posttoday
เปิดวิชั่น'สมคิด' หมุนเศรษฐกิจชุมชน

เปิดวิชั่น'สมคิด' หมุนเศรษฐกิจชุมชน

22 กุมภาพันธ์ 2559

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า แม้ว่าที่ผ่านมาประเทศไทยจะมีปัจจัยลบเข้ามากระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังมีสัญญาณที่ดี โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ซึ่งพบว่ารายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นมากเป็นประวัติการณ์

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า แม้ว่าที่ผ่านมาประเทศไทยจะมีปัจจัยลบเข้ามากระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังมีสัญญาณที่ดี โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ซึ่งพบว่ารายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นมากเป็นประวัติการณ์

ดังนั้น รัฐบาลจะต้องหาแนวทางเพื่อให้นักท่องเที่ยวเหล่านี้อยู่และใช้จ่ายในประเทศไทยยาวขึ้น เช่น การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้สามารถเที่ยวในเวลากลางคืนได้ แต่ต้องทำให้เกิดความปลอดภัย ซึ่งต้องใช้งบลงทุน ดังนั้นจึงให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไปพิจารณาว่าจะใช้งบประมาณมากน้อยอย่างไร ให้นำเสนอกลับมา

สมคิด กล่าวว่า รัฐบาลจะเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยตามนโยบายที่วางไว้ 2 ด้าน คือ การยกระดับขีดความสามารถแข่งขันกับต่างประเทศ โดยการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมและพัฒนาผู้ประกอบการ รวมทั้งพัฒนาด้านการวิจัย ส่วนอีกด้าน คือ การสร้างเศรษฐกิจจากภายในขึ้นมา ซึ่งมีความจำเป็นต้องเร่งพัฒนาด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชนเพื่อช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้าไปสัมผัสชีวิตจริงๆ ของชุมชน ไม่ใช่เข้ามาแล้วซื้อสินค้าแบรนด์เนมแล้วก็กลับ ซึ่งนั่นไม่ถือว่าเป็นการท่องเที่ยวชุมชน

สมคิด ยังระบุว่า ได้มอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ไปผลักดันแนวทางเชื่อมโยงการท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียน โดยดึงสายการบินต่างๆ เข้ามาร่วมจัดเส้นทางเป็นแบบแพ็กเกจ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวไปในเมืองสำคัญๆ ซึ่งเรื่องนี้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และสายการบินต่างๆ ที่ร่วมโครงการจะเปิดเผยรายละเอียดในช่วงเดือน เม.ย. หรือ พ.ค. และประกาศเชิญชวนนักท่องเที่ยวได้ตั้งแต่เดือน มิ.ย.เป็นต้นไป

นอกจากนี้ รัฐบาลจะผลักดันให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เข้าสู่ระบบภาษี หลังจากตกลงนิรโทษกรรมไม่ตรวจสอบภาษีย้อนหลัง พบว่ามีเอสเอ็มอีกลับเข้าสู่ระบบแล้วประมาณ 1 แสนราย แต่ยังมีเอสเอ็มอีอีก 2 ล้านกว่าราย ที่ต้องเร่งผลักดันให้เข้าระบบ ซึ่งเรื่องนี้ต้องรับความช่วยเหลือจากภาคเอกชนในการช่วยเผยแพร่ให้เอสเอ็มอีทราบว่า หากไม่เข้าระบบภาษีจะเสียสิทธิอย่างไรบ้าง เช่น หากรัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีใดๆ ออกมา ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่อยู่ในระบบเท่านั้นที่จะได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาล และแม้จะเข้ามาในระบบการเสียภาษีแล้ว แต่เอสเอ็มอีก็ยัง
เสียภาษีน้อยกว่านิติบุคคลปกติ คือเสียภาษีที่ 10% เท่านั้น

“ในเรื่องเอสเอ็มอีเอกชนต้องช่วยรัฐบาลรณรงค์แคมเปญ ไม่ใช่ให้รัฐบาลทำอย่างเดียว ถ้าเป็นไปตามแผนปีหน้าเมื่อมีระบบอี-เพย์เมนต์เกิดขึ้น การช่วยเหลือจะสะดวกขึ้น” สมคิด กล่าว

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว