
นศ.ลำปาง-เชียงใหม่แชมป์ชักดาบหนี้ กยศ.
ศาลแขวงลำปางเร่งสาง 1,000 คดี กยศ. เผยยอดค้างชำระเชียงใหม่-ลำปางติดอันดับหนึ่งภาคเหนือ
ศาลแขวงลำปางเร่งสาง 1,000 คดี กยศ. เผยยอดค้างชำระเชียงใหม่-ลำปางติดอันดับหนึ่งภาคเหนือ
กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา ( กยศ.) เปิดเผย ยอดผู้กู้และค้างชำระซึ่งทางกยศ.มีการยื่นฟ้องต่อศาลแขวงลำปาง รวมทั้งสิ้น 1,150 คดี ซึ่งในคดีดังกล่าวมีผู้ที่ถูกฟ้องกว่า 2,000 คน ดังนั้น ทางศาลแขวงลำปาง โดยที่มีจังหวัดเชียงใหม่ และลำปางยังคงติดอันดับหนึ่งกรณีที่มียอดค้างชำระ ศาลแขวงลำปางได้จัดให้มีการไกล่เกลี่ยคดีกองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษา เพื่อให้ผู้ที่เคยกู้ยืมเงินไป ซึ่งถือว่าจะตกเป็นจำเลย หากมีการฟ้องต่อศาล ได้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย และทำสัญญาประนีประนอมยอมความ เพื่อประโยชน์ของจำเลย ให้มีโอกาสตกลงในการผ่อนชำระหนี้เป็นรายเดือน ได้รับดอกเบี้ยต่ำ ไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียม และไม่ต้องเสียค่าทนายในการขึ้นศาล ที่สำคัญจำเลยจะไม่ถูกฟ้องดำเนินคดี
นางบุญรัตน์ โรจนศักดิ์ ผู้ประนีประนอมศาลแขวงลำปาง กล่าวว่า ผลดีที่จะเกิดประโยชน์หากยอมความกันได้ คือ ผู้ที่เคยกู้ยืมเงินไป จะเป็นการรักษาประวัติเครดิตนิติกรรมทางการเงิน นับว่าเป็นการช่วยเหลือ และเป็นการแบ่งเบาภาระของจำเลยในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ที่จะมีการจ่ายเงินคืนในเกณฑ์ที่ต่ำ สำหรับในวันแรก หลังเปิดให้ประชาชนเข้ายื่นเอกสาร และเข้าสู่กระบวนการ ก็มีผู้ที่เคยกู้ยืมเงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษา หรือตัวแทน ที่รับมอบอำนาจจากทั้ง 13 อำเภอของ จ.ลำปาง มาติดต่อเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย และทำสัญญาประนีประนอมยอมความแล้วกว่า 300 ราย ทำให้บรรยากาศที่ศาลแขวงลำปางเกิดความคึกคักอย่างมาก ซึ่งทั้งหมดก็ตกลง ที่จะยอมชำระเงินคืนเป็นรายเดือนให้กับทาง กยศ.
“สำหรับการติดต่อไกล่เกลี่ยคดีกองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษา ก็จะดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยาก ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียด ก่อนที่จะพบผู้ประนีประนอมศาลแขวงลำปาง รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก และให้คำแนะนำในเรื่องดังกล่าว หากผู้ที่เคยกู้ยืมเงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษา หรือตัวแทน ที่รับมอบอำนาจ เกิดความไม่เข้าใจ เมื่อมาพบผู้ประนีประนอมศาลแขวงลำปางแล้ว ก็จะพูดคุยว่า สามารถชำระหนี้ได้หรือไม่ โดยจะมีเกณฑ์การจ่ายคืนเงิน ที่ทาง กยศ.ได้ทำการสรุปตัวเลขเป็นรายเดินมาให้แล้ว เช่น เงินต้น 500,000 บาท จะจ่ายเงินคืนเดือนละ 5,100 บาท หรือเงินต้น 300,000 บาท จ่ายเงินคืนเดือนละ 3,100 บาท หรือเงินต้น 30,000 บาท จ่ายรายเดือนละ 400 บาท ทั้งนี้ หากไม่สามารถชำระตามเกณฑ์ ก็จะมีการยืดหยุ่นในการจ่ายให้ลดลงได้”นางบุญรัตน์ กล่าว
สำหรับหากผู้ที่เคยกู้ยืมเงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษา ยังนิ่งเฉย ไม่ยอมมาศาล เพื่อเข้าสู่การไกล่เกลี่ย ก็จะต้องถูกส่งฟ้องศาลต่อไป ซึ่งจำเลยจะเสียผลประโยชน์อย่างมาก เพราะศาลจะพิพากษาให้ต้องชำระเงินทั้งหมด จึงจะไม่มีโอกาสผ่อนชำระ ที่สำคัญจะต้องจ่ายดอกเบี้ยในอัตราที่สูงอีกด้วย และเมื่อศาลได้พิพากษาแล้ว ทางกองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษา ก็จะแจ้งชื่อจำเลยไปยังบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือที่เรียกว่าเครดิตบูโร เพื่อแจ้งการเสียเครดิตในการทำนิติกรรมทางการเงินกับสถาบันการเงินต่าง ๆ ซึ่งถือว่าจะเป็นประวัติเสียเครดิตติดตัวไป ทั้งนี้ ในช่วงการจัดการไกล่เกลี่ยดังกล่าวนั้น หากผู้จะถูกฟ้อง ซึ่งตกเป็นจำเลยในคดีกองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษา ยังไม่มีงานทำ ทางสำนักงานจัดหางานจังหวัดลำปาง จะมารับบริการขึ้นทะเบียนคนว่างงานให้ฟรี เพื่อเป็นการสนับสนุนให้ผู้จะถูกฟ้องได้มีงานทำ เพื่อมีเงินมาชำระหนี้ต่อไป ทั้งนี้ ผู้ที่เคยกู้ยืมเงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษา สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ ศูนย์ไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทศาลแขวงลำปาง 054-322889 และ 054 – 225152 ต่อ 211 และ 21







