posttoday
บิ๊กซีกับระบบนอมินี

บิ๊กซีกับระบบนอมินี

09 กุมภาพันธ์ 2559

โดย...สมชาย สกุลสุรรัตน์

โดย...สมชาย สกุลสุรรัตน์

วันนี้มีข่าวว่า บริษัท ทีซีซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัทในกลุ่มของคุณเจริญ สิริวัฒนภักดี จะใช้เงินประมาณ 1.2 แสนล้านบาท ซื้อหุ้นในบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) จากกลุ่ม GEANT CASINO ของฝรั่งเศส โดยในการซื้อขายระบุว่า กลุ่มทีซีซี และกลุ่ม GEANT CASINO จะซื้อและขายหุ้นทั้งทางตรงและทางอ้อมในบริษัท บิ๊กซีฯ รวมทั้งสิ้น 483 ล้านหุ้น คิดเป็น 58.56% ของหุ้นที่ออกแล้วทั้งหมดของบริษัท

ใครเขาจะซื้อขายกันอย่างไรเป็นเรื่องของธุรกิจ แต่ที่น่ายินดีคืออย่างน้อยบริษัท บิ๊กซีฯ ในประเทศไทยที่มีสาขาและเครือข่ายถือครองอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยทั่วประเทศจะได้กลับมาเป็นบริษัทของคนไทย แทนที่จะให้บริษัทต่างชาติใช้เทคนิคทางกฎหมายเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เกินร้อยละ 50 ในบริษัทไทย ซึ่งตามกฎหมายไม่สามารถจะทำได้ แล้ว หลังจากนั้นก็ใช้สิทธิในฐานะนิติบุคคลสัญชาติไทยซื้อและถือครองกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ซึ่งกฎหมายไทยก็ห้ามไว้เช่นเดียวกันว่า คนหรือนิติบุคคลต่างด้าวจะทำไม่ได้

สำหรับกรณีการซื้อขายหุ้นบิ๊กซีครั้งนี้ เห็นได้ชัดเจนว่ากลุ่ม GEANT CASINO ของฝรั่งเศสนั้น เป็นผู้ถือหุ้นทางตรงในบิ๊กซี 264 ล้านหุ้น และถือหุ้นทางอ้อมผ่านบริษัท เสาวนีย์ โฮลดิ้งส์ จำกัด อีก 218 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 32.10 และ 26.46 ของหุ้นในบริษัท บิ๊กซีฯ ตามลำดับ พูดง่ายๆ คือตามกฎหมายบริษัทต่างชาติในเครือ GEANT CASINO ถือหุ้นในบิ๊กซีเพียง 32.10% เท่านั้น อีก 26.46% เป็นหุ้นที่ถือโดยบริษัท “ไทย” ซึ่งได้แก่บริษัท เสาวนีย์ โฮลดิ้งส์ ซึ่งกลุ่ม GEANT CASINO สามารถตกลงขายให้บริษัท ทีซีซี ได้พร้อมกับหุ้นที่บริษัทต่างชาติคือ GEANT INTERNATIONAL BV ถืออยู่

ก็ดีแล้วครับ เมื่อกฎหมายไทยไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่ต่างด้าวเข้ามาถือหุ้นในบริษัทไทยเกิน 50% ไม่ได้เพราะเทคนิคทางกฎหมาย การที่กลุ่มบริษัทคนไทยเข้าไปซื้อหุ้นทั้งทางตรงและทางอ้อมคืนจากต่างชาติ จึงเป็นปรากฏการณ์ที่น่ายินดี

ว่าไปแล้วคงเป็นเพราะเวรกรรมตามสนองกลุ่มบริษัท GEANT CASINO ของฝรั่งเศสที่ใช้เทคนิคเข้ามาถือหุ้นในบริษัทไทยโดยหลีกเลี่ยงกฎหมาย เพราะที่เขาต้องขายหุ้นในบิ๊กซีออกไปครั้งนี้ เพื่อนำเงินไปชำระหนี้ของบริษัทแม่ที่ทำธุรกิจในยุโรป ละตินอเมริกา และอีกหลายประเทศแล้วขาดทุน ถูกลดอันดับเครดิต จึงต้องขายหุ้นในบิ๊กซีเมืองไทยที่ทำธุรกิจแล้วมีกำไรออกไป เพราะในเมืองไทยเรานี้แสนดีหนักหนา ทำธุรกิจค้าปลีกขนาดยักษ์ง่าย รัฐบาลไม่ควบคุมการประกอบธุรกิจไม่ให้กระทบกระเทือนถึงช่องทางทำมาหากินของคนในท้องถิ่นเหมือนประเทศอื่น

คิดอย่างนี้ได้สบายใจดีใช่ไหมครับ ผมหวังว่าอีกไม่นานคงเห็นกลุ่มธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ที่บริษัทต่างชาติถือหุ้นอยู่เกิน 50% ทั้งทางตรงและทางอ้อม ขายหุ้นให้บริษัทในกลุ่มคนไทยอีก เพราะได้ทราบว่าทำธุรกิจค้าปลีกในประเทศอื่นขาดทุนจนต้องตบแต่งบัญชีกันเป็นเรื่องเสียหายโด่งดังในต่างประเทศ เมื่อไรถูกทางการของเขาปรับแบบทำโทษรุนแรง คงต้องขายหุ้นบริษัทในเมืองไทยหาเงินไปจ่ายค่าปรับเหมือนเดิม เพราะทางราชการและศาลต่างประเทศเวลาเขาปรับบริษัทยักษ์ใหญ่ที่หลีกเลี่ยงกฎหมายหรือละเมิดจรรยาบรรณของผู้บริหาร เขาปรับกันแบบอยู่ได้ก็อยู่ อยู่ไม่ได้ก็เจ๊งไป ไม่ใช่ปรับแบบประนีประนอมรับสารภาพลดครึ่งราคาเหมือนในประเทศไทย

พูดมาตั้งนาน ท่านผู้อ่านบางท่านคงอยากทราบว่า ที่ผมบอกว่าบริษัทต่างชาติใช้เทคนิคทางกฎหมายเข้ามาถือหุ้นในบริษัทหรือนิติบุคคลไทยอย่างบิ๊กซี ที่ขายหุ้น
ทั้งทางตรงและ “ทางอ้อม” ให้กับกลุ่มธุรกิจของคนไทยครั้งนั้น เขาทำอย่างไรจึงสามารถเข้ามาถือหุ้นในบริษัทที่มีเครือข่ายสาขากว่า 122 แห่ง แต่ละแห่งถือครองกรรมสิทธิ์ในที่ดินหลายสิบไร่ทั้งๆ ที่กฎหมายห้าม

ความจริงเทคนิคนี้ไม่ยากเย็นอะไร เป็นเทคนิคที่ทราบกันดีทั้งภาคราชการและเอกชน กล่าวคือ เมื่อกฎหมายไทย (พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว) ห้ามไม่ให้คนต่างด้าวถือหุ้นในบริษัทไทยเกิน 50% เขาก็ตั้งบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทยขึ้นมาถือหุ้นแทน โดยให้ตัวแทนที่เรียกว่า “นอมินี” ถือหุ้น แต่อำนาจในการลงคะแนนเสียงและการบริหารจัดการยังอยู่ในมือของบริษัทต่างด้าว แค่นี้ก็สามารถใช้สิทธิของความเป็นนิติบุคคล “ไทย” ซื้อที่ดินประกอบธุรกิจได้ถูกต้องตามกฎหมาย แม้ว่ากฎหมายที่ดินของไทยนั้น คนต่างด้าวไม่สามารถถือครองกรรมสิทธิ์ในที่ดินได้ ง่ายออกจะตายไปใช่ไหมครับ

แล้วถามต่อไปว่า เมื่อทราบกันดีว่ามีการใช้ระบบนอมินีหรือตัวแทนเข้ามาถือหุ้นแทนคนต่างด้าว แล้วทำไมไม่แก้ไขให้ถูกต้องเสีย

คำตอบคือ คนส่วนใหญ่รวมทั้งคนในภาคราชการระดับสูงและในวงการธุรกิจ เข้าใจคลาดเคลื่อนว่ากฎหมายที่ใช้จัดการเรื่องนี้ (พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว) เป็น พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องกับการ
ส่งเสริมให้คนต่างด้าวนำเงินเข้ามาลงทุนทางตรงในประเทศไทย ทั้งๆ ที่คนต่างด้าวหรือนักลงทุนต่างด้าวที่ต้องการเข้ามาลงทุนในประเทศไทยอย่างถูกต้องนั้น จะไม่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายฉบับนี้เลย แต่กลับจะได้รับความคุ้มครองไม่ให้นักลงทุนที่หลีกเลี่ยงกฎหมายเข้ามาประกอบธุรกิจที่กฎหมายห้ามเข้ามาแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรม

ตัวอย่างเช่น นักลงทุนต่างชาติที่ต้องการซื้อที่ดินประกอบการอุตสาหกรรมระยะยาว เป็นกรรมสิทธิ์นั้นจะทำไม่ได้ เพราะกฎหมายที่ดินห้ามไม่ให้คนต่างด้าวถือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน แต่ถ้านักลงทุนจากชาติเดียวกันหรือชาติอื่นเข้ามาตั้งบริษัทโดยใช้นอมินีถือหุ้นแทนสามารถจะซื้อที่่ดินเป็นกรรมสิทธ์ิประกอบธุรกิจประเภทเดียวกันได้ เพราะบริษัทที่ตั้งขึ้นมีสิทธิไทย อย่างนี้เป็นการไม่ยุติธรรมสำหรับนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการเข้ามาประกอบธุรกิจอย่างตรงไปตรงมาในประเทศไทย เขาจึงมีทางเลือกเพียง 2 ทาง

1.ใช้ระบบนอมินีเข้ามาประกอบธุรกิจเหมือนคู่แข่ง หรือ 2.ไปลงทุนที่ประเทศอื่นที่ไม่มีระบบนอมินี เราจะปล่อยให้ประเทศไทยเป็นอย่างนี้ต่อไปอีกนานเท่าไร ถ้าแก้ไขไม่ได้ก็ยกเลิกไปเลยดีไหมครับ

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว