posttoday
เดอะบิ๊กอิชชิว นิตยสารเพื่อคนไร้บ้าน

เดอะบิ๊กอิชชิว นิตยสารเพื่อคนไร้บ้าน

24 กุมภาพันธ์ 2559

เดอะบิ๊กอิชชิว (The Big Issue) เป็นตัวอย่างหนึ่งของวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ในอังกฤษ

โดย...นายแพทย์วิชัย  โชควิวัฒน

เดอะบิ๊กอิชชิว (The Big Issue) เป็นตัวอย่างหนึ่งของวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ในอังกฤษ

เดอะบิ๊กอิชชิว เป็น “หนังสือพิมพ์บนท้องถนน” (Street Newspaper) ปัจจุบันออกเป็นประจำทุกสัปดาห์ โดยออกจำหน่ายในวันจันทร์เป็นรูปเล่มนิตยสารขนาด 8 หน้า ยกหนา 48 หน้า ราคาฉบับละ 2.50 ปอนด์ คิดเป็นเงินไทยราวฉบับละ 125 บาท

วัตถุประสงค์สำคัญของนิตยสารฉบับนี้ตั้งแต่เริ่มต้นคือมุ่งช่วยเหลือ “คนไร้บ้าน” (Homeless) ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญในกรุงลอนดอน วิธีการคือ การผลิตนิตยสารโดยนักหนังสือพิมพ์มืออาชีพ แล้วให้คนไร้บ้านมาซื้อไปขาย โดยซื้อในราคา 1.25 ปอนด์ และนำไปขายในราคา 2.50 ปอนด์ ตามราคาปก

การให้คนไร้บ้านมาซื้อนิตยสารไปขายนี้เป็นไปตาม “คำประกาศหลักการ” (Manifesto) ข้อแรกของนิตยสารที่เชื่อในหลักการให้คนที่ต้องการความช่วยเหลือนั้นต้อง “ลงมือไม่ใช่แบมือ” (a hand up, not a hand out)

นิตยสารนี้ได้แรงบันดาลใจจากหนังสือพิมพ์ “สตรีทนิวส์” (Street News) ในกรุงนิวยอร์ก โดย กอร์ดอน รอดดิก (Gordon Roddick) เจ้าของกิจการบอดี้ช็อป (Body Shop) ผู้ก่อตั้งนิตยสารฉบับนี้และภรรยาเดินทางไปนิวยอร์ก พบมีคนมาขายหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ให้พร้อมอธิบายว่า ตนเคยเป็นนักโทษและพ้นที่คุมขังออกมา การช่วยซื้อหนังสือพิมพ์ที่ตนขายจะช่วยให้เขาไม่ต้องกลับไปเข้าคุกอีก ข้อมูลนี้นับว่า “โดนใจ” แรงมาก เมื่อกลับมาจึงได้ร่วมกับจอห์น เบิร์ด (John Bird) ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ขึ้นเมื่อเดือน พ.ย. 2534

จอห์น เบิร์ด ปัจจุบันเป็นผู้ประกอบการสังคม (Social Entrepreneur) ชาวอังกฤษ เกิดเมื่อ 30 ม.ค. 2498 ในสลัมย่านน็อตติ้งฮิลล์ ในกรุงลอนดอน ในครอบครัวยากจนชาวไอริช ชีวิตเยาว์วัยเขาต้องเป็นคนไร้บ้านเมื่ออายุเพียง 5 ขวบ เข้าไปอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าตอนช่วงอายุ 7-10 ขวบ พอย่างเข้าสู่วัยรุ่นก็ต้องติดคุก เพราะต้องยังชีพด้วยการลักเล็กขโมยน้อย ขโมยของตามร้านค้า งัดแงะ ขโมยทุกอย่างเพื่อให้มีอาหารเลี้ยงท้อง รวมทั้งการทำลายศิลปวัตถุและวางเพลิง

เขาถูกจับเข้าคุกซ้ำแล้วซ้ำอีก จนอายุย่างเข้า 30 ปี จึงเริ่มมีครอบครัว มีลูก 3 คน และเริ่มมีกิจการขนาดย่อมที่เป็นสัมมาชีพ ประสบการณ์ชีวิตอันขมขื่นมากมาย ทำให้เขารู้ซึ้งถึงความทุกข์ยากแสนสาหัสของคนไร้บ้าน และในที่สุดก็ได้มาร่วมก่อตั้งนิตยสารเดอะบิ๊กอิชชิว เมื่ออายุได้ 45 ปี เขาทำหน้าที่บรรณาธิการอยู่นาน ปัจจุบันก็ยังมีข้อเขียนประจำในนิตยสารนี้

สำหรับ กอร์ดอน รอดดิค ผู้ร่วมก่อตั้งนิตยสารนี้อีกคน เป็นเจ้าของกิจการบอดี้ช็อป ในอังกฤษ ร่วมกับอนิตา ภรรยา โดยบอดี้ช็อปเป็นผู้ควักกระเป๋าลงทุนตั้งต้นให้นิตยสารเดอะบิ๊กอิชชิวเป็นเงิน 5 หมื่นปอนด์

เริ่มต้นนิตยสารนี้จัดทำเป็นรายเดือนไม่ถึง 2 ปีต่อมา ก็ทำเป็นรายสัปดาห์ เมื่อเดือน มิ.ย. 2536 จากกรุงลอนดอน ขยายออกไปในสกอตแลนด์ เวลส์ ไอร์แลนด์เหนือ และขยายออกไปในประเทศต่างๆ 9 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย ไอร์แลนด์ เกาหลีใต้ แอฟริกาใต้ ญี่ปุ่น นามิเบีย เคนยา มาลาวี และไต้หวัน ราคาปกของนิตยสารมีการปรับตัวจนเป็นฉบับละ 2.50 ปอนด์ ในปัจจุบัน

ด้วยคุณค่าทางสังคม ทำให้นิตยสารนี้โดนใจผู้คนจำนวนมาก ในปี 2544 ยอดขายพุ่งสูงถึงร่วม   3 แสนฉบับ แต่ช่วงปี 2550-2554 ยอดขายตกลงอยู่ระหว่างสัปดาห์ละ 1.25-1.67 แสนฉบับ เนื้อหาของนิตยสารมีการปรับปรุงให้ทันสมัยและสนองความต้องการของลูกค้า เช่น เพิ่มเนื้อหาทางการเมืองและมีการดึงคอลัมนิสต์มาเขียนเรื่องฟุตบอลลีก เป็นต้น

กับคนไร้บ้านที่มาซื้อนิตยสารไปขายจะมีการฝึกอบรมและลงนามใน “ประมวลจรรยาบรรณ” (Code of Conduct) ให้สวมเสื้อกั๊กสีแดงที่มีตราสัญลักษณ์ของนิตยสาร ติดป้ายชื่อที่มีรูปถ่ายและเลขหมายประจำตัว เพื่อให้มีมารยาทการขายและให้มีแนวทางยกระดับฐานะให้ “รอดปากเหยี่ยวปากกา” จากความเป็นคนไร้บ้านได้ต่อไป

คำประกาศหลักการของนิตยสารนอกจากหลักข้อแรก คือ ความเชื่อในคติต้อง “ลงมือไม่ใช่แบมือ” แล้ว ยังมีหลักการบนความเชื่ออีก 4 ประการ ได้แก่

ข้อแรก คือ ความเชื่อใน “การค้าขายมิใช่การช่วยเหลือ(in trade, not aid…) คนซื้อได้หนังสือที่ดีมีคุณค่า น่าอ่าน อ่านสนุกไปโดยคนขายต้องทำงาน

ข้อสอง คือความเชื่อใน “สิทธิความเป็นพลเมือง” (in the right to citizenship) นั่นคือ นิตยสารไม่เพียงช่วยให้คนไร้บ้านมีงานทำเท่านั้น แต่ยังช่วยคนไร้บ้านจากปัญหาการถูกกีดกันออกจากสังคมและอื่นๆ เพื่อให้ได้มีสถานะความเป็นพลเมืองต่อไป

ข้อสาม คือความเชื่อว่า “ความยากจนทำให้คนไม่รู้จักแยกดีชั่ว” (Poverty is indiscriminate) นิตยสารช่วยให้ใครก็ตามที่ตกทุกข์ได้ยาก ได้มีโอกาสที่จะมีรายได้จากการประกอบสัมมาชีพ

ข้อสี่ คือความเชื่อในหลักการ “กันย่อมดีกว่าแก้” (Believe in Prevention) นิตยสารจึงนำผลกำไรไปลงทุนในวิสาหกิจเพื่อสังคม องค์กรการกุศล และธุรกิจทั้งหลายที่มุ่งสร้างคุณค่าทางสังคมให้แก่ชุมชน

ด้วยกระแสของโลกออนไลน์ ทำให้นิตยสารที่เป็นกระดาษถูกกระทบทั่วโลก หนังสือพิมพ์ประเภทที่ขายตามถนน (Street Newspaper) ก็มีการแข่งขันกันเองสูงมาก ปัจจุบันมีหนังสือพิมพ์ประเภทนี้ทั่วโลกถึง 127 ฉบับ เดอะบิ๊กอิชชิว แม้ต้องถูกกระทบอย่างรุนแรง แต่ก็ยังยืนหยัดอยู่ได้ด้วยยอดขายเฉลี่ยสัปดาห์ละ 7.7 หมื่นฉบับ ช่วยคนไร้บ้านทั่วเกาะอังกฤษให้มีงานทำราว 3,500 คน

เฉพาะในอังกฤษ เดอะบิ๊กอิชชิว มีสำนักงาน 18 แห่ง มีพนักงานทั้งเต็มเวลาและที่ทำงานบางเวลา รวมเท่ากับคนทำงานเต็มเวลา (Full Time Equivalent : FTE) 100 คน และอาสาสมัครรวมเท่าคนทำงานเต็มเวลา 50 คน

ด้วยข้อจำกัดของเดอะบิ๊กอิชชิว ซึ่งมีสถานะเป็นบริษัทจำกัด ในปี 2538 จึงได้ก่อตั้งมูลนิธิชื่อเดียวกันขึ้น (The Big Issue Foundation) ผลกำไรของนิตยสารส่งเข้ามูลนิธิร่วมกับเงินบริจาค ขยายความช่วยเหลือคนไร้บ้านนอกเหนือจากการให้มีงานทำ ไปช่วยแก้ปัญหาเรื่องสุขภาพ บ้าน ปัญหาการเงิน และปัญหาเรื่องสารเสพติด

นอกจากนั้นยังขยายการช่วยเหลือแก่กิจการเพื่อสังคมอื่นๆ อีกมาก

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน