
นายกฯยึด3ฐานดุลยภาพปฏิรูปเศรษฐกิจ
นายกฯเขียนบทความจากใจในจดหมายข่าวเพื่อประชาชนยึด3ฐานดุลยภาพในการปฎิรูปเศรษฐกิจประเทศ
นายกฯเขียนบทความจากใจในจดหมายข่าวเพื่อประชาชนยึด3ฐานดุลยภาพในการปฎิรูปเศรษฐกิจประเทศ
เมื่อวันที่12ก.พ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เขียนบทความ “จากใจนายกรัฐมนตรี” ลงในจดหมายข่าวเพื่อประชาชน ฉบับที่ 20 วันที่ 15 ก.พ. 2559 ระบุว่า “สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่รักทุกท่าน “Rome wasn’t built in one day.” หมายถึง กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว ฉันใดก็ฉันนั้น ประเทศไทยแม้จะถูกสร้างมานานแล้ว แต่ก็ไม่อาจหยุดนิ่ง การปฏิรูปประเทศยังคงจำเป็นอยู่เสมอ เพื่อให้คนไทยและชาติไทยไม่พลัดหลง ตกหล่น จากกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลก
ผมยึดในหลักการสำคัญ คือ 1.การวาง “รากฐาน” การพัฒนา ต้องมั่นคง ไม่สั่นคลอน และยั่งยืน 2.การพัฒนา “พื้นฐาน” การขับเคลื่อนประเทศต้องมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจน บนหลักวิชาการ ไม่ไร้ทิศทาง และ 3.การอาศัย “ประชารัฐ” เป็น “ฐานคิด” ในการทำงานร่วมกัน พึ่งพา แลกเปลี่ยน ส่งเสริมเติมเต็ม เพื่อสร้างความเข้มแข็งร่วมกันครับ
สิ่งสำคัญที่รัฐบาลทำอยู่ เพื่อให้การปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศไทย มีดุลยภาพกับการปฏิรูปในมิติอื่นๆ ทั้งการเมือง สังคม วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย “3 ฐาน” คือ
ฐาน 1 “โครงสร้างพื้นฐาน” การพัฒนา 1.ด้านคมนาคมขนส่ง ทางบก ราง น้ำ อากาศ สำหรับขนย้ายคนส่งสิ้นค้า เชื่อมโยงชุมชน เขตเศรษฐกิจ คลัสเตอร์ นิคมต่างๆ ของเรา กับประเทศเพื่อนบ้าน พันธมิตรอาเซียน และทุกภูมิภาคของโลก 2.ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารรองรับ “เศรษฐกิจดิจิทัล” ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร องค์ความรู้ เทคโนโลยี การทำธุรกรรม การประกอบธุรกิจ 3.ด้านบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการทั้งระบบ สร้างสมดุล ทั้งน้ำกิน น้ำใช้ ภาคการผลิต และรักษาระบบนิเวศปากอ่าวไทย 4.ด้านพลังงาน ลดการนำเข้า ลดการพึ่งพา สร้างความเข้มแข็ง ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน พลังงานทางเลือก เช่น โซลาร์ฟาร์ม 5.ด้านกำจัดขยะมูลฝอย สร้างมูลค่า เปลี่ยนทรัพย์สิน เช่น โรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าจากขยะ เหล่านี้เป็นต้น
ฐาน 2 “บรรทัดฐาน” ทางสังคม โดยน้อมนำหลักปรัชญาของ “เศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งยึดทางสายกลางพอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี เพื่อให้ประชาชนคนไทย รู้เท่าทัน ตระหนัก ปรับตัว กับเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงของโลก รู้สิทธิ หน้าที่ เสรีภาพในกรอบของกฏหมาย และการเป็น “พลเมืองดี” อาทิ วินัยการจราจร เครารพกฏหมาย เคารพสิทธิส่วนบุคคล เห็นประโยชน์ส่วนร่วมเป็นใหญ่ มีจิตสาธารณะ ฯลฯ
ฐาน 3 “มาตรฐาน” สากล ของนวัตกรรม สินค้าและบริการ จะทำให้เราเป็นที่ยอมรับ และน่าคบค้าสมาคมด้วย ไม่เป็น “จระเข้ขวางคลอง” ที่คอยขัดขวางการพัฒนาหรือเพิกเฉยต่อกฏหมายระหว่างประเทศ สนธิสัญญา พันธสัญญา พิธีสาร และข้อตกลงต่างๆ แต่ก็ไม่ไร้จุดยืน ยอมถูก “สนตะพาย” ชี้นำ แสวงประโยชน์จนกลายเป็น “ไม้หลักปักเลน” ทิ้งหลักการต้องผสมผสานสร้างความกลมกลืน โดยไม่ละเลยเอกลักษณ์ความเป็นไทย โดยเฉพาะความเป็นสยามเมืองยิ้ม ที่ชาวโลกประทับใจและคุ้นเคย
ทั้งนี้ การให้ความรู้ การสร้างความเป็นมืออาชีพของ “ทรัพยากรมนุษย์” จำเป็นอย่างที่สุดต่อการปฏิรูป และคุ้มค่าอย่างยิ่งแก่การลงทุนสำหรับการสร้างชาติ โดยมิอาจสามารถคำนวณมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้เลย ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ.







