posttoday
กกต.เผยโทษทำผิดประชามติขัดขวาง-โกงโทษหนัก

กกต.เผยโทษทำผิดประชามติขัดขวาง-โกงโทษหนัก

14 กุมภาพันธ์ 2559

กกต.เปิดโทษทำผิดประชามติ พบเจ้าหน้าที่เอี่ยวโดนอ่วมทั้งจำและปรับ ส่วนคนขวาง-โกงต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใหม่หมด รวมถึงมีโทษคลุมสื่อ-ออนไลน์

กกต.เปิดโทษทำผิดประชามติ พบเจ้าหน้าที่เอี่ยวโดนอ่วมทั้งจำและปรับ ส่วนคนขวาง-โกงต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใหม่หมด รวมถึงมีโทษคลุมสื่อ-ออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในวันที่  16 ก.พ. นี้ นอกจากจะรับทราบผลการหารือร่วมระหว่างกกต. และรัฐบาลเกี่ยวกับการจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมาแล้ว ยังพิจารณาว่าจะมีการเพิ่มเติมหรือปรับแก้ลักษณะความผิด และช่องทางการกระทำผิดที่จะมีโทษทางอาญา ในร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยความเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ  ที่กกต.ได้ยกร่างเสร็จแล้วหรือไม่ รวมทั้งจะมีการปรับเป็นร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ตามที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี มีความเห็นในชั้นหารือร่วมกันหรือเสนอเป็นร่างกฎหมายแล้วให้รัฐบาลไปพิจารณาเองว่าจะตราเป็นพ.ร.บ.หรือพ.ร.ก

ทั้งนี้ ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยความเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติฯที่กกต.ร่างเสร็จแล้วมีทั้งสิ้น 16 มาตรา ประธานกกต.เป็นผู้รักษาการ ลักษณะความผิดที่มีการกำหนดนั้นส่วนใหญ่จะเหมือนพ.ร.บ.ว่าด้วยความเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญเมื่อปี50  ประกอบด้วย

หากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานออกเสียงฯตั้งแต่กกต.จนถึงผู้ได้รับการแต่งตั้งให้ช่วยเหลือในการปฏิบัติงานออกเสียงจงใจไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ ทุจริตต่อหน้าที่ ขัดขวางมิให้เป็นไปตามกฎหมาย ใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปในทางทำให้การออกเสียงไม่สุจริต  เที่ยงธรรม  มีโทษปรับตั้งแต่ สองหมื่นบาท –สองแสนบาท จำคุก 1-10 ปี และอาจถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี แต่ถ้าปฏิบัติโดยสุจริต ก็ได้รับการคุ้มครองไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและอาญา

อย่างไรก็ตาม กรณีมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานออกเสียงฝ่าฝืนกฎหมาย กกต.มีอำนาจสั่งให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นยุติหรือระงับการกระทำที่เห็นว่าอาจทำให้การออกเสียงไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมได้ ขณะที่ผู้ใดขัดขวางเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานออกเสียงทุกระดับมิให้ปฏิบัติตามประกาศกกต. มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าการขัดขวางเป็นการ ขู่เข็ญ ใช้กำลัง มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  เช่นเดียวกับผู้บังคับบัญชา นายจ้าง ถ้าขัดขวาง หน่วงเหนี่ยว ไม่ให้ความสะดวกพอสมควรต่อการไปใช้สิทธิออกเสียงของผู้ใต้บังคับบัญชา หรือลูกจ้าง ก็ต้องรับโทษในอัตราเดียวกัน

ส่วนผู้ทำลายบัตรที่มีไว้การออกเสียงโดยไม่มีอำนาจ หรือทำให้ชำรุด เสียหาย ทำบัตรเสีย ซึ่งเป็นบัตรที่ใช้ได้  มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หากผู้กระทำเป็นผู้มีหน้าที่เกี่ยวกับการออกเสียงมีโทษหนักขึ้น จำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงสองแสนบาท 

สำหรับระหว่างเปิดการลงคะแนนออกเสียง ผู้ใดรู้อยู้แล้วไม่มีสิทธิออกเสียงในหน่วยนั้น ผู้ที่ใช้นำบัตรอื่นที่ไม่ใช่บัตรออกเสียง หรือนำบัตรออกเสียงฯออกจากที่ออกเสียง ทำเครื่องหมายใดไว้ที่บัตรออกเสียงเพื่อให้ผู้อื่นรู้ว่าเป็นบัตรออกเสียงฯของตน ใช้อุปกรณ์ใดบันทึกภาพบัตรออกเสียงฯที่ตนลงคะแนนออกเสียงแล้ว ขัดคำสั่งกรรมการประจำหน่วยที่สั่งให้ออกไปจากที่ออกเสียง มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท  หรือทั้งจำและปรับ

นอกจากนี้ หากนำบัตรออกเสียงใส่หีบบัตรโดยไม่มีอำนาจ กระทำการใดในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงเพื่อแสดงว่ามีผู้มาแสดงตนออกเสียงผิดไปจากความจริง กระทำการให้บัตรออกเสียงเพิ่มขึ้นจากความเป็นจริง ขัดขวาง หน่วงเหนี่ยว ไม่ให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไปยังที่ออกเสียง ก่อความวุ่นวายในที่ออกเสียง กระทำการรบกวนหรือเป็นอุปสรรคแก่การออกเสียง  มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท

ส่วนผู้ใดก่อความวุ่นวายไม่ให้การออกเสียงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ให้เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ จัดเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สิน ผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปออกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ให้ไปออกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทำให้สำคัญผิดในวันเวลาที่ออกเสียง วิธีการลงคะแนนออกเสียง เปิดทำลาย ทำให้เสียหาย ทำให้เปลี่ยนสภาพ ทำให้สูญหาย ไร้ประโยชน์ นำไปหรือขัดขวางส่งหีบบัตรออกเสียง บัตรออกเสียง มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกินสองแสนบาท

หากจัดให้มีการพนันอันมีผลจูงใจให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปออกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่ออกเสียง เรียกหรือรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนและผู้อื่น เพื่อไม่ไปออกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง5 ปี

ขณะเดียวกัน กำหนดห้ามขาย จำหน่าย จ่ายแจก จัดเลี้ยงสุราทุกชนิด ในเขตออกเสียงระหว่างเวลา 18.00 น.ของวันก่อนออกเสียง จนสิ้นสุดวันออกเสียง ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  ห้ามผู้ใดจัดยานพาหนะนำผู้มีสิทธิไปหรือกลับจากที่ออกเสียงโดยไม่เสียค่าโดยสาร ค่าจ้างตามปกติ รวมถ้าจูงใจ ควบคุมให้ผู้มีสิทธิออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง  มีโทษจำคุก 1-5 ปี ปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ อาจถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5ปี แต่บทบัญญัตินี้ยกเว้นกับหน่วยงานของรัฐที่จัดยานพาหนะเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิออกเสียง และห้ามเผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเกี่ยวกับการออกเสียง 7 วันก่อนการออกเสียงจนถึงเวลาสิ้นสุดการออกเสียงในวันออกเสียง ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

สำหรับกรณีกรรมการประจำหน่วยออกเสียง ถ้าจงใจนับบัตรออกเสียง คะแนนออกเสียง อ่านบัตรเสียง รวมคะแนนออกเสียง ผิดไปจากความจริง หรือทำให้บัตรออกเสียง ชำรุด เสียหาย และทำรายงานการออกเสียงไม่ตรงกับความจริง มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงสองแสนบาท

แต่ส่วนที่มีการกำหนดเพิ่มชัดเจนกว่าร่างกฎหมายปี50 คือ กำหนดให้ผู้ใดเผยแพร่ ข้อความ ภาพ เสียง ในสื่อหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือในช่องทางอื่นใด ที่ผิดไปจากข้อเท็จจริง มีลักษณะรุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย ปลุกระดม ข่มขู่ หรือลักษณะอื่นใด โดยมุ่งหวังเพื่อให้ผู้มีสิทธิไปออกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่ออกเสียง ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำการก่อความวุ่นวายเพื่อให้การออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย  โดยผู้ที่กระทำผิดทั้งก่อความวุ่นวาย ให้ สัญญาว่าจะให้ หลอกลวง บังคับขู่เข็ญ จนทำให้ต้องมีการออกเสียงประชามติใหม่ ผู้นั้นต้องรับผิดชอบในค่าใช้จ่ายในการออกเสียงประชามติใหม่ด้วย แต่กรณีผู้ที่รับเงิน ทรัพย์สิน ประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเอง หรือผู้อื่น แล้วมาแจ้งต่อกกต.ก่อนหรือในวันออกเสียงไม่ต้องรับโทษ และไม่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง

ทั้งนี้นายวิษณุ ยกเป็นข้อสังเกตในหารือว่า การรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ อาจใช้วิธีใส่ร้าย บิดเบือน ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดในเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญเพื่อหวังผลทางการเมือง โดยเฉพาะกระทำผ่านทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ขอให้กกต.ไปกำหนดความผิดให้ครอบคลุมการกระทำเหล่านี้ รวมถึงความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ด้วย ซึ่งในร่างพ.ร.บ.ที่กกต.ยกร่าง ก็กำหนดความผิดที่กระทำผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการใช้คำว่า “ช่องทางอื่น” น่าจะกว้างขวางเพียงพอแล้ว แต่ก็ขึ้นอยู่กับที่ประชุมกกต.พิจารณาอีกครั้ง

อย่างไรก็ตามร่างกฎหมายนี้แม้ยกฐานความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความเรียบร้อยในการออกประชามติเมื่อปี 2550 และความผิดตามกฎหมายเลือกตั้งสส.มาบัญญัติไว้ แต่ถือว่ามีความรุนแรงกว่า เพราะมีการกำหนดให้ต้องรับผิดชดใช้ค่าใช้จ่ายในการออกเสียงประชามติใหม่ ในความผิดเกี่ยวกับการก่อความวุ่นวายไม่ให้การออกเสียงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย  ที่ประเภทความผิดกำหนดไว้กว้าง นอกเหนือจากโทษจำคุกและโทษปรับ อีกทั้งในบางความผิดที่มีโทษเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งฝ่ายการเมืองที่จะรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ก็ต้องระมัดระวัง เพราะ หากร่างรัฐธรรมนูญนี้ผ่านมีผลบังคับใช้ ก็จะทำให้ไม่สิทธิสมัครรับเลือกตั้งอีกตลอดชีวิต และถ้าความผิดนั้นถูกพิสูจน์ว่าพรรคการเมืองรู้เห็นเกี่ยวข้องก็ก็มีสิทธินำไปสู่การถูกยุบพรรคได้อีกด้วย

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ