posttoday
หวั่นแบงก์โลกเจ๊ง แห่ซื้อพันธบัตรพุ่ง

หวั่นแบงก์โลกเจ๊ง แห่ซื้อพันธบัตรพุ่ง

10 กุมภาพันธ์ 2559

ไฟแนนเชียลไทมส์ รายงานว่า นักลงทุนกำลังแห่ซื้อตราสารอนุพันธ์ประกันความเสี่ยง (ซีดีเอส) เพื่อค้ำประกันความเสี่ยงหุ้นกู้ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ที่กำลังผันผวนอย่างหนัก และสะท้อนถึงความเสี่ยงในภาคอุตสาหกรรมการเงินครั้งใหม่

ไฟแนนเชียลไทมส์ รายงานว่า นักลงทุนกำลังแห่ซื้อตราสารอนุพันธ์ประกันความเสี่ยง (ซีดีเอส) เพื่อค้ำประกันความเสี่ยงหุ้นกู้ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ที่กำลังผันผวนอย่างหนัก และสะท้อนถึงความเสี่ยงในภาคอุตสาหกรรมการเงินครั้งใหม่

รายงานระบุว่า ดัชนีซีดีเอสตัวหนึ่งซึ่งติดตามค่าประกันความเสี่ยงหุ้นกู้บริษัทและธนาคารในยุโรปได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 118 จุด หรือเกือบสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2013

ทั้งนี้ นักลงทุนเป็นกังวลว่าธนาคารดอยช์แบงก์จะไม่สามารถชำระหนี้ในหุ้นกู้แปลงสภาพที่ไปลงทุนกับธุรกิจพลังงานได้ หลังจากที่ธุรกิจพลังงานกำลังอยู่ในภาวะย่ำแย่อย่างหนักและเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้และล้มละลาย ส่งผลให้ดัชนีติดตามค่าประกันความเสี่ยงหุ้นกู้ของดอยช์แบงก์ปรับตัวเพิ่มขึ้นไปถึง 438 จุด จาก 187 จุด หรือสูงสุดในรอบ 4 ปี 

อย่างไรก็ตาม จอห์น ไครแอน ประธานบริหาร (ซีอีโอ) ร่วมธนาคารดอยช์แบงก์ เปิดเผยว่า ไม่มีความกังวลเช่นเดียวกับตลาดต่อสภาพระบบการเงินของยุโรป ซึ่งเกิดจากภาคส่วนพลังงานอาจล้มละลายและผิดนัดชำระหนี้ โดยระบุว่า บรรดาสถาบันการเงินต่างยังมีเสถียรภาพอย่างสมบูรณ์แบบ

ไครแอน ระบุว่า ทางธนาคารจะสั่งการให้พนักงานระวังการตอบคำถามลูกค้าในเรื่องของความผันผวนตลาด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อดอยช์แบงก์ นอกจากนี้ดอยช์แบงก์จะจ้างงานในส่วนของการซื้อขายหลักทรัพย์และการวิจัยเพิ่มขึ้น เพื่อที่จะก้าวกลับขึ้นไปเป็นผู้นำด้านหลักทรัพย์

“อย่างที่สอง เรากำลังจะลงทุนโดยการจ้างงานพนักงานธนาคารอาวุโสจากต่างชาติเข้าสู่ คอร์ปอเรต แอนด์ อินเวสต์เมนต์ แบงก์กิ้ง อย่างที่สาม คือ เรากำลังจะลงทุนเพิ่มในส่วนเทคโนโลยีการพบปะกับลูกค้า โดยเฉพาะในแบงก์ค้าปลีกและธุรกิจจัดการสินทรัพย์ของเรา” ซีอีโอคนดังกล่าวระบุ

ขณะที่รัฐมนตรีคลังเยอรมนี โวล์ฟกัง โชเบิล กล่าวยืนยันว่า ไม่กังวลต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในธนาคารดอยช์แบงก์ ซึ่งเป็นแบงก์ผู้ปล่อยกู้รายใหญ่ที่สุดในเยอรมนี แม้ว่านักลงทุนจะพากันทิ้งหุ้นและหุ้นกู้ของธนาคารดังกล่าวไปก็ตาม อย่างไรก็ตามรัฐมนตรีคลังรายนี้ยังไม่ได้ให้เหตุผลเพิ่มเติมแต่อย่างใด

ด้านบลูมเบิร์กรายงานว่า ความต้องการพันธบัตรรัฐบาลซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยประเภทหนึ่งกำลังเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากนักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงในภาวะตลาดทุนผันผวนหนัก และหันไปพักการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยแทน ซึ่งส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี ปรับลดลงต่ำกว่าระดับ 0% เป็นครั้งแรก โดยให้ผลตอบแทนลบ 0.007%

สำหรับพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอายุ 2 ปี ให้ผลตอบแทนลดลง 0.02% มาอยู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ลบ 0.51%

ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 5 ปี ให้ผลตอบแทนลดลงต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2013 อยู่ที่ 1.1112% และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ก็ให้ผลตอบแทนต่ำสุดในรอบกว่า 1 ปี อยู่ที่ 1.6947% ในการซื้อขายที่ตลาดเอเชียวานนี้ เนื่องจากนักลงทุนรอติดตามผลของ เจเน็ต เยลเลน ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะขึ้นให้การกับคณะกรรมาธิการกิจการการเงินของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐในวันนี้ว่า จะมีการให้ความเห็นเรื่องการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างไร

ปัจจุบันมีพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกที่ให้ผลตอบแทนต่ำกว่า 0% ทั้งหมดราว 7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 247 ล้านล้านบาท) ขณะที่ดัชนีพันธบัตรรัฐบาลโลกของแบงก์ ออฟ อเมริกา เมอร์ริล ลินช์ อยู่ที่เฉลี่ย 1.29% ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2005

“สถานการณ์ตอนนี้แทบจะเป็นความตื่นตระหนกไปแล้ว และมีการแห่เข้าไปซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยกันมากเกินจริง” ฮิเดโอะ ชิโมมุระ หัวหน้าฝ่ายนักลงทุนของกองทุนโคคุไซ แอสเสท แมเนจเมนต์ ในเครือมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ กล่าว

ทั้งนี้ ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับตัวลดลงไปกว่า 100 จุด ทันทีที่เปิดตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก เมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยเป็นความกังวลต่อเนื่องของนักลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกที่มีทิศทางหันไปถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค