posttoday
ข้าวแลกปลา-ปลาแลกข้าว วิถีวัฒนธรรมชุมชนที่สุรินทร์

ข้าวแลกปลา-ปลาแลกข้าว วิถีวัฒนธรรมชุมชนที่สุรินทร์

07 กุมภาพันธ์ 2559

ยุคข้าวยากหมากแพง สินค้าอุปโภคบริโภคถีบตัวสูงขึ้น ต้นทุนค่าครองชีพเพิ่มขึ้น แซงรายได้ทั้งเงินเดือน

โดย...นพรัตน์ กิ่งแก้ว

ยุคข้าวยากหมากแพง สินค้าอุปโภคบริโภคถีบตัวสูงขึ้น ต้นทุนค่าครองชีพเพิ่มขึ้น แซงรายได้ทั้งเงินเดือน และราคาผลผลิตทางการเกษตร แต่ที่ อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ ตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในอีสานใต้ ยังมีผู้ที่นำแนวคิดเศรษฐกิจแบบพึ่งพาอาศัยกันในชุมชนมาใช้ และได้ผลตอบรับที่ดี

ที่ตลาดปลาทางพาด หรือตลาดปลาทุ่งกุลา สี่แยกทางพาด บ้านหนองพิมานเหนือ ต.กระเบื้อง อ.ชุมพลบุรี แต่ละวันมีชาวบ้านจำนวนมากเดินทางมาจากหลายพื้นที่ ทั้งใน จ.สุรินทร์ และจังหวัดใกล้เคียง พากันขนข้าวสารเจ้าหอมมะลิและข้าวเหนียว ใส่หลังรถยนต์กระบะมาหลายคัน มาจอดที่บริเวณด้านหน้าร้าน “แม่มะลิปลาสด” กันอย่างคึกคัก เพื่อนำข้าวเหนียวและข้าวเจ้ามาแลกปลาช่อน และปลาดุก ไปประกอบอาหารเลี้ยงครอบครัว

แม้ร้านขายปลาสดริมทางหลวงสี่แยกทางพาดจะมีผู้ค้าปลาอยู่กว่า 70 ร้าน แต่การเปิดให้นำข้าวมาแลกปลามีเพียงร้านแม่มะลิปลาสดเพียงรายเดียวเท่านั้นที่ยังคงวิถีชุมชนดั้งเดิมด้วยการพึ่งพาอาศัยกัน แบ่งปันให้พี่น้องเพื่อนบ้านในแบบบ้านพี่เมืองน้อง ตามบรรพบุรุษถ่ายทอดมาตั้งแต่อดีตกาลโบราณมา เป็นการแลกเปลี่ยนและแบ่งปันในรูปแบบอดีตที่เคยเรียกกันว่า เกลือแลกข้าว ข้าวแลกเกลือ ซึ่งเรียกได้อีกอย่างว่า ข้าวแลกปลา

ข้าวแลกปลา-ปลาแลกข้าว วิถีวัฒนธรรมชุมชนที่สุรินทร์ มะลิ งามแสง

 

มะลิ งามแสง ในวัย 60 ปี เจ้าของร้านแม่มะลิปลาสด บอกว่า ไม่ได้ทำนาปลูกข้าว ประกอบกับขายปลาอย่างเดียว มานานกว่า 10 ปี จึงคิดว่าชาวนามีข้าว เราเองก็มีปลา เอามาแลกกัน โดยไม่จำกัดปริมาณชาวนามีข้าวเท่าไหร่ก็นำมาแลกปลาได้เลยทุกวัน ทำเช่นนี้มานานกว่า 10 ปีแล้ว แต่ละวันจะได้ข้าวประมาณ 50-150 กิโลกรัม แลกไว้กินเองไม่ได้ขาย ชาวบ้านก็นำปลาไปกินเองไม่ได้ขายเช่นกัน แต่ชาวบ้านก็ไม่ได้มาแลกทุกวัน แล้วแต่ว่าใครจะมี จะอยากกินปลาก็เอามาแลกได้ เป็นการพึ่งพาอาศัยกัน แต่การค้าหลักๆ ก็ขายปลา

ตลาดปลาสดแห่งนี้จำหน่ายปลาน้ำจืด ปลานา หลังจากการเก็บเกี่ยวข้าว ชาวนาจะสูบน้ำจากหนองน้ำ หรือสระน้ำตามแปลงนา เพื่อจับปลามาขาย มีทั้งปลาช่อน ปลาดุก ปลาไหล ปลาหมอ ปลาซิว ปลาสร้อยและปลาน้ำจืดอื่นๆ ทุกชนิดทุกขนาด รวมไปถึงปลาที่ตากแห้งแล้ว จำหน่ายในราคาที่ผู้ซื้อสามารถต่อรองกันได้

ข้าวแลกปลา-ปลาแลกข้าว วิถีวัฒนธรรมชุมชนที่สุรินทร์

 

บุญเลี้ยง เตียงดี จาก ต.โนนแดง อ.บรบือ จ.มหาสารคาม ซึ่งนำข้าวเหนียวที่ปลูกและเก็บเกี่ยวมาแลกปลา กล่าวว่า นำข้าวเหนียวและข้าวเจ้ามาแลกเอาปลาดุก ปลาช่อน นำไปประกอบอาหารเลี้ยงครอบครัว แม่ค้าปลาตีราคาข้าวเหนียวกิโลกรัมละ 25 บาท ข้าวเจ้ากิโลกรัมละ 30 บาท

ฉวี เทียงแสง เพื่อนบ้านที่เดินทางมาจาก จ.มหาสารคาม ด้วยกันบอกว่า นำข้าวเหนียวจำนวน 23 กิโลกรัม มาแลกปลาช่อนได้ปลา 5 ตัว น้ำหนัก 3 กิโลกรัม ปกติแม่ค้าขายปลาช่อนสดกิโลกรัมละ 120 บาท ตัวเองและญาติจะพากันเดินทางนำข้าวมาแลกปลาเป็นประจำทุกปี หลังฤดูกาลเก็บเกี่ยว และมีร้านแม่มะลิปลาสดเพียงเจ้าเดียวที่รับแลก ร้านอื่นไม่รับแลก

ข้าวแลกปลา-ปลาแลกข้าว วิถีวัฒนธรรมชุมชนที่สุรินทร์

 

ชัยยันต์ โพธิ์ขนาบ ประธานตลาดปลาทุ่งกุลา กล่าวว่า ข้าวแลกปลา ปลาแลกข้าว เป็นวิถีของคนที่ราบสูง ทำนาข้าวเหนียวจะนำมาแลกปลากัน แลกเปลี่ยนกัน เอาข้าวเหนียวมาแลกปลา ปกติร้านอื่นจะขายปลาเป็นเงิน แต่ร้านแม่มะลิปลาสดเป็นการแลกเปลี่ยนกัน ซึ่งในแต่ละร้านก็จะมีรายได้ขึ้นกับลูกค้า บางเจ้ามีรายได้ 2-3 หมื่นบาท/วัน

“ตลาดปลาทุ่งกุลา เริ่มมากว่า 30 ปีแล้ว เริ่มต้นจากชาวบ้านสูบน้ำในที่นาได้ปลา ก็นำมาขาย ปัจจุบันมีการตั้งเพิงขายปลากว่า 70 ร้าน ปีที่ผ่านมามีเงินสะพัดประมาณ 200 ล้านบาท ทุกร้านขายปลาจะได้ปลาจากแหล่งธรรมชาติ ส่วนมากเป็นปลาดุก ปลาช่อน ปลาหมอ เป็นปลาธรรมชาติทั้งหมดเลย” ชัยยันต์ กล่าว พร้อมทั้งเชิญชวนผู้ผ่านมาทางอีสานใต้ ให้แวะเวียนมาซื้อหาปลาธรรมชาติตามฤดูกาล ในราคาที่ไม่แพง เพราะชาวบ้านจับเอง ขายเอง

ข้าวแลกปลา-ปลาแลกข้าว วิถีวัฒนธรรมชุมชนที่สุรินทร์

 

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน