posttoday
สนช.ปลุกข้าราชการต้านการเมืองแทรก

สนช.ปลุกข้าราชการต้านการเมืองแทรก

03 กุมภาพันธ์ 2559

กมธ.การเมืองสนช. แนะข้าราชการต้านการเมืองการแทรกแซง ชี้ไม่ต้องกลัวนักการเมือง ชี้รัฐธรรมนูญใหม่ยังเปิดช่ององค์กรอิสระมากเกินไป

กมธ.การเมืองสนช. แนะข้าราชการต้านการเมืองการแทรกแซง ชี้ไม่ต้องกลัวนักการเมือง ชี้รัฐธรรมนูญใหม่ยังเปิดช่ององค์กรอิสระมากเกินไป

เมื่อวันที่ 3 ก.พ. คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเมือง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ได้จัดสัมมนา “หลักความเป็นอิสระ:ภูมิคุ้มกันการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมือง” โดยนายอุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภา กล่าวช่วงหนึ่งว่า  การให้นักการเมืองเข้าไปแทรกแซงในหลายเรื่องถือว่าน่ากลัว  บ้านเมืองเวลามีปัญหาจะสงบได้เมื่อมีผู้หลักผู้ใหญ่ดี แต่ปัญหา คือ ผู้หลักหรือผู้ใช้กฎหมาย ไม่ได้ทำหน้าที่ของตัวเอง ขณะเดียวกันนักการเมืองทำทุกอย่างต้องมีคำตอบให้ประชาชน 
ทั้งนี้ อยากเน้นปัญหาทุกวันนี้ (3ก.พ.) ไม่ได้เกิดจากนักการเมือง แต่ผู้ใช้กฎหมาย หากไม่สนับสนุนนักการเมืองนักการเมืองก็จะไม่กล้า ดังนั้น อย่ากลัวการโยกย้าย และอยากให้ข้าราชการสำนึกว่า คือ ผู้หลักของบ้านเมือง การเป็นข้าราชการไม่ต้องกลัวนักการเมือง แต่ที่ผ่านมาข้าราชการมักไปเออออกับนักการเมืองด้วยพอกันเหมือนผีกับโรง

“ผมเขียนหนังสือบทความเล็กๆ เปรียบเทียบระบอบประชาธิปไตยกับศาสนาพุทธ ศาสนามีพระรัตนตรัย 3 อย่าง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ซึ่งประชาธิปไตยมีพระรัตนตรัย 3 อย่างเช่นกัน โดยสงฆ์ในระบอบประชาธิปไตย เปรียบได้กับข้าราชการ ต้องปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ยึดระเบียบวินัย กฎหมายเป็นหลัก เพี่อชี้ทางสว่างให้ประชาชน ถ้าข้าราชการทำตัวเป็นสงฆ์ในระบอบประชาธิปไตย บ้านเมืองมีความสงบสุข”นายอุทัย กล่าว

อย่างไรก็ตาม ข้าราชการจำเป็นต้องทำตัวใหม่ อย่ากลัวผู้ใหญ่หรือนักการเมือง เวลาข้าราชการโยกย้ายกันเอง เล่นพวก ไม่มีใครพูด แต่เวลานักการเมืองโยกย้ายก็พูดกัน แต่ถือเป็นเรื่องดีในการตรวจสอบ ไม่ให้นักการเมืองแตะต้องข้าราชการประจำ  แต่หากข้าราชการไม่ชอบขี้หน้ารัฐมนตรี เมื่อมอบนโยบายแล้วใส่เกียร์ว่าง ใครเสียหาย ถ้าแตะต้องไม่ได้ก็ต้องกลับไปคิดว่าทำอย่างไร

นายอุทัย กล่าวสรุปว่า ปัญหาที่เป็นอยู่ที่ ทางแก้ตัวอักษรไม่รู้จะแก้ตรงไหนเพราะดีหมด แต่พฤติกรรมนักการเมือง และจิตสำนึกข้าราชการ มีมากน้อยแค่ไหน เป็นหลักให้ประชาชนยึดได้แค่ไหน ถ้าทำได้ทุกอย่างก็ดีขึ้น นักการเมืองก็กลัว แต่ที่มันซวย ก็เพราะข้าราชการเอาด้วย

ด้าน นายเทียนฉาย กีระนันทน์ อดีตประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า  จากประสบการณ์การเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจ สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ ผู้มีอำนาจเข้าไปแทรกแซงการแต่งตั้งบุคคลในองค์กรรัฐวิสาหกิจ กระทบกับขวัญกำลังใจในการทำงาน เรื่องหลักประกันความมีอิสระของเจ้าหน้าที่รัฐ

ทั้งนี้ ร่างรัฐธรรมนูญอาจเขียนครอบคลุมได้ยาก เพราะเป็นเรื่องพฤติกรรม ความคิด และการกระทำที่ข้าราชการจะต้องปรับปรุงแก้ไขด้วย นอกจากเรื่องความมีอิสระของเข้าหน้าที่รัฐแล้ว ยังกังวลถึงความอิสระขององค์กรอิสระด้วย ร่างรัฐธรรมนูญฉบับล่าสุด บัญญัติให้บางองค์กรมีอิสระสุดๆ ควบคุมไม่ได้ เป็นเรื่องน่ากลัว โดยเฉพาะศารัฐธรรมนูญ  รวมถึงยังไม่พบเรื่องการตรวจสอบการถ่วงดุลอำนาจองค์กรอิสระในร่างรัฐธรรมนูญ

"หลายองค์กรไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุลที่ชัดเจน มีความลึกลับมาก เรื่องควรอยู่ในรัฐธรรมนูญ ไม่ควรอยู่ในกฎหมายลูก เพราะเป็นเรื่องสำคัญ และเห็นว่าข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมือง ควรได้รับหลักประกันความอิสระในการทำงาน ขณะที่องค์กรอิสระควรได้รับหลักประกันเรื่องความเป็นอิสระบางเรื่อง เช่น การบริหารงานบุคคล และให้นำกระบวนการสากลมาปรับใช้ ทั้งเรื่องธรรมาภิบาล จริยธรรม และคุณธรรม"นายเทียนฉาย กล่าว

ขณะที่ นายบรรเจิด สิงคะเนติ คณบดีคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) กล่าวว่า ระบบพรรคการเมืองไทยไม่เอื้อให้เกิดความเป็นอิสระในพรรคการเมือง  เพราะพรรคการเมืองมีนายทุนเป็นเจ้าของ ไม่ใช่เป็นของมวลชนโดยแท้จริง ร่างรัฐธรรมนูญที่ระบุเรื่องการใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว จะทำให้พรรคที่มีนายทุนมีความเข้มแข็งมากขึ้น แต่พรรคที่เป็นตัวแทนประชาชนอ่อนแอ

ส่วนหลักความเป็นอิสระของสส.ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ด้อยลงกว่ารัฐธรรมนูญปี 40 และ 50 เพราะรัฐธรรมนูญปี 40 และ 50 ระบุว่า กรณีที่สส.ไม่เห็นด้วยกับการถูกมติพรรคขับออกจากพรรค สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ต่อศาลแต่กลับไม่พบเรื่องนี้ในร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ระบบรัฐสภามักมีปัญหาเรื่องการถ่วงดุลและตรวจสอบ ดังนั้น ควรวางกลไกตรวจสอบให้รัฐสภาทำงานถ่วงดุลกันเองก่อน ไม่ใช่ให้องค์กรภายนอกมาควบคุมตั้งแต่แรก เพราะมองว่านักการเมืองเลว มีอะไรจึงโยนไปข้างนอกตรวจสอบหมด

"ถือเป็นการวางแนวคิดที่ไม่ถูกต้อง  เปรียบเสมือนเอาเชื้อการเมืองไปให้ข้างนอก  ถ้าเอาเนื้อหามาตรา 35 (5) ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 57 มาตรวจสอบกับร่างรัฐธรรมนูญนี้ นอกจากจะไม่มีแล้ว ยังหายไปเยอะ ทั้งเรื่องความเป็นอิสระของฝ่ายการเมือง และข้าราชการประจำ"นายบรรเจิด กล่าว

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ