
โออีซีดีแนะคลังทุ่ม ช่วยแบงก์ชาติกู้ศก.
ขณะที่มูดี้ส์ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลก โดยระบุว่า ธนาคารกลางต่างๆ ไม่สามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากนัก และบางประเทศก็มีหนี้สินจำนวนมากจนยากต่อการใช้นโยบายทางการคลัง อย่างไรก็ตาม องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) ระบุว่า เศรษฐกิจโลกในขณะนี้จำเป็นต้องใช้แรงเสริมจากนโยบายทางการคลัง ไม่ใช่นโยบายทางการเงินจากธนาคารกลางเพียงอย่างเดียว
ขณะที่มูดี้ส์ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลก โดยระบุว่า ธนาคารกลางต่างๆ ไม่สามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากนัก และบางประเทศก็มีหนี้สินจำนวนมากจนยากต่อการใช้นโยบายทางการคลัง อย่างไรก็ตาม องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) ระบุว่า เศรษฐกิจโลกในขณะนี้จำเป็นต้องใช้แรงเสริมจากนโยบายทางการคลัง ไม่ใช่นโยบายทางการเงินจากธนาคารกลางเพียงอย่างเดียว
“การใช้นโยบายร่วมจำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างแรงซื้อ โดยนโยบายทางการเงินไม่สามารถทำงานได้เพียงอย่างเดียว ต้องใช้มาตรการทางการคลัง ซึ่งจำเป็นในเศรษฐกิจหลักทั่วโลกด้วยเช่นกัน” โออีซีดี ระบุ
ทั้งนี้ รัฐบาลหลายประเทศยังมีความสามารถที่จะกู้ยืมระยะยาวบนอัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นทางการคลัง และหลายประเทศยังมีความสามารถมากพอที่จะขยายนโยบายทางการคลังเพื่อสร้างแรงซื้อภายในประเทศ รวมถึงการใช้การลงทุนสาธารณะร่วมด้วย ซึ่งจะช่วยเพิ่มแรงซื้อ ขณะที่ยังคงเสถียรภาพทางการคลังเอาไว้ได้
ก่อนหน้านี้ ธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลกต่างปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และในประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างญี่ปุ่นและยุโรปก็หันไปใช้นโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี)
ขณะเดียวกัน โออีซีดีปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจทั้งโลก จาก 3.3% เป็น 3% โดยเป็นผลมาจากการชะลอตัวมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ในหลายชาติ ทั้งบราซิล เยอรมนี และสหรัฐ
แคเธอรีน มันน์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์โออีซีดี เปิดเผยผ่านหนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัล ว่า ราคาสินทรัพย์และโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวลดลงนับตั้งแต่ต้นปี 2016 แสดงให้เห็นถึงการตอบรับต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ที่ไม่ใช่แค่จีนเพียงอย่างเดียว ช้าเกินไป
พร้อมกันนี้ โออีซีดียังเตือนตลาดเกิดใหม่ให้ระวังความเสี่ยงด้านความผันผวนของค่าเงินและปริมาณหนี้ภายในประเทศสูงอีกด้วย
ทั้งนี้ นอกจากเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศ จี20 แล้ว บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ยังปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของซาอุดิอาระเบีย รัสเซีย บราซิล และแอฟริกาใต้ จากราคาน้ำมันถูกที่กดดันซาอุดิอาระเบียและรัสเซีย ขณะที่ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจที่ต่ำ จะยังคงฉุดเศรษฐกิจบราซิลให้หดตัว เช่นเดียวกับความเชื่อมั่นต่อประธานาธิบดี จาค็อบ
ซูมา ที่ตกต่ำ ก็ก่อภาวะเงินทุนไหลออกในแอฟริกาใต้
สำหรับเขตเศรษฐกิจเบอร์ 2 ของโลกอย่างจีนนั้น มูดี้ส์ลดคาดการณ์จีดีพีในปีนี้ลงมาอยู่ที่ 6.3% จาก 6.9% ในปีที่แล้ว ซึ่งแม้ว่าจะลดน้อยกว่าในบางประเทศ แต่จีนก็จะได้รับผลกระทบอย่างมาก เนื่องจากจะเผชิญภาวะซบเซาในภาคอุตสาหกรรมหนัก
ด้าน สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ส(เอสแอนด์พี) บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชื่อดังของสหรัฐ ปรับลดอันดับเครดิตของบรรดาประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน 5 ชาติ หลังราคาน้ำมันถูกลงอย่างมาก ได้แก่ ซาอุดิอาระเบีย ที่ปรับลดลง 2 ระดับ จาก A+ เป็น A- หรือระดับที่มีความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้เล็กน้อย ในขณะที่บราซิลถูกปรับลดลงจาก BB+ เป็น BB หรือ ระดับจังก์ ซึ่งเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้รวมถึงบาห์เรน ที่ปรับลงจาก BBB- เป็น BB
เอสแอนด์พียังปรับลดความน่าเชื่อถือโอมานลง จาก BBB+ เป็น BBB- เช่นเดียวกับคาซัคสถานที่ปรับลดลงจาก BBB เป็น BBB- หรือมีความเสี่ยงระดับปานกลาง ขณะที่อันดับความน่าเชื่อถือของรัสเซียและกาตาร์ยังไม่เปลี่ยนแปลง โดยอยู่ที่ BB+ และ AA ตามลำดับ
การปรับลดความน่าเชื่อถือดังกล่าว เกิดขึ้นภายหลังจากที่ซาอุดิอาระเบียถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนั้นราคาน้ำมันอยู่ที่ราวบาร์เรลละ 50 เหรียญสหรัฐ โดยเอสแอนด์พี ระบุว่า การตกลงกันระหว่างผู้ผลิตในการคงกำลังการผลิตที่เกิดขึ้น แม้จะทำให้ราคาน้ำมันขยับขึ้น แต่ไม่มีผลต่อสมมติฐานราคาน้ำมันของทางเอสแอนด์พี







