท่านั้น
พ.ต.ต.ยงยุทธ สาระสมบัติ ประธานคณะกรรมาธิการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน (กมธ.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ. ยุทธศาสตร์ชาติเป็นกรอบแม่บทที่มีการบังคับให้มีการปรับปรุงทุกๆ 5 ปี โดยไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองแต่อย่างใด







