posttoday
เส้นทางสายไหม จะมาสายไหม?

เส้นทางสายไหม จะมาสายไหม?

22 กุมภาพันธ์ 2559

ทางการจีนมีความพยายามขยายบทบาทระหว่างประเทศและยกระดับความเป็นผู้นำ

โดย...จิรเมธ รุ่งเรือง

ทางการจีนมีความพยายามขยายบทบาทระหว่างประเทศและยกระดับความเป็นผู้นำ โดยเฉพาะการสนับสนุนการเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างประเทศจากจีนไปยังเอเชียกลาง ต่อไปถึงยุโรปในชื่อ One Belt One Road (อีไต้ อีลู่) หรือเส้นทางสายไหมทางบกและทางทะเลในศตวรรษที่ 21

จริงๆ แล้วนี่ไม่ใช่ความพยายามครั้งแรกของจีน โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนหน้านี้จีนได้สนับสนุนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ เชื่อมนครคุนหมิง ในมณฑลยูนนาน ลงมาถึงกรุงเทพฯ เพื่อเชื่อมต่อไปจนถึงกัวลาลัมเปอร์และสิงคโปร์ และยังมีโครงการเชื่อมต่อรถไฟคุนหมิง-สิงคโปร์ และหนานหนิง-สิงคโปร์ ไหนจะรวมถึงการสนับสนุนแผนแม่บทความเชื่อมโยงในอาเซียน (ASEAN Connectivity) และการตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย (AIIB) เหล่านี้ล้วนแล้วเป็นความพยายามขยายเส้นทางเพื่อผลประโยชน์ในการเดินทางและขนส่งทั้งสิ้น

แต่โครงการรถไฟไทย-จีน ซึ่งดูจะตอบสนองนโยบายการเดินทางของไทยและจีนได้ดีที่สุดที่ได้คุยกันมาหลายรัฐบาล กลับยังหาข้อสรุปชัดเจนไม่ได้ ข้อตกลงเบื้องต้นถูกปรับมานับครั้งไม่ถ้วน จากรถไฟความเร็วสูง เป็นรถไฟความเร็วปานกลาง และดูจะกลับไปเป็นรถไฟความเร็วสูงอีกครั้ง จากทางคู่ก็มีแนวโน้มจะเป็นทางเดี่ยว จากการก่อสร้าง 3 ช่วง ก็เหลือแค่ 2 ช่วง

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาที่จีนขอเป็นผู้บริหารพื้นที่ตลอดแนวรถไฟเพื่อแลกกับการเพิ่มสัดส่วนลงทุน ซึ่งกรณีนี้ฝ่ายจีน “เคย” ปฏิเสธมาตลอดว่าไม่เป็นความจริง จนกระทั่งเมื่อ รมว.คมนาคมของไทยให้สัมภาษณ์เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ถึงทำให้เข้าใจว่าแท้จริงแล้วข่าวนี้มีมูลมานานพอควรแล้ว

จีนยืนยันเสมอว่าการสร้างความร่วมมือกับต่างประเทศ ทั้งสองฝ่ายจะต้องได้ประโยชน์ร่วมกัน จีนจะไม่มีทางตักตวงผลประโยชน์จากเพื่อนบ้านเพียงฝ่ายเดียว ในกรณีนี้ก็คงไม่สามารถตัดสินว่าจีนกำลังเอาเปรียบไทย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนไทยส่วนใหญ่เริ่มรู้สึกคลางแคลงใจต่อข้อเรียกร้องครั้งนี้

หากจีนต้องการสร้างเส้นทางสายไหมให้เป็นรูปธรรม คงต้องทบทวนแนวทางความร่วมมือเสียใหม่ ที่เป็น Win-win situation ที่แท้จริง เพราะหากที่สุดไทยตัดสินใจยกเลิกโครงการนี้ ผู้เสียประโยชน์ที่สุดก็คือจีน และเส้นทางสายไหมที่พูดกันมานานก็อาจจะไม่เกิดขึ้น ในขณะที่ไทยเองยังมีตัวเลือกอื่นอยู่ ไม่ว่าจะสร้างระบบทางคู่ 1 เมตร เชื่อมเพื่อนบ้านเองโดยไม่ต้องใช้รถไฟความเร็วสูง หรือแม้แต่จะหาประเทศอื่นมาลงทุนแทน แต่ที่สุดแล้วก็ต้องดูท่าทีของไทยว่าจะแก้ไขสถานการณ์ที่เรากำลังเป็นรองอยู่ขณะนี้ได้อย่างไร

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ