
ผู้ดีช่วยไทยเอาผิดพม่าคดีเกาะเต่า
คดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวอังกฤษบนเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เพิ่งจบลงไปไม่นาน ส่งผลให้แรงงานเมียนมา 2 คน ได้รับโทษประหารชีวิต ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า แรงงาน 2 คนดังกล่าวเป็นแพะรับบาป
คดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวอังกฤษบนเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เพิ่งจบลงไปไม่นาน ส่งผลให้แรงงานเมียนมา 2 คน ได้รับโทษประหารชีวิต ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า แรงงาน 2 คนดังกล่าวเป็นแพะรับบาป
กล่าวย้อนกลับไปถึงคดีดังกล่าว ผู้ต้องหาคดีนี้เป็นแรงงานชายชาวเมียนมา 2 คน ถูกจับกุมได้หลังเกิดเหตุ เพราะมีการนำดีเอ็นเอที่ก้นบุหรี่และจอบอันเป็นอาวุธที่ผู้ตายถูกทำร้าย อีกทั้งร่องรอยอสุจิที่ช่องคลอดและทวารหนักของผู้ตายไปพิสูจน์กับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และผลตรวจดีเอ็นเอตรงกับของผู้ต้องหา ประกอบกับกล้องวงจรปิดจับภาพคนร้ายได้บริเวณใกล้ที่เกิดเหตุ ขณะเข้าไปซื้อบุหรี่ในซูเปอร์มาร์เก็ต หลักฐานหลายอย่างจึงเชื่อมโยงกันจนนำมาสู่การจับกุมในที่สุด
คดีนี้ได้รับความสนใจจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก เพราะเกี่ยวพันกัน 3 ประเทศ ทั้งอังกฤษ เมียนมา และไทย โดยศาลจังหวัดเกาะสมุยพิพากษาลงโทษประหารชีวิตจำเลยทั้งสอง แต่มีกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยกับผลแห่งคำพิพากษาทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนต่อต้านฝั่งประเทศเมียนมาที่ขอให้รื้อฟื้นคดีนี้ใหม่ เพราะไม่เชื่อมั่นในการแสวงหาพยานหลักฐาน
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะมีการตัดสินคดีดังกล่าว ผู้ต้องสงสัยชาวเมียนมา 2 คน ระบุว่า ถูกใส่ร้ายจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยและถูกบังคับให้สารภาพว่าเป็นฆาตกรในคดีฆ่านักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ
สำนักข่าวบัสซ์ฟีดของสหรัฐ เปิดเผยทางเว็บไซต์เมื่อวันที่ 16 ก.พ.ว่า สำนักต่อต้านอาชญากรรมแห่งชาติ (เอ็นซีเอ) ของอังกฤษ ได้แอบช่วยเหลือตำรวจไทยในการสืบสวนคดีดังกล่าวและเอาผิดแรงงานเมียนมา 2 คน จนเป็นเหตุให้รับโทษประหารชีวิต
บัสซ์ฟีดระบุต่อไปว่า เอ็นซีเอได้ส่งมอบหลักฐานสำคัญที่เป็นโทรศัพท์มือถือแก่ตำรวจไทยและข้อมูลที่เชื่อมโยงแรงงานเมียนมา 2 คน กับการฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษบนเกาะเต่า แม้กฎเกณฑ์การสืบสวนคดีในไทยจะห้ามการแทรกแซงและการช่วยเหลือจากอังกฤษ อีกทั้งกฎเกณฑ์ของอังกฤษก็ได้ห้ามส่งหลักฐานให้แก่เจ้าหน้าที่ของประเทศอื่นที่ยังคงใช้โทษประหารชีวิตอยู่โดยปราศจากคำยืนยันที่เป็น
ลายลักษณ์อักษรว่า หลักฐานดังกล่าวจะไม่ใช้ในการพิพากษาให้ผู้ต้องสงสัยได้รับโทษประหารชีวิต
นอกจากนี้ ตำรวจไทยและตำรวจอังกฤษยังไม่ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ใดๆ กับการเปิดเผยของบัสซ์ฟีดว่าเป็นจริงหรือไม่ และรัฐมนตรีต่างประเทศของ 2 ประเทศยังไม่ได้ให้คำตอบว่าได้ช่วยเหลือกันให้ไฟเขียวแก่เอ็นซีเอในการส่งหลักฐานให้ตำรวจไทยหรือไม่ ซึ่งปราศจากคำยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะไม่ใช้หลักฐานนั้นในการตัดสินโทษประหารชีวิตแก่ผู้ต้องสงสัยดังกล่าว
ภายหลังที่ได้เปิดเผยการกระทำของเอ็นซีเอดังกล่าว บัสซ์ฟีดระบุว่า จะส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เอ็นซีเอเป็นอย่างมาก







