
พระวิหารเดือด
ความเคลื่อนไหวในสังคมออนไลน์ขณะนี้ยังคงพุ่งความสนใจไปที่ประเด็นการแย่งชิงพื้นที่ปราสาทพระวิหารระหว่างไทยกัมพูชา โดยมีความกังวลกันว่าการพิจารณาขึ้นทะเบียนมรดกโลกของยูเนสโกอาจนำไปสู่สงครามชายแดนของทั้งสองประเทศ แม้ทางการไทยจะประกาศว่ามาตรการกระชับพื้นที่เขาพระวิหารเพื่อตอบโต้ยูเนสโกและเขมรต้องเริ่มจากเบาไปหาหนัก แต่สุดท้ายหากมีเสียงปืนนัดแรกปะทุขึ้น ก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงมิให้เกิดการปะทะได้
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของกลุ่มเครือข่ายแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลหลายแห่งทั่วประเทศ ต่างพากันสลัดเสื้อกาวน์เปลี่ยนไปสวมชุดดำทะมึน เพื่อแสดงพลังประท้วงต่อต้าน พ.ร.บ.คุ้มครองความเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุขอย่างกว้างขวาง โดยอ้างว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ช่วยลดคดีฟ้องร้องของคนไข้ลงได้ ในขณะเดียวกันเครือข่ายภาคประชาชนหลายภาคส่วนที่รณรงค์ต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ได้ออกมาแสดงการต่อต้านกลุ่มแพทย์ชุดดำ โดยขอให้ตั้งสติและกลับไปอ่านร่างกฎหมายให้แตกฉานก่อนจะออกมาเดินขบวนประท้วง เพราะพบว่าหมอบางรายไม่เคยอ่านกฎหมายอย่างละเอียดเลยด้วยซ้ำ
วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้พิจารณายกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยลงนามเอกสารยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินใน 6 จังหวัด ได้แก่ จ.ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา หนองบัวลำภู มุกดาหาร มหาสารคาม และชัยภูมิ โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 29 ก.ค.เป็นต้นไป คงเหลืออีก 10 จังหวัดที่ยังประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน







