posttoday
'บิ๊กป้อม'ลั่นราไวย์ต้องมีที่อยู่

'บิ๊กป้อม'ลั่นราไวย์ต้องมีที่อยู่

13 กุมภาพันธ์ 2559

สั่งตรวจสอบออกโฉนดนายทุน ชาวเลจี้แก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

สั่งตรวจสอบออกโฉนดนายทุน ชาวเลจี้แก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

“ประวิตร” ยันชาวเลราไวย์ต้องมีที่อยู่ สั่งตรวจสอบออกโฉนดนายทุนถูกต้องหรือไม่

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เปิดเผยว่า กลุ่มชาวเลราไวย์ ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต จะต้องมีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง โดยขณะนี้หน่วยงานอื่นๆ ได้เข้าไปดูแลและทำการพูดคุยกัน ขอยืนยันว่าเรื่องนี้ทางการดูแลอยู่แล้ว

“เคยพูดไปแล้วว่าจะต้องไปคุยกันว่าคนที่อยู่กันมาตั้งนาน กับคนที่มาออกเอกสารสิทธิทับ มันถูกต้องหรือไม่ จะต้องมาคุยกันจะตกลงอย่างไร แต่ชาวบ้านจะต้องมีที่อยู่อาศัย จะทำอย่างไรก็ไปคุยกัน ไม่ใช่ว่าจะต้องไปเป็นของนายทุนทั้งหมด ก็เข้าใจและจะต้องดูแล
ไม่ต้องห่วง” พล.อ.ประวิตร กล่าว

ขณะที่กลุ่มตัวแทนชาวเลราไวย์ประมาณ 100 คน เข้ายื่นหนังสือผ่าน พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ขอให้สนับสนุนการแก้ปัญหาของชาวเลอย่างยั่งยืน

นายนิรันดร์ หยังปาน ตัวแทนชาวเลหาดราไวย์ กล่าวว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาหาดราไวย์เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นที่อยู่อาศัย ที่ทำกินของชาวบ้านมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษมากกว่า 7 ชั่วอายุคน หรือกว่า 300 ปี

ทั้งนี้ ปัจจุบันมี 3 ชนเผ่า คือ มอแกน มอแกลน และอูรักลาโว้ย อาศัยในพื้นที่เดียวกัน จำนวน 252 หลังคาเรือน 2,063 คน เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาที่ตรงกับความจริงพร้อมกับยื่นข้อเสนอ 3 ข้อ

ประกอบด้วย 1.ขอให้ทางรัฐบาลดำเนินการคุ้มครองพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษที่มีอำนาจตามมติประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่  2 มิ.ย. 2553 โดยให้มีกรรมการระดับชาติที่มีอำนาจการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง

2.เร่งสั่งการให้กรมที่ดินเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ออกโดยมิชอบทับชุมชนชาวเลบ้านราไวย์ ตามที่คณะกรรมการแก้ปัญหาที่ดินทำกินและพื้นที่ทางจิตวิญญาณของชุมชนชาวเล ซึ่งมี พล.อ.สุรินทร์ พิกุลทอง เป็นประธานได้มอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รวบรวมหลักฐานและประชุมมีมติส่งให้กรมที่ดินเพิกถอนเอกสารสิทธิ จำนวน 19 ไร่ให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน

3.ขอให้รัฐบาลเร่งสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 5 จังหวัดอันดามัน คือ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และสตูล เร่งกันพื้นที่ทางจิตวิญญาณ เช่น บาไล สุสาน พื้นที่ประกอบพิธีกรรม ฯลฯ จำนวน 23 แห่ง และประกาศให้เป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ตามสภาพการใช้ประโยชน์เดิม เช่น เป็นสุสานชาวเล เป็นหลาโต๊ะที่ทำพิธีนอนหาดของชาวเล ฯลฯ เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งเช่นเดียวกับกรณีบาไลของชุมชนชาวเลบ้านราไวย์

ด้าน พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า ได้ทราบเรื่องดังกล่าวแล้วและรัฐบาลก็ทราบเรื่องแล้วเช่นกัน โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นและจะหาวิธีช่วยเหลือชาวเลราไวย์อย่างเร่งด่วน

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก