posttoday
กมธ.ปฏิรูปการเมืองชี้ 8 จุดควรปรับปรุงในร่างรัฐธรรมนูญ

กมธ.ปฏิรูปการเมืองชี้ 8 จุดควรปรับปรุงในร่างรัฐธรรมนูญ

02 กุมภาพันธ์ 2559

กรรมาธิการปฏิรูปการเมืองมองภาพรวมร่างรัฐธรรมนูญดี แต่ยังมีจุดบกพร่องที่ควรปรับปรุง 8 ข้อ

กรรมาธิการปฏิรูปการเมืองมองภาพรวมร่างรัฐธรรมนูญดี แต่ยังมีจุดบกพร่องที่ควรปรับปรุง 8 ข้อ

เมื่อวันที่ 2 ก.พ. นายวันชัย สอนศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เปิดเผยว่า สปท.การเมืองได้ประชุมเพื่อหารือถึงรัฐธรรมนูญร่างแรกของกรธ. เห็นว่าในภาพรวมถือว่ามีเนื้อหาดี แต่ยังมีจุดบกพร่องที่ควรปรับปรุงได้แก่

1.การเลือกตั้งระบบจัดสรรปันส่วนผสม ที่กาบัตรใบเดียวเลือกสส.เขต สส.บัญชีรายชื่อ และนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ระบบที่ถูกต้อง เพราะการกาบัตรเลือกสส.เขตใบเดียว แล้วนำไปคำนวณคะแนนสส.บัญชีรายชื่อนั้น อาจไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของผู้ไปใช้สิทธิ เนื่องจากบางคนอาจจะเลือกสส.เขตคนที่ชอบ แต่ไม่ได้ชอบพรรคที่สส.คนดังกล่าวสังกัดอยู่ หากนำไปคำนวณเป็นคะแนนสส.บัญชีรายชื่อ ทั้งที่ประชาชนไม่ชอบพรรคนั้นจะถือเป็นการบิดเบือนเจตนารมณ์ประชาชนได้

2.การเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียว ไม่สามารถป้องกันการทุจริตเลือกตั้งได้ เพราะเขตเล็ก พื้นที่น้อย จะถูกอิทธิพลอำนาจรัฐ หรืออำนาจท้องถิ่นเข้ามาครอบงำได้ง่าย จะทำให้เกิดการซื้อเสียงมากยิ่งขึ้น เพราะซื้อทีเดียวได้ 2 เด้ง คือ ทั้งสส.เขตและบัญชีรายชื่อ ควรใช้วิธีวันแมนวันโหวตคือ ประชาชน 1 คน มีสิทธิ 1 เสียง ชอบใครให้กาได้เบอร์เดียวจะเหมาะสมกว่า

3.เรื่องการเลือกตั้งสว. 20 กลุ่มอาชีพ แบบไขว้กันระหว่างกลุ่ม ไม่ควรนำมาใช้ จะทำให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติทั้งเรื่องการแบ่งกลุ่ม 20 วิชาชีพ และการบล็อกโหวตเกิดขึ้น

4.พรรคการเมือง ซึ่งในรัฐธรรมนูญไม่ได้ระบุถึงกลไกที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของพรรคการเมืองอย่างแท้จริง

5.คุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ไม่ได้ระบุให้ผู้สมัครต้องยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีย้อนหลังให้ประชาชนทราบ การกำหนดคุณสมบัติผู้สมัครที่ไม่เคยต้องคำพิพากษาการทุจริตเพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอในการกลั่นกรองให้ได้คนดีมีคุณธรรมเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองได้  

6.มีการเพิ่มอำนาจให้ศาลรัฐธรรมนูญมากเกินไป โดยเฉพาะการให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดการขาดคุณสมบัติของนักการเมือง เช่น การไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม เป็นการให้ศาลรัฐธรรมนูญเข้ามาวินิจฉัยกรณีความผิดส่วนตัว เป็นการให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจเป็นองค์กรที่ 5 นอกเหนือจากฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร ตุลาการ และองค์กรอิสระ  ศาลรัฐธรรมนูญควรมีอำนาจตีความเฉพาะเรื่องการขัดกันระหว่างองค์กร และความไม่ชัดเจนในรัฐธรรมนูญ  ไม่ควรมายุ่งเกี่ยววินิจฉัยความผิดส่วนบุคคล อีกทั้งการให้ศาลต่างๆเข้ามามีส่วนร่วมในการสรรหาองค์กรอิสระ และศาลรัฐธรรมนูญ เป็นการดึงองค์กรศาลมายุ่งเกี่ยวกับการเมือง ทิ้งน้ำหนักให้ขุนนาง และข้าราชการมากเกินไป

7.การให้พรรคการเมืองเสนอชื่อบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกฯ 3 คน ให้ประชาชนทราบล่วงหน้านั้น ไม่มีความจำเป็น เพราะการเลือกนายกฯถือเป็นดุลยพินิจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่แล้ว 

8.การปิดช่องให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้ยากในทางปฏิบัติ อาจทำให้เกิดวิกฤตในอนาคตได้

"ประเด็นเหล่านี้เป็นจุดอ่อนในรัฐธรรมนูญที่สปท.การเมืองจะรายงานต่อที่ประชุมสปท.ในวันที่ 8-9 ก.พ. เพื่อให้ทำเป็นมติสปท.เสนอต่อกรธ.นำไปทบทวนแก้ไขต่อไป  เชื่อว่า หากกรธ.รับฟังความเห็นและปรับปรุงแก้ไข จะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ แต่หากยังยืนยันตามร่างเดิม อาจจะถูกต่อต้านจนไม่ผ่านประชามติได้"นายวันชัยกล่าว

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว