
ตลท.แขวนหุ้นสหวิริยาสตีล
ตลาดหลักทรัพย์ฯ สั่งห้ามซื้อขายหุ้นสหวิริยาสตีลชั่วคราว ส่วนแผนฟื้นฟูกิจการยังไม่มีความคืบหน้า
ตลาดหลักทรัพย์ฯ สั่งห้ามซื้อขายหุ้นสหวิริยาสตีลชั่วคราว ส่วนแผนฟื้นฟูกิจการยังไม่มีความคืบหน้า
เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ขึ้นเครื่องหมายห้ามซื้อขายชั่วคราว (เอสพี) หุ้นบริษัท สหวิริยาสตีล อินดัสตรี (เอสเอสไอ) ตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ.-25 ก.พ. 2559 เนื่องจากอยู่ระหว่างพิจารณาว่าบริษัทเข้าข่ายต้องปรับปรุงฐานะการเงินและการดำเนินงานหรือไม่ หลังบริษัทได้นำส่งงบการเงินประจำปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. 2558 ฉบับที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีมายัง ตลท. โดยมีฐานะการเงินที่อาจเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน กล่าวคือ มีส่วนของผู้ถือหุ้นต่ำกว่าศูนย์
น.ส.สุรีรัตน์ ทองอรุณแสง ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต บริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย สอบบัญชี ไม่แสดงความเห็นต่องบการเงิน เนื่องจากไม่สามารถหาหลักฐานการสอบบัญชีที่เหมาะสมอย่างเพียงพอเพื่อเป็นเกณฑ์ในการแสดงความเห็นได้
นายวิน วิริยประไพกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสเอสไอ กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทกำลังเดินหน้าตามกระบวนการฟื้นฟูกิจการ เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ และรักษามูลค่าทางธุรกิจของบริษัทไว้ รวมถึงคงไว้ซึ่งระดับความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ โดยบริษัทยังคงมีรายได้จากการดำเนินธุรกิจการค้าและมีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอสำหรับการผลิตและจำหน่ายสินค้า โดยได้รับการสนับสนุนจากลูกค้าและคู่ค้าที่ยังมีความเชื่อมั่นในธุรกิจของบริษัท
“ศาลได้กำหนดวันนัดไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการในวันที่ 17 ก.พ.นี้ เราเชื่อมั่นว่า เมื่อศาลมีคำสั่งให้บริษัทฟื้นฟูกิจการและตั้งผู้ทำแผนแล้ว จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้แก่คู่ค้า ตลอดจนสถาบันการเงินในการที่จะพิจารณาให้การสนับสนุนการดำเนินธุรกิจแก่บริษัทมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อสภาพคล่อง ยอดขาย ผลการดำเนินงาน และฐานะทางการเงินของบริษัทต่อไป” นายวิน กล่าว
นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและรองประธานคณะกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระบวนการความคืบหน้าแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัท สหวิริยาสตีล อินดัสตรี (เอสเอสไอ) ศาลได้กำหนดวันนัดไต่สวนครั้งต่อไปในวันที่ 17 ก.พ. 2559 ซึ่งเบื้องต้นทางเอสเอสไอ จะเป็นผู้จัดทำแผนฟื้นฟูกิจการเอง แต่จะอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลจากเจ้าหนี้ ซึ่งทางธนาคารเจ้าหนี้รายใหญ่ทั้งสามราย คือธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย และธนาคารทิสโก้ กำลังทำงานร่วมกับลูกหนี้อย่างใกล้ชิด คาดว่าแผนฟื้นฟูจะแล้วเสร็จในเดือน มี.ค.นี้
ทั้งนี้ ธนาคารเจ้าหนี้พยายามหาแนวทางหลายแนวทาง เพื่อให้เอสเอสไออยู่รอดและดำเนินธุรกิจต่อไปได้ โดยแนวทางหนึ่งที่มองไว้ คือการหาพันธมิตรเข้ามาร่วมทุน เพื่อให้บริษัทเอสเอสไอเข้มแข็งยิ่งขึ้น







