
เทเฉียดแสนล้านอุ้มเกษตร
อัดเงินเฉียดแสนล้านยกเครื่องภาคเกษตร ทั้งให้สินเชื่อปลอดดอกเบี้ยยันหนุนปลูกพืชน้ำน้อย แก้ภัยแล้ง
อัดเงินเฉียดแสนล้านยกเครื่องภาคเกษตร ทั้งให้สินเชื่อปลอดดอกเบี้ยยันหนุนปลูกพืชน้ำน้อย แก้ภัยแล้ง
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา มีมติอนุมัติมาตรการช่วยเหลือภาคเกษตรที่ได้รับผลกระทบปัญหาภัยแล้งในระยะสั้น มาตรการปรับโครงสร้างการเพาะปลูกระยะยาว การเพิ่มศักยภาพการผลิตสินค้าเกษตร ที่เสนอโดยกระทรวงการคลัง 3 โครงการ วงเงินรวม 9.3 หมื่นล้านบาท และที่เสนอโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อีก 2,967 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 95,967 ล้านบาท
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า มาตรการแรกที่เสนอเป็นการปล่อยกู้ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งรายละไม่เกิน 1.2 หมื่นบาท ระยะเวลา 1 ปี ปลอดดอกเบี้ย 6 เดือน ส่วนที่เหลือคิดดอกเบี้ย 4% เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในการกู้นอกระบบ
มาตรการที่ 2 ธ.ก.ส.จะปล่อยเงินกู้ให้กับเกษตรกร สหกรณ์ชุมชน วิสาหกิจชุมชน นำไปพัฒนาสินค้าเกษตรตำบลละ 1 แห่ง เงินกู้ให้รายละไม่เกิน 20 ล้านบาท ระยะเวลา 10 ปี 7 ปีแรก คิดดอกเบี้ย 4% ที่เหลือคิดดอกเบี้ยปกติ
มาตรการที่ 3 เน้นสนับสนุนชุมชนปรับเปลี่ยนการผลิตสู้วิกฤตภัยแล้ง โดยเน้นการปลูกพืชใช้น้ำน้อย ปล่อยเงินกู้ให้กับกลุ่มเกษตรกรชุมชนละไม่เกิน 3 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี คิดดอกเบี้ย 0.01% รัฐบาลสนับสนุนดอกเบี้ยให้ ธ.ก.ส. 525 ล้านบาท เริ่มทันทีในสัปดาห์หน้า
นอกจากนี้ ครม.ยังอนุมัติงบกลางรายการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินและจำเป็น 2,967 ล้านบาท ตามที่กระทรวงเกษตรฯ เสนอเพื่อนำไปจ้างงานนอกภาคเกษตร งานหัตถกรรม 4,937 โครงการ โดยให้เบิกจ่ายที่รวดเร็ว







