posttoday
ค้านกองทุนอนุรักษ์ฯ

ค้านกองทุนอนุรักษ์ฯ

24 กุมภาพันธ์ 2559

การประชุมคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา มีการเสนอที่จะเก็บเงินเข้ากองทุนอนุรักษ์ฯ เพิ่มจากลิตรละ 25 สตางค์ เป็น 50 สตางค์ หรือเพิ่มขึ้นเท่าตัว ด้วยเหตุผลว่า เมื่อทิศทางราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับต่ำไปอีกยาว จึงเป็นโอกาสที่จะเก็บเงินเข้ากองทุนอนุรักษ์ฯ เพิ่ม เพื่อสะสมเป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมพลังงานทดแทนในระยะยาว

การประชุมคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา มีการเสนอที่จะเก็บเงินเข้ากองทุนอนุรักษ์ฯ เพิ่มจากลิตรละ 25 สตางค์ เป็น 50 สตางค์ หรือเพิ่มขึ้นเท่าตัว ด้วยเหตุผลว่า เมื่อทิศทางราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับต่ำไปอีกยาว จึงเป็นโอกาสที่จะเก็บเงินเข้ากองทุนอนุรักษ์ฯ เพิ่ม เพื่อสะสมเป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมพลังงานทดแทนในระยะยาว

จากแนวคิดในการต้องการเก็บเงินเข้ากองทุนอนุรักษ์ฯ เพิ่ม เพื่อไปส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนในระยะยาวดังกล่าว เมื่อพิจารณาการเก็บเงิน และการสะสมเพื่อนำไปใช้แล้ว นับว่าเป็นการไม่สมเหตุสมผลมากพอกว่าการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นกองทุนที่มีหน้าที่โดยตรงสะสมไว้รับมือหากราคาน้ำมันโลกผันผวนไปทางขาขึ้น หรือพูดง่ายๆ ว่ากองทุนน้ำมันฯ มีหน้าที่สะสมเงินไว้แก้ปัญหาน้ำมันแพง นอกจากนี้ยังป้องกันการโดนล้วงเงินได้ดีระดับหนึ่ง

อย่างที่ทราบกันว่าในการจ่ายเงินเติมน้ำมันทุกลิตร ผู้ใช้ต้องจ่ายเงินค่าเนื้อน้ำมันหรือราคาน้ำมันที่หน้าโรงกลั่น ภาษีสรรพสามิต ภาษีเทศบาล เงินเก็บเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เงินเก็บเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน รวมเป็นราคาขายส่ง เมื่อนำไปรวมกับภาษีมูลค่าเพิ่มหรือแวตขั้นตอนขายส่ง กับค่าการตลาดหรือกำไรที่ผู้ประกอบการน้ำมันได้ และรวมกับภาษีแวตในขั้นตอนขายปลีก ก็จะเป็นราคาขายปลีกตามที่ชาวบ้านต้องจ่าย

จะเห็นได้ว่าในราคาน้ำมันที่จ่าย จะเป็นค่าเนื้อน้ำมันไม่ถึงครึ่ง ที่เหลือเป็นภาษี เงินกองทุนเอาไว้ทำหน้าที่ต่างๆ ยกตัวอย่างแก๊สโซฮอล์ 95 (อี10) ราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นลิตรละ 12.20 บาท โดนภาษีสรรพสามิต 5.60 บาท ภาษีเทศบาล 0.56 บาท กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 6.75 บาท (เงินเก็บเข้ากองทุนแล้วแต่ประเภทน้ำมันมีตั้งแต่ไม่ต้องจ่ายจนถึงโดนเก็บเข้ามากสุดที่ลิตรละกว่า 6 บาท) เงินเก็บเข้ากองทุนอนุรักษ์ฯ 0.25 บาท รวมออกมาเป็นราคาขายส่งลิตรละ 24.07 บาท

เมื่อเป็นเช่นนี้ การจ่ายเงินเติมน้ำมันจึงมีการแบ่งเงินไว้ทำหน้าที่ไว้สมเหตุสมผลแล้ว ดังนั้นการจะเพิ่มเงินเก็บเข้ากองทุนอนุรักษ์ฯ เพิ่ม ด้วยเหตุผลว่าจะนำไปใช้ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนในระยะยาว จึงฟังไม่ขึ้น เพราะวัตถุประสงค์หลักของกองทุนอนุรักษ์ฯ ก็เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียน และใช้จ่ายช่วยเหลืออุดหนุนการดำเนินงานเกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงานตามมาตรา 25 แห่ง พ.ร.บ.การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน 2535 เช่น 1.เป็นเงินหมุนเวียน เงินช่วยเหลือ หรือเงินอุดหนุนสำหรับการลงทุนและดำเนินงานในการอนุรักษ์พลังงาน หรือการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม จากการอนุรักษ์พลังงานของส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ 2.เป็นเงินหมุนเวียน เงินช่วยเหลือ หรือเงินอุดหนุนแก่เอกชน สำหรับการลงทุนและดำเนินงานในการอนุรักษ์พลังงาน หรือเพื่อการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการอนุรักษ์พลังงาน

นอกจากนี้ ที่ผ่านมากองทุนอนุรักษ์พลังงานนับว่ามีเงินสะสมไว้ค่อนข้างมากกว่า 3 หมื่นล้านบาท ไม่น้อยไปกว่าเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีกว่า 4 หมื่นล้านบาท ทำให้ที่ผ่านมารัฐบาลได้เรียกเงินจากกองทุนอนุรักษ์พลังงานไป 8,000-9,000 ล้านบาท นำไปใช้เป็นงบประมาณ

จากภาพรวมทั้งหมด เมื่อชั่งน้ำหนักถึงข้อดีข้อเสียที่จะเกิดประโยชน์กับชาวบ้านที่จ่ายเงินค่าน้ำมันแล้ว จึงเห็นว่าควรเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันไว้ช่วยแก้ปัญหาเมื่อชาวบ้านต้องใช้น้ำมันแพงดีกว่าไปเก็บไว้ที่กองทุนอนุรักษ์พลังงาน ที่วัตถุประสงค์กว้างและยังมีช่องให้ล้วงได้ง่ายกว่า

จริงอยู่ช่วงที่น้ำมันโลกราคาต่ำมาก รัฐไม่ควรปล่อยให้ราคาขายปลีกน้ำมันต่ำมากไป เพราะประชาชนจะใช้น้ำมันไม่มีประสิทธิภาพ และเสียเงินตราไปต่างประเทศ แต่การจะขึ้นราคาน้ำมันเพื่อมาเก็บก็ต้องสะสมไว้ให้ถูกที่เหมาะสม

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ