
เดอะบิ๊กอิชชิว นิตยสารเพื่อคนไร้บ้าน
เดอะบิ๊กอิชชิว (The Big Issue) เป็นตัวอย่างหนึ่งของวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ในอังกฤษ
โดย...นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน
เดอะบิ๊กอิชชิว (The Big Issue) เป็นตัวอย่างหนึ่งของวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ในอังกฤษ
เดอะบิ๊กอิชชิว เป็น “หนังสือพิมพ์บนท้องถนน” (Street Newspaper) ปัจจุบันออกเป็นประจำทุกสัปดาห์ โดยออกจำหน่ายในวันจันทร์เป็นรูปเล่มนิตยสารขนาด 8 หน้า ยกหนา 48 หน้า ราคาฉบับละ 2.50 ปอนด์ คิดเป็นเงินไทยราวฉบับละ 125 บาท
วัตถุประสงค์สำคัญของนิตยสารฉบับนี้ตั้งแต่เริ่มต้นคือมุ่งช่วยเหลือ “คนไร้บ้าน” (Homeless) ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญในกรุงลอนดอน วิธีการคือ การผลิตนิตยสารโดยนักหนังสือพิมพ์มืออาชีพ แล้วให้คนไร้บ้านมาซื้อไปขาย โดยซื้อในราคา 1.25 ปอนด์ และนำไปขายในราคา 2.50 ปอนด์ ตามราคาปก
การให้คนไร้บ้านมาซื้อนิตยสารไปขายนี้เป็นไปตาม “คำประกาศหลักการ” (Manifesto) ข้อแรกของนิตยสารที่เชื่อในหลักการให้คนที่ต้องการความช่วยเหลือนั้นต้อง “ลงมือไม่ใช่แบมือ” (a hand up, not a hand out)
นิตยสารนี้ได้แรงบันดาลใจจากหนังสือพิมพ์ “สตรีทนิวส์” (Street News) ในกรุงนิวยอร์ก โดย กอร์ดอน รอดดิก (Gordon Roddick) เจ้าของกิจการบอดี้ช็อป (Body Shop) ผู้ก่อตั้งนิตยสารฉบับนี้และภรรยาเดินทางไปนิวยอร์ก พบมีคนมาขายหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ให้พร้อมอธิบายว่า ตนเคยเป็นนักโทษและพ้นที่คุมขังออกมา การช่วยซื้อหนังสือพิมพ์ที่ตนขายจะช่วยให้เขาไม่ต้องกลับไปเข้าคุกอีก ข้อมูลนี้นับว่า “โดนใจ” แรงมาก เมื่อกลับมาจึงได้ร่วมกับจอห์น เบิร์ด (John Bird) ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ขึ้นเมื่อเดือน พ.ย. 2534
จอห์น เบิร์ด ปัจจุบันเป็นผู้ประกอบการสังคม (Social Entrepreneur) ชาวอังกฤษ เกิดเมื่อ 30 ม.ค. 2498 ในสลัมย่านน็อตติ้งฮิลล์ ในกรุงลอนดอน ในครอบครัวยากจนชาวไอริช ชีวิตเยาว์วัยเขาต้องเป็นคนไร้บ้านเมื่ออายุเพียง 5 ขวบ เข้าไปอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าตอนช่วงอายุ 7-10 ขวบ พอย่างเข้าสู่วัยรุ่นก็ต้องติดคุก เพราะต้องยังชีพด้วยการลักเล็กขโมยน้อย ขโมยของตามร้านค้า งัดแงะ ขโมยทุกอย่างเพื่อให้มีอาหารเลี้ยงท้อง รวมทั้งการทำลายศิลปวัตถุและวางเพลิง
เขาถูกจับเข้าคุกซ้ำแล้วซ้ำอีก จนอายุย่างเข้า 30 ปี จึงเริ่มมีครอบครัว มีลูก 3 คน และเริ่มมีกิจการขนาดย่อมที่เป็นสัมมาชีพ ประสบการณ์ชีวิตอันขมขื่นมากมาย ทำให้เขารู้ซึ้งถึงความทุกข์ยากแสนสาหัสของคนไร้บ้าน และในที่สุดก็ได้มาร่วมก่อตั้งนิตยสารเดอะบิ๊กอิชชิว เมื่ออายุได้ 45 ปี เขาทำหน้าที่บรรณาธิการอยู่นาน ปัจจุบันก็ยังมีข้อเขียนประจำในนิตยสารนี้
สำหรับ กอร์ดอน รอดดิค ผู้ร่วมก่อตั้งนิตยสารนี้อีกคน เป็นเจ้าของกิจการบอดี้ช็อป ในอังกฤษ ร่วมกับอนิตา ภรรยา โดยบอดี้ช็อปเป็นผู้ควักกระเป๋าลงทุนตั้งต้นให้นิตยสารเดอะบิ๊กอิชชิวเป็นเงิน 5 หมื่นปอนด์
เริ่มต้นนิตยสารนี้จัดทำเป็นรายเดือนไม่ถึง 2 ปีต่อมา ก็ทำเป็นรายสัปดาห์ เมื่อเดือน มิ.ย. 2536 จากกรุงลอนดอน ขยายออกไปในสกอตแลนด์ เวลส์ ไอร์แลนด์เหนือ และขยายออกไปในประเทศต่างๆ 9 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย ไอร์แลนด์ เกาหลีใต้ แอฟริกาใต้ ญี่ปุ่น นามิเบีย เคนยา มาลาวี และไต้หวัน ราคาปกของนิตยสารมีการปรับตัวจนเป็นฉบับละ 2.50 ปอนด์ ในปัจจุบัน
ด้วยคุณค่าทางสังคม ทำให้นิตยสารนี้โดนใจผู้คนจำนวนมาก ในปี 2544 ยอดขายพุ่งสูงถึงร่วม 3 แสนฉบับ แต่ช่วงปี 2550-2554 ยอดขายตกลงอยู่ระหว่างสัปดาห์ละ 1.25-1.67 แสนฉบับ เนื้อหาของนิตยสารมีการปรับปรุงให้ทันสมัยและสนองความต้องการของลูกค้า เช่น เพิ่มเนื้อหาทางการเมืองและมีการดึงคอลัมนิสต์มาเขียนเรื่องฟุตบอลลีก เป็นต้น
กับคนไร้บ้านที่มาซื้อนิตยสารไปขายจะมีการฝึกอบรมและลงนามใน “ประมวลจรรยาบรรณ” (Code of Conduct) ให้สวมเสื้อกั๊กสีแดงที่มีตราสัญลักษณ์ของนิตยสาร ติดป้ายชื่อที่มีรูปถ่ายและเลขหมายประจำตัว เพื่อให้มีมารยาทการขายและให้มีแนวทางยกระดับฐานะให้ “รอดปากเหยี่ยวปากกา” จากความเป็นคนไร้บ้านได้ต่อไป
คำประกาศหลักการของนิตยสารนอกจากหลักข้อแรก คือ ความเชื่อในคติต้อง “ลงมือไม่ใช่แบมือ” แล้ว ยังมีหลักการบนความเชื่ออีก 4 ประการ ได้แก่
ข้อแรก คือ ความเชื่อใน “การค้าขายมิใช่การช่วยเหลือ(in trade, not aid…) คนซื้อได้หนังสือที่ดีมีคุณค่า น่าอ่าน อ่านสนุกไปโดยคนขายต้องทำงาน
ข้อสอง คือความเชื่อใน “สิทธิความเป็นพลเมือง” (in the right to citizenship) นั่นคือ นิตยสารไม่เพียงช่วยให้คนไร้บ้านมีงานทำเท่านั้น แต่ยังช่วยคนไร้บ้านจากปัญหาการถูกกีดกันออกจากสังคมและอื่นๆ เพื่อให้ได้มีสถานะความเป็นพลเมืองต่อไป
ข้อสาม คือความเชื่อว่า “ความยากจนทำให้คนไม่รู้จักแยกดีชั่ว” (Poverty is indiscriminate) นิตยสารช่วยให้ใครก็ตามที่ตกทุกข์ได้ยาก ได้มีโอกาสที่จะมีรายได้จากการประกอบสัมมาชีพ
ข้อสี่ คือความเชื่อในหลักการ “กันย่อมดีกว่าแก้” (Believe in Prevention) นิตยสารจึงนำผลกำไรไปลงทุนในวิสาหกิจเพื่อสังคม องค์กรการกุศล และธุรกิจทั้งหลายที่มุ่งสร้างคุณค่าทางสังคมให้แก่ชุมชน
ด้วยกระแสของโลกออนไลน์ ทำให้นิตยสารที่เป็นกระดาษถูกกระทบทั่วโลก หนังสือพิมพ์ประเภทที่ขายตามถนน (Street Newspaper) ก็มีการแข่งขันกันเองสูงมาก ปัจจุบันมีหนังสือพิมพ์ประเภทนี้ทั่วโลกถึง 127 ฉบับ เดอะบิ๊กอิชชิว แม้ต้องถูกกระทบอย่างรุนแรง แต่ก็ยังยืนหยัดอยู่ได้ด้วยยอดขายเฉลี่ยสัปดาห์ละ 7.7 หมื่นฉบับ ช่วยคนไร้บ้านทั่วเกาะอังกฤษให้มีงานทำราว 3,500 คน
เฉพาะในอังกฤษ เดอะบิ๊กอิชชิว มีสำนักงาน 18 แห่ง มีพนักงานทั้งเต็มเวลาและที่ทำงานบางเวลา รวมเท่ากับคนทำงานเต็มเวลา (Full Time Equivalent : FTE) 100 คน และอาสาสมัครรวมเท่าคนทำงานเต็มเวลา 50 คน
ด้วยข้อจำกัดของเดอะบิ๊กอิชชิว ซึ่งมีสถานะเป็นบริษัทจำกัด ในปี 2538 จึงได้ก่อตั้งมูลนิธิชื่อเดียวกันขึ้น (The Big Issue Foundation) ผลกำไรของนิตยสารส่งเข้ามูลนิธิร่วมกับเงินบริจาค ขยายความช่วยเหลือคนไร้บ้านนอกเหนือจากการให้มีงานทำ ไปช่วยแก้ปัญหาเรื่องสุขภาพ บ้าน ปัญหาการเงิน และปัญหาเรื่องสารเสพติด
นอกจากนั้นยังขยายการช่วยเหลือแก่กิจการเพื่อสังคมอื่นๆ อีกมาก







