posttoday
แก้หนี้ครูให้ยั่งยืน

แก้หนี้ครูให้ยั่งยืน

11 กุมภาพันธ์ 2559

สถานการณ์หนี้สินครูที่เริ่มกลายเป็นปัญหาใหญ่ เพราะกัดกร่อนคุณภาพชีวิต จนทำให้เริ่มมีการนำไปโยงใยกับคุณภาพการศึกษา หากครูผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาการแก่ศิษย์มัวแต่คิดหาทางแก้ไขปัญหาหนี้สินของตัวเอง จะมีจิตใจไปสั่งสอนศิษย์อย่างไร

สถานการณ์หนี้สินครูที่เริ่มกลายเป็นปัญหาใหญ่ เพราะกัดกร่อนคุณภาพชีวิต จนทำให้เริ่มมีการนำไปโยงใยกับคุณภาพการศึกษา หากครูผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาการแก่ศิษย์มัวแต่คิดหาทางแก้ไขปัญหาหนี้สินของตัวเอง จะมีจิตใจไปสั่งสอนศิษย์อย่างไร

ธนาคารออมสินที่กำลังเกิดปัญหาจากการปล่อยสินเชื่อครูและกลายเป็นหนี้เสียจำนวนมาก จนถึงขั้นต้องไล่ฟ้องร้องดำเนินคดีกับครูที่มีพฤติกรรมเบี้ยวหนี้

ขณะนี้ครูและบุคลากรทางการศึกษามีหนี้ทั้งระบบประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นหนี้ที่กู้กับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูและแหล่งกู้อื่น 7 แสนกว่าล้านบาท และหนี้ที่กู้กับธนาคารออมสินผ่านทางโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค.ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) จำนวน 4.7 แสนล้านบาท จำนวนกว่า 6.5 หมื่นคน ในจำนวนนี้มีผู้ที่ผิดนัดชำระหนี้มากกว่า 3 งวดขึ้นไป และถูกธนาคารออมสินยื่นโนติสไปแล้วจำนวน 13,405 คน

หากการฟ้องร้องดำเนินคดีจนถึงที่สุดครูเหล่านี้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ ก็จะถูกฟ้องล้มละลาย ซึ่งในที่สุดแล้วต้องออกจากราชการ เพราะถือว่าทำผิดระเบียบข้าราชการ

สถานการณ์หนี้สินของครู เริ่มมากว่า 10 ปีที่ผ่านมา เริ่มตั้งแต่การปล่อยกู้ให้ไม่เกิน 2 แสนบาท เป็น 5 แสนบาท เป็น 8 แสนบาท เป็น 1.2 ล้านบาท และมากถึง 3 ล้านบาท/ราย เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่สอดคล้องกับรายได้ของครู

ต้นเหตุของหนี้เสียครูเกิดจาก 1.การปล่อยสินเชื่อที่เกินตัว 2.การแก้ไขพระราชบัญญัติสหกรณ์ที่เริ่มใช้มาเมื่อ 4-5 ปีก่อน ทำให้สหกรณ์สามารถหักเงินเดือนเพื่อมาชำระหนี้ของครูได้ก่อน 3.การสร้างกลไกในการติดตามทวงหนี้ โดยมีการทำข้อตกลงกับ สกสค.ให้ทำหน้าที่ในการติดตามทวงหนี้ให้ โดยธนาคารจะให้ค่าบริหารจัดการ 1% ของหนี้ที่เรียกชำระได้ และกรณีที่มีการค้างชำระหนี้เกิดขึ้นในแต่ละเดือน ได้ตกลงให้ธนาคารสามารถหักเงินค่าบริการจัดการส่วนนี้ไปชำระหนี้ก่อนได้ จึงทำให้ยอดหนี้เสียของครูอยู่ในระดับไม่ถึง 1%

แต่ภายหลังเมื่อครูมีก้อนนี้คอยใช้หนี้แทน จึงพากันชักดาบ จนเงินค่าตามทวงหนี้ที่มีอยู่จะใช้หนี้ไม่พอ ธนาคารออมสินจึงต้องเร่งออกมาตรการเพื่อป้องกันหนี้ตกชั้น ประกอบกับการบริหารของ สกสค. มีการนำเงินไปลงทุนผิดประเภทจนเกิดการตรวจสอบทุจริตภายในโดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่องดังกล่าวจึงแดงขึ้น

ปัญหาหนี้ครูกลายเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทย ถึงขั้นที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะต้องเข้าสั่งการให้แก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง จนคณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้ครูโดยให้นำเงินที่ทายาทจะได้รับในอนาคตเพื่อค้ำประกัน ได้แก่ เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ครอบครัว (ช.พ.ค.) หรือเงินบำเหน็จตกทอด เพื่อนำเงินสินเชื่อใหม่มาชำระหนี้เดิมหรือปิดปัญชีเดิม โดยเสียดอกเบี้ย 4% และกันไว้สำหรับชำระดอกเบี้ยและเงินชำระค่าศพ ช.พ.ค.รายเดือน เพื่อรักษาสถานภาพสมาชิก

แนวทางนี้คาดว่าจะช่วยแก้ปัญหาหนี้ครูได้ประมาณ 2.83 แสนราย ลดภาระหนี้ครูลงเฉลี่ยรายละ 3-6 แสนบาท ลดภาระผ่อนรายเดือน 2,000-4,000 บาท/เดือน โดยกรมบัญชีกลางจัดทำบันทึกโอนสิทธิการรับบำเหน็จตกทอดให้กับธนาคารออมสิน

การแก้ไขหนี้ด้วยวิธีนี้ ครูไม่มีโอกาสได้จับเงิน เพราะเงินที่ได้มาจะต้องนำมาชำระคืนหนี้ทั้งหมด เป็นความพยายามลดหนี้อย่างยั่งยืนให้ครู แต่ควรจะมีการป้องกันไม่ให้ครูกลับมาเป็นหนี้ท่วมตัวอีกด้วยการให้ความรู้เรื่องการเงิน การสร้างแนวคิดและทัศนคติเศรษฐกิจพอเพียง หากครูยังกลับไปในวังวนเดิมก็จะเป็นหนี้ต่อไปไม่จบสิ้น

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69