posttoday
ครม.ขู่ถอนตัวภาคียูเนสโก

ครม.ขู่ถอนตัวภาคียูเนสโก

28 กรกฎาคม 2553

ครม.มีมติค้านเผนจัดการพื้นที่เขาพระวิหารที่กัมพูชาเสนอต่อคณะกรรมการมรดกโลก มอบอำนาจสุวิทย์ถอนตัวจากภาคีสมาชิกยูเนสโกทันทีหากมีการยอมรับแผนดังกล่าว 

ครม.มีมติค้านเผนจัดการพื้นที่เขาพระวิหารที่กัมพูชาเสนอต่อคณะกรรมการมรดกโลก มอบอำนาจสุวิทย์ถอนตัวจากภาคีสมาชิกยูเนสโกทันทีหากมีการยอมรับแผนดังกล่าว 

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ได้มีมติต่อการพิจารณาแผนการบริหารจัดการพื้นที่ปราสาทเขาพระวิหาร ที่กัมพูชา เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ที่ประเทศบราซิล 3 ข้อ โดยข้อแรก ครม. คัดค้านแผนการบริหารจัดการพื้นที่ปราสาทพระวิหารของกัมพูชา

ข้อสอง หากยูเนสโก รับรองแผนดังกล่าว  ไม่ว่าทั้งในทางเปิดเผยหรือทางลับ รัฐบาลไทยจะทบทวนการเป็นประเทศภาคีสมาชิกยูเนสโก รวมทั้งมอบ ให้นายสุวิทย์  คุณกิติ รมว.ทรัพย์กรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้เดินทางไปร่วมประชุมสามารถถอนตัวจากการเป็นภาคีสมาชิกได้ทันที

ข้อสาม ครม.ได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ(กต.) ทำหนังสือแจ้งมติของ ครม.ในวันนี้ไปยังองค์การยูเนสโก ที่ประเทศฝรั่งเศส และที่การประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ที่ประเทศบราซิล 

รายงานข่าวแจ้งว่า นายสุวิทย์ ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนฝ่ายไทย ในคณะกรรมการมรดกโลก ได้หารือกับตัวแทนจากฝ่ายกองทัพ เพื่อกำหนดแนวทางการคัดค้านข้อเสนอของฝ่ายกัมพูชา จัดการพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร โดยเบื้องต้นจะเสนอให้ทางยูเนสโก เลื่อนการพิจารณาประเด็นนี้ออกไป จนกว่าจะมีการปักปันเขตแดน เนื่องจากยังเป็นข้อพิพาทที่ต้องหาข้อตกลงร่วมกัน

มาร์คยืนยันหากจำเป็นก็ต้องทำแม้มีผลกระทบ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า  หากไทยถอนตัวจากภาคีของกรรมการมรดกโลก จะมีผลกระทบคือ ไทยจะไม่สามารถที่ขึ้นทะเบียนสถานที่ต่างๆเพิ่มขึ้นเป็นมรดกโลกอีกได้ และสถานะของมรดกโลกที่ขึ้นทะเบียนไว้ก่อนหน้านี้ก็จะไม่ได้รับการช่วยเหลือใดจากคณะกรรมการฯอีก รวมถึงจะมีผลผูกพันในเรื่องของค่าสมาชิกและเรื่องต่างๆ ด้วย 

อย่างไรก็ตามการถอนตัวต้องมีขั้นตอนของคณะกรรมการมรดกโลก คือ ต้องมีการแสดงเป็นเจตนารมย์เป็นลายลักษณ์อักษรซึ่งขั้นตอนในส่วนของไทยต้องผ่านการพิจารณาของรัฐสภา และเมื่อแสดงเจตนารมย์ไปแล้วกว่าจะมีผลก็ใช้เวลาถึง 12 เดือน

“สิ่งที่เราแสดงออกในขณะนี้คือเราไม่เห็นด้วยกับวิธีการของคณะกรรมการมรดกโลกที่ไม่เคารพเจตนารมย์ของตัวองค์กรเอง เรามองไม่เห็นว่าการส่งเสริมอนุรักษ์สิ่งที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมแต่กลับนำไปสู่ข้อพิพาทและความขัดแย้ง แม้กระทั่งความเป็นไปได้ที่จะเกิดความรุนแรงมันเป็นไปตามแนวทางของการส่งเสริมให้คนได้ประโยชน์จากสิ่งที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมได้อย่างไร ซึ่งถ้ายังยืนยันที่จะเดินไปในแนวทางนี้ สิ่งที่เราต้องยึดถือก่อนคือหลักอธิปไตยของเรา ส่วนผลกระทบที่ตามมาถ้าเราจำเป็นต้องทบทวนเรื่องการเป็นภาคีนั้นถ้าจำเป็นก็ต้องทำ”นายกรัฐมนตรี กล่าว 

เชื่อผลตัดสินของกรรมการมรดกโลกทำชายแดนตึงเครียด

นายกฯ กล่าวว่า ผลการตัดสินของกรรมการมรดกโลกจะส่งผลให้เกิดความตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชามากขึ้น  เพราะทั้งสองฝ่ายก็ต้องวิตกกังวลต่อผลที่จะเกิดขึ้นหรือผูกพันทางกฎหมาย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ยืนยันมาโดยตลอดคือตราบเท่าที่ทั้งสองประเทศมีข้อตกลงกันในปี 2543 ว่าพื้นที่ตรงนี้ต้องมีการจัดทำหลักเขตแดนร่วมกันและไม่ควรมีการ เปลี่ยนแปลงหรือทำอะไรให้เกิดผลกระทบต่อสภาพพื้นที่ตรงนั้น คณะกรรมการมรดกโลกก็ควรจะรอหรือมิฉะนั้นก็ยอมรับไปเลยว่าพื้นที่บริเวณดังกล่าวต้องเป็นการขึ้นทะเบียนร่วมกันของสองประเทศ

ทั้งนี้อยากจะเรียกร้องไปยังประเทศสมาชิกของกรรมกรรมรดกโลกให้คำนึงถึงเจตนารมย์ของคณะกรรมการมรดกโลกที่เป็นองค์กรที่ต้องส่งเสริมเรื่องสันติภาพและวัฒนธรรม ไม่ใช่องค์กรที่มาสร้างความตึงเครียดหรือความขัดแย้ง และควรจะเก็บเกี่ยวบทเรียนตรงนี้ เนื่องจากในอดีตเมื่อใดก็ตามที่มีการขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกหรือไปตัดสิน ในสิ่งที่มีปัญหาความละเอียดอ่อนในเรื่องของอธิปไตย หรือข้อขัดแย้ง สุดท้ายก็จะกลายเป็นการขยายความขัดแย้งมากกว่าที่จะเป็นช่องทางในการแก้ ปัญหาและไม่คิดว่าไทยก้าวช้ากว่ากัมพูชาในเรื่องนี้ เพราะไทยพยายามเดินสายคัดค้านอยู่ตลอด

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ