posttoday
16 ประเด็นครม. ยึดโรดแมปเลือกตั้งปี’60

16 ประเด็นครม. ยึดโรดแมปเลือกตั้งปี’60

19 กุมภาพันธ์ 2559

การปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับเบื้องต้นยังอยู่ท่ามกลางความสนใจจากหลายภาคส่วนว่าจะมีทิศทางเป็นไปตามคาดหวังหรือไม่

การปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับเบื้องต้นยังอยู่ท่ามกลางความสนใจจากหลายภาคส่วนว่าจะมีทิศทางเป็นไปตามคาดหวังหรือไม่ ภายหลังได้เปิดโอกาสส่งความเห็นรวมถึงวิธีการ เพื่อปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญให้ออกมาเหมาะสมและใช้ได้กับคนไทยทุกหมู่เหล่า

เมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาการนายกฯ ได้ส่งความเห็นคณะรัฐมนตรีมายังคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อประกอบการพิจารณาใน 16 ประเด็น เนื้อหาสาระสำคัญสรุป ดังนี้ 1.มาตรา 24 วรรคสอง เป็นหลักการที่กำหนดขึ้นใหม่เพื่อใช้กับตำแหน่งหน้าที่ต่างๆ ที่ต้องเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตามกฎหมาย ทว่า ถ้อยคำในมาตรานี้อาจมีแปลความหมายไปถึง ครม.ไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรา 157 ดังนั้น จึงควรกำหนดขอบเขตชัดเจนว่ามุ่งหมายถึงการผ่อนคลายเฉพาะการปฏิบัติตามมาตรา 156 เป็นการชั่วคราวเท่านั้น

2.มาตรา 30 และมาตรา 35 กระทรวงกลาโหมเห็นควรให้ใช้คำเหมือนกับรัฐธรรมนูญ 2550 คือ “ภาวะสงครามหรือการรบ” เพราะบางสถานการณ์ไม่ถึงขั้นประกาศสงครามแต่มีการสู้รบ

3.มาตรา 47 กระทรวงมหาดไทยเสนอให้กำหนดบุคคลมีหน้าที่ในการป้องกันบรรเทาและสาธารณภัย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เสนอแก้มาตรา 47(8) ให้ขยายความเป็น “ร่วมมือและสนับสนุนการอนุรักษ์ ส่งเสริม คุ้มครอง มรดกวัฒนธรรม และภูมิปัญญา ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม”

4.มาตรา 48 เห็นควรบัญญัติมาตรานี้ตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ 2550 น่าจะมีความเหมาะสมกว่า แต่หากจะแก้ไขใหม่ควรบัญญัติให้ครอบคลุมภารกิจที่ต้องใช้การทหาร

5.มาตรา 56 คำว่า “สิทธิในวงโคจรของดาวเทียม” 6.หมวด 5 หน้าที่ของรัฐ และหมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ ควรกล่าวถึงบทบาทรัฐในเรื่องสหกรณ์การผังเมือง การปฏิรูปที่ดิน และเรื่องการนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในด้านต่างๆ และกระทรวงมหาดไทยเสนอว่าควรระบุให้เห็นถึงการคงไว้ซึ่งการบริหาราชการแผ่นดิน ส่วนกลางและท้องถิ่น

7.กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงยุติธรรมและกระทรวงศึกษาธิการ เสนอรวมกัน 5 ข้อย่อย อาทิ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ควรบัญญัติรับรองไว้ให้ชัดเจนเป็นการเฉพาะตามหลักสากล 

8.สำนักงบประมาณเสนอความเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญในมาตรา 137 และมาตรา 139 เห็นว่าหากจะบัญญัติหลักการเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดความชัดเจนต่อการบังคับใช้ต่อไป 

9.มาตรา 190 การให้คดีทุจริตของนักการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงต้องพิจารณาในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น ไม่ควรจัดเป็นระบบศาลเดียว เพราะขัดต่อการปฏิบัติในนานาประเทศ และอาจขัดต่อปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ควรแก้ให้การอุทธรณ์เป็นสิทธิทั้งในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเพื่อให้เป็นระบบสองศาล

10.การแยกศาลรัฐธรรมนูญออกมาบัญญัติไว้เป็นหมวด 11 อาจก่อให้เกิดความเข้าใจว่าเพิ่มอำนาจให้ศาลรัฐธรรมนูญมากขึ้น ทั้งก่อให้เกิดการโต้แย้งว่าศาลรัฐธรรมนูญเป็น “ศาล” ตามหมวด 10 และตามมาตรา 3 หรือไม่ อนึ่ง การแก้ไขอายุของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญใน (2) ของมาตรา 196 จาก 70 ปี เป็น 75 ปี อาจทำให้ถูกมองว่าเป็นการแก้เพื่อประโยชน์ส่วนบุคคล จึงควรใช้เกณฑ์อายุ 70 ปีเช่นเดิม

11.มาตรา 181 ให้นำมามาตรา 179 มาบังคับใช้แก่รัฐมนตรีโดยอนุโลม และควรบัญญัติทั้งสองมาตราให้กว้าง เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยให้ครอบคลุมถึงปัญหา

12.กระทรวงมหาดไทยและส่วนราชการหลายแห่งเสนอว่า ชื่อหมวด 14 การปกครองส่วนท้องถิ่นควรเปลี่ยนชื่อหมวดเป็น “การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น” และเปลี่ยนคำว่า “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” เป็น “องค์การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น”

13.สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสนอความเห็นว่า มาตรา 268 เห็นว่าการบริหารงานบุคคลเป็นเพียงมิติหนึ่ง หากจะปฏิรูปก็ควรทำทั้งระบบตามแนวทางของนายกฯ เพื่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่มาตรา 268 จึงไม่ควรลงรายละเอียดเฉพาะเรื่องการบริหารงานบุคคลมากเกินไป

14.คณะรัฐมนตรีเห็นว่าควรมีหมวดว่าด้วยการปฏิรูปแยกออกมาต่างหากเป็นการเฉพาะ โดยวางแนวทางการปฏิรูปให้สอดคล้องกับแนวทางที่ดำเนินการมาก่อนการใช้ร่างรัฐธรรมนูญนี้ แต่ไม่ควรกำหนดรายละเอียดในเชิงผูกมัดแนวทางและเนื้อหามากเกินไป เพราะอาจยุ่งยากในการปฏิบัติ

15.การกำหนดระยะเวลาและขั้นตอนดำเนินการภายหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ตามบทเฉพาะกาล ควรให้สอดคล้องกับแนวทาง (Roadmap) ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติกำหนด คือ จัดการเลือกตั้งได้ใน พ.ศ. 2560 (เดือน ก.ค.เป็นต้นไป)

การที่มาตรา 259 และมาตรา 260 กำหนดให้ กรธ.จัดทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นรวม 10 ฉบับ ให้แล้วเสร็จและประกาศใช้บังคับแล้ว จึงให้จัดการเลือกตั้งภายใน 150 วัน ทำให้การจัดการเลือกตั้งต้องช้าออกไป หากแก้ไขให้จัดทำเฉพาะกฎหมายจำเป็นแก่การเลือกตั้งและการจัดให้มี สว.

ก็น่าจะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปได้เร็วขึ้นและสอดคล้องกับแนวทางที่เคยกำหนดส่วนกฎหมายอื่นที่มีความจำเป็นแต่อาจทำภายหลังได้ก็ให้ทยอยจัดทำในเวลาต่อมา ซึ่งก็น่าจะแล้วเสร็จก่อนการจัดทำตั้งรัฐบาลใหม่ภายหลังการเลือกตั้ง

16.ขณะนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญจำนวนมาก เป็นความไม่วางใจและไม่แน่ใจในระบบ ตัวบุคคลที่จะเข้าสู่ระบบ อาจทำให้บ้านเมืองเกิดความโกลาหล ขัดแย้งและไม่สงบเรียบร้อย เข้าสู่ภาวะรัฐที่ล้มเหลวดังเช่นก่อนเดือน พ.ค. 2557 ย้อนกลับมาเกิดขึ้นอีก ภายหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ อาทิ ปัญหาการเลือกตั้ง การจัดตั้งรัฐบาล ปัญหาความมั่นคง เศรษฐกิจ ความเป็นอยู่และคุณธรรมของคนในชาติ ประเทศตกอยู่ในวังวนแห่งการสู้รบและปัญหาอื่นๆ ซึ่งส่งผลให้การบริหารราชการแผ่นดิน การสร้างความสามัคคีปรองดองและการปฏิรูปประเทศสะดุดล้มเหลว ซึ่งถือเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อและความเป็นความตายของประเทศ

“ครม.จึงเห็นว่า หากบัญญัติเนื้อหาและการบังคับใช้รัฐธรรมนูญเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงเฉพาะกิจ หรือเฉพาะกาลในระยะแรก ซึ่งอาจไม่ยาวนาน โดยใช้หลักเกณฑ์อย่างหนึ่งเสมือนข้อยกเว้นตามความจำเป็นแห่งสถานการณ์ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง แต่อยู่บนพื้นฐานการปกครองของระบอบประชาธิปไตยที่มีการเลือกตั้ง สส.ในระดับหนึ่งอย่างมีดุลภาพในช่วงเปลี่ยนผ่าน และช่วงที่จะใช้รัฐธรรมนูญในระยะต่อไป ซึ่งสอดคล้องกับหลักสากล และเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยที่ลดข้อจำกัดต่างๆ ลงให้มาก ดังนี้น่าจะแก้ปัญหาและอธิบายให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนและนานาชาติได้”

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ