
เวทีภาคใต้เสนอกรธ.ให้นักการเมืองอยู่ไม่เกิน 8 ปีป้องกันผูกขาดตำแหน่ง
เวทีฟังความเห็นร่างรัฐธรรมนูญภาคใต้เสนอให้นักการเมืองทุกระดับอยู่ในตำแหน่งรวมกันห้ามเกิน 8 ปี ชี้รายชื่อนายกฯ ต้องมาจากสมาชิกพรรค
เวทีฟังความเห็นร่างรัฐธรรมนูญภาคใต้เสนอให้นักการเมืองทุกระดับอยู่ในตำแหน่งรวมกันห้ามเกิน 8 ปี ชี้รายชื่อนายกฯ ต้องมาจากสมาชิกพรรค
เมื่อวันที่ 14 ก.พ. คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นที่ จ.สุราษฏรธานี โดยมีประชาชนเข้าร่วมเสวนา และแสดงความเห็นจำนวนมาก
นายดอเลาะอาลี สาแม สมาชิกสภาองค์กรชุมชน จ.ยะลา เสนอ ว่า ขอให้พรรคการเมืองแจ้งชื่อนายกฯ พร้อม ครม. ก่อนเลือกตั้งด้วย และขอให้ ส.ส. ต้องอยู่ไม่เกิน 2 สมัย 8 ปี เท่ากับนายกฯ เพื่อเปิดโอกาสให้คนใหม่ ๆ เข้ามาทำงานบ้าง
ขณะที่ นายเกรียงศักดิ์ หลิวจันทร์พัฒนา ชาวหาดใหญ่ จ.สงขลา อดีตแกนนำ กปปส. ภาคใต้ เสนอว่าขอให้ทุกตำแหน่งทางการเมืองตั้งแต่ระดับท้องถิ่นถึงระดับชาติห้ามดำรงตำแหน่งรวมกันเกินแปดปี เพื่อไม่ให้มีการยึดอำนาจผูกขาดตำแหน่งเป็นสมบัติประจำตัว เพื่อให้นักการเมืองจะได้เริ่มทำงานการเมืองตั้งแต่ระดับท้องถิ่นแล้วเติบโตขึ้นมา เพราะเป็นได้อย่างละไม่เกิน 8 ปี
อย่างไรก็ตามมีผู้ร่วมเสวนาบางส่วนเสนอว่าไม่ติดใจหากนายกฯ มาจากคนนอกแต่ขอจำกัดว่าผู้ถูกเสนอชื่อจะต้องเป็นสมาชิกพรรคอยู่ และเมื่อลงมติโหวตนายกฯ ในสภา ผู้ที่ไม่ได้เป็น ส.สง จะต้องได้รับเสียงสนับสนุนมากกว่าผู้ที่เป็น ส.ส. อาจจะเป็นเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 หรือ เสียง 2 ใน 3 ขณะที่ผู้เป็น ส.ส. แค่คะแนนเกินกึ่งหนึ่งก็พอ แต่ก็บางคนที่เสนอขอให้เลือกนายกฯ โดยตรง ใช้รูปแบบการเลือกตั้งสองครั้งแบบสหรัฐ ให้ กกต. ยกเลิกไปพร้อมเสร็จการเลือกตั้ง และตั้งชุดใหม่แทน
นายศักดิ์สฤษฎ์ ศรีประสาท ชาว จ. ตรัง กลุ่ม กปปส. และนายกสมาคมชาวสวนยาวรายย่อยภาคใต้ กล่าวว่าเท่าที่อ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาแล้ว สามารถทำนายผลเลือกตั้งได้ล่วงหน้าว่าใครจะเป็นรัฐบาลหลังมีรัฐธรรมนูญ จึงรับประกันว่าพวกตนเหนื่อยฟรี เพราะพวกตนติดคดีปิดหน่วยเลือกตั้งหลายคนเพราะอยากเห็นการเมืองที่ดีขึ้น เพราะคนภาคใต้เป็นคนกลุ่มน้อยของประเทศนี้ วิธีการที่ร่างมาคนภาคใต้ก็จะยังเป็นคนกลุ่มน้อย เพราะคนเข้าคูหา ตั้งแต่เลือกผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน นอกจากตัดสินจากญาติ เพื่อนแล้ว เขาใช้เส้นแบ่งถนนพวกใครพวกมัน เขาตัดสินจากภาษา วัฒนธรรมชาติพันธุ์
"พี่น้องชาวสวนยางหลายคนเริ่มท้อไม่อยากมาร่วมเวที เพราะสมัยที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน กมธ. ร่างรัฐธรรมนูญกลุ่มชาวสวนยางทำงานกันหนักมาก สุดท้ายความคิดของชาวบ้านหลายคนถูกทิ้งลงถังขยะ หลายคนจึงท้อไม่อยากรับรู้ แต่ที่ผมมาวันนี้พอดีมีผู้ใหญ่ขอให้มา"นายศักดิ์สฤกษ์กล่าว
นายศักดิ์สฤกษ์เสนอว่าควรกำหนดให้เขตเลือกตั้งวันแมนวันโหวดเขตใหญ่เขตจังหวัด ส.ส. 3 คน ทำให้ผู้สมัครของหลายพรรคมีโอกาสได้ ไม่ใช่พรรคได้เป็นภาค ๆ หรือแบ่งสีเป็นภูมิภาค แต่กระจายทุกภาค ความแตกแยกก็ลดลง ส่วนนายกฯ คนนอกได้แต่ขอให้ใช้เสียงมากกว่า
"ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ต่างจากฉบับ อ.บวรศักดิ์ ที่ให้ประชาชนเป็นใหญ่ แต่ฉบับนี้รัฐเป็นใหญ่ จึงขอให้รัฐมาจากการเลือกตั้งประชาชนด้วยการให้ประชาชนเลือกตั้งผู้ว่าทุกจังหวัด เมื่อให้สิทธิ์ปกครองตนเองก็จะลดความเหลื่อมล้ำได้"นายศักดิ์สฤกษ์กล่าว
นายกสมาคมชาวสวนยางรายย่อยยังเสนอหาวิธีป้องกันนักการเมืองผูกขาดกระทรวง และเห็นด้วยว่าพรรคควรเสนอรายชื่อ ครม.ประจำกระทรวงให้ประชาชนรู้ก่อนเลือกตั้ง
นายเจริญ ศรีพงษ์ จ.ตรัง เสนอให้มีการประเมินจริยธรรมผู้สมัคร ส.ส. โดย กรรมการสิทธิ์ ผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นต้น โดยผู้ร่วมสัมมนาบางคนเสนอให้มีการอบรมด้วย ทั้งนี้ประเด็นนี้มีผู้เสนอให้มีคณะกรรมการในพรรคการเมืองกลั่นกรองคนที่จะมาเป็น ส.ส. ด้วย
นางจิรพา หนูชัย จ.ยะลา ประธานเครือข่ายองค์กรสตรี ชาว 14 จว. ภายใต้ เสนอความเท่าเทียมกันของผู้สมัครชายหญิง เพราะเพียงแค่คำนึงถึงมันไม่เกิดผลจริง ขอให้กำหนดสัดส่วนให้เท่าเทียมกันทั้งบัญชีรายชื่อ แบ่งเขต สว. และ ครม. ด้วย
เป็นที่น่าสังเกตว่าเวทีภาคใต้มีการปรับเปลี่ยนวิธีการนำเสนอเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญที่แตกต่างจากภาคอื่น ๆ โดยวิทยากรได้นำประเด็นที่มีการสร้างกระแสคัดค้านในสังคมมาเป็นคำถามหลัก เช่น "เขาว่า" การเลือก ส.ส. ด้วยบัตรใบเดียวเป็นการลิดรอนสิทธิ์ "เขาว่า" การให้นายกฯ มาจากคนนอกได้เป็นการสืบทอดอำนาจ ฯลฯ เป็นโจทย์ตั้งให้ กรธ. อธิบาย แทนการเล่าสาระสำคัญรายหมวดจากเดิม
นายธิติพันธ์ เชื้อบุญชัย กรธ. ในฐานะประธานอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นฯ เปิดเผยว่าช่วงตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมามีการบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญกันมากพอสมควร โดยอาศัยความเข้าไม่ถึงร่างรัฐธรรมนูญของชาวบ้านมาเป็นเครื่องมือบิดเบือน เช่นมีคลิป ๆ บอกว่าการกาบัตรใบเดียวเลือก ส.ส. ได้สองอย่าง 350 มาจากเลือกตั้ง อีก 150 คนมาจากการจัดตั้ง ซึ่งเป็นการโกหกคำโต เอาความไม่รู้ของประชาชนมาบิดเบือน เราจึงต้องพยายามคลี่คลายความถูกต้องด้วยการจัดเวทีเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจครั้งต่อ ๆ ไป







