posttoday
พันธบัตรรัฐบาลติดลบ แต่ก็ยังต้องการลงทุน

พันธบัตรรัฐบาลติดลบ แต่ก็ยังต้องการลงทุน

23 กุมภาพันธ์ 2559

ตอนนี้เราเห็นเงินทุนเคลื่อนย้ายรวดเร็วเหลือเกิน เดี๋ยวเข้าไปลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย

โดย...แน่งน้อย ชัยรัตนมโนกร

ตอนนี้เราเห็นเงินทุนเคลื่อนย้ายรวดเร็วเหลือเกิน เดี๋ยวเข้าไปลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย เผลอแผล็บเดียวก็ออกไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเสียแล้ว จนทำให้ราคาเหวี่ยงขึ้นเหวี่ยงลงเร็วมาก โดยเฉพาะเมื่อมีข่าวเกิดขึ้นมา เห็นตัวอย่างชัดเจนจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก และดัชนีหุ้นตลาดหลักทรัพย์ต่างๆ

โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2559 ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยสร้างความประหลาดใจให้แก่นักลงทุน จู่ๆ ดัชนีหุ้นก็ทะยานขึ้นมาถึง 25.60 จุด หรือ 1.98% ปิดที่ระดับ 1,320.19 จุด แข็งแกร่งขึ้นแรงสวนทางตลาดหุ้นหลายแห่งที่ติดลบ ทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าจะไปต่อได้อีกไกล

ขณะที่ตลาดตราสารหนี้ไทย นักลงทุนต่างชาติก็กลับมาขายสุทธิ 9,808 ล้านบาท พลิกจากที่เข้าซื้ออย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา อาจจะเป็นเพราะการขายทำกำไรเท่านั้น

สถานการณ์โลกขณะนี้ขอเตือนนักลงทุนว่าอย่าเพิ่งตั้งความหวังสูงมากนัก เรื่องเงินจะไหลบ่าเข้าตลาดหุ้น ฟันธงได้เลยว่ายังไม่มีทิศทางชัดเจนว่าจะแห่ไปลงทุนที่ไหนกันแน่ ราคาสินทรัพย์ต่างๆ จะยังคงผันผวนไม่หยุด เพราะยังมีตัวแปรสำคัญมากมาย เช่น ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) อาจจะผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติมในการประชุมครั้งต่อไป 10 มี.ค.นี้ โดยอาจเพิ่มวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ซึ่งขณะนี้มีวงเงินอยู่ที่ 6 หมื่นล้านยูโร/เดือน หรืออาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงต่อจากปัจจุบันที่ติดลบ 0.3% รวมถึงธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) อาจจะปรับลดดอกเบี้ยลงไปอีก หลังจากเซอร์ไพรส์ตลาดกดดอกเบี้ยติดลบ 0.1%

แต่ที่น่าแปลกใจและเกิดคำถามขึ้นมาว่า ทำไมธนาคารพาณิชย์ถึงยอมจ่ายค่าฝากเงินให้กับธนาคารกลาง และอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลหลายประเทศ แม้จะติดลบแล้ว แต่ก็ยังมีเงินเข้าไปลงทุนไม่หยุด ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์การลงทุนโลก ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจและการเงินหลายครั้งก็ตาม 

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลติดลบ หมายความว่าอย่างไร

อริยา ติรณะประกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย ให้คำตอบว่า การติดลบของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล หลักง่ายๆ คือ ในการซื้อพันธบัตร นักลงทุนยอมจ่ายแพงมาก เมื่อเปรียบเทียบกับค่าตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับเมื่อครบอายุ เช่น พันธบัตรอายุ 2 ปี ราคาพาร์ใบละ 100 บาท กำหนดจ่ายดอกเบี้ย 2% ต่อปี  เมื่อถือพันธบัตรจนครบอายุ ก็จะได้รับเงินคืนทั้งหมด 120 บาท แต่ราคาตอนนี้กลับสูงกว่านั้น เป็นเพราะความต้องการซื้อมีมากกว่าปริมาณพันธบัตรที่มีอยู่ในตลาด

“ราคาแพงจนดูเหมือนว่าจะได้รับผลตอบแทนไม่คุ้มค่า แต่พันธบัตรของรัฐบาลหลายประเทศก็ยังเป็นที่ต้องการของนักลงทุนอยู่เลย”

เหตุผลหนึ่งที่นักลงทุนยอมขาดทุน เพราะเวลานี้ไม่รู้ว่าจะเอาเงินไปลงทุนหรือไปพักไว้ที่ไหนดี ที่จะมีความปลอดภัยจากสถานการณ์โลกที่มีความไม่แน่นอนสูงมาก เห็นได้จากอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลหลายประเทศติดลบ เช่น เยอรมนี พันธบัตรอายุ 2 ปี ติดลบ 0.5% และ 5 ปี ติดลบ 0.3% ส่วนพันธบัตรของรัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ อายุ 10 ปี ติดลบ 0.3% แม้พันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น
อายุ 10 ปี ที่เคยติดลบแล้วกลับมาอยู่ที่ 0% ไม่ได้หมายความว่าจะไม่กลับไปติดลบอีก

สำหรับผลตอบแทนของพันธบัตรไทย ก็ไม่เคยต่ำขนาดนี้ แม้กระทั่งตอนเกิดวิกฤตซับไพรม์ นับตั้งแต่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หยุดมาตรการคิวอี ผลตอบแทนลงมาแล้วประมาณ 0.5% จาก 2.5% เหลือ 2.05%

“เวลานี้นักลงทุนไม่ได้อยากได้ผลตอบแทนแล้ว แต่จะทำอย่างไรที่ไม่ให้เงินต้นหายไป ถึงแม้ว่าจะถือเงินสดก็ยังไม่ปลอดภัย เพราะไม่รู้ว่าเงินที่เราถืออยู่จะลดค่าลงไปอีกเท่าไร ในภาวะที่ธนาคารกลางของหลายประเทศใช้นโยบายการเงินผ่อนปรน กดดันให้ค่าเงินลดลงเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางการค้า”

แนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ยังคงดูแย่ลงต่อไป เห็นได้จากตัวเลขสำคัญๆ โดยเฉพาะการส่งออก จึงเชื่อว่าการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลยังเป็นที่สนใจของนักลงทุนอีกจำนวนมาก และอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับต่ำอีกนาน ดังนั้น นักธุรกิจควรมองเป็นโอกาสในการระดมเงินทุนไว้รองรับการขยายการลงทุนในอนาคต ส่วนการลงทุนในตลาดหุ้นยังมีความไม่แน่นอนสูง จึงยังไม่เหมาะที่จะซื้อเก็บไว้ลงทุนระยะยาว

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ