
ครม.เพ้อตัวเลขท่องเที่ยวโต
สถานการณ์ท่องเที่ยวไทยสุดสับสน ครม.รายงาน 6 เดือนแรกนักท่องเที่ยวมาแล้ว 7.5 ล้านราย ด้านหอการค้าฟันธง ท่องเที่ยวปีนี้ทรุดต่อเนื่อง
สถานการณ์ท่องเที่ยวไทยสุดสับสน ครม.รายงาน 6 เดือนแรกนักท่องเที่ยวมาแล้ว 7.5 ล้านราย ด้านหอการค้าฟันธง ท่องเที่ยวปีนี้ทรุดต่อเนื่อง
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบตามที่สำนักงานสถิติแห่งชาติเสนอ เรื่องสำรวจความคิดเห็นของผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยว พ.ศ. 2553 โดยพบว่าในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2553 มีจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งสิ้นกว่า 7.5 ล้านราย หรือเพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกมากที่สุดถึง 3.67 ล้านราย
ขณะที่รายได้จากนักท่องเที่ยวในช่วง 6 เดือนแรกของปีอยู่ที่ 2.72 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 16.8%
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวได้ระบุถึงเรื่องที่ต้องการให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาด้านการท่องเที่ยวมากที่สุดคือ ต้องการให้รัฐบาลสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ 83.7% รองลงมาต้องการให้ประชาสัมพันธ์สร้างภาพลักษณ์ด้านท่องเที่ยวอย่างจริงจังและต่อเนื่อง 79.2%
สาเหตุที่ทำให้สถานประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจมากที่สุดคือ มาจากความไม่สงบ/ความขัดแย้งภายในประเทศ 80.8%
นายดุสิต นนทะนาคร ประธานสภาหอการค้าไทย เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับสมาชิกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) ว่า การเกิดระเบิดบริเวณหน้าห้างบิ๊กซี ราชดำริ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เชื่อว่าจะกระทบต่อการเดินทางมาของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มยุโรป ที่ใช้เวลาการวางแผนการเดินทางล่วงหน้า 4-6 เดือน จึงเชื่อว่าในปีนี้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวช่วงครึ่งปีหลังจะยังไม่ฟื้นตัว แต่จะฟื้นตัวและเติบโตได้ดีในอีก 1 ปีข้างหน้า
ขณะนี้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวต้องพึ่งพาตัวเองให้มากที่สุด โดยลดการพึ่งพาความช่วยเหลือจากภาครัฐ ด้วยการบริหารจัดการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น รวมถึงปรับกลยุทธ์การตลาดให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ด้วยการมุ่งกลุ่มลูกค้าภายในประเทศและกลุ่มอาเซียน มากกว่ากลุ่มลูกค้าโซนยุโรปเหมือนที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามรัฐบาลต้องเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะเชื่อว่าไม่มีนักท่องเที่ยวรายใดเลือกเดินทางมายังประเทศที่มีความเสี่ยง รวมถึงรัฐบ่าลต้องเร่งจัดการปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้นให้ยุติโดยเร็ว “เอกชนอย่างหวังจะพึ่งแต่ภาครัฐ เราต้องกลับมาช่วยเหลือตัวเองให้มีพลังเตรียมความพร้อมในการเปิดเสรีอาเซียนในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งเชื่อว่าในช่วงเวลานั้นประเทศไทยจะเป็นประเทสที่มีความแข็งแกร่งที่สุดในด้านการท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศอาเซียน” นายดุสิต กล่าว







