posttoday
อีกหนึ่งเทศกาลงิ้ว ที่หดหายกับชุมชนที่ถูกรีเซ็ตใหม่

อีกหนึ่งเทศกาลงิ้ว ที่หดหายกับชุมชนที่ถูกรีเซ็ตใหม่

31 มกราคม 2559

ขวบปีหลังๆ มานี้ หากไม่ติดอะไร ช่วงต้นปีผมมักไปดูงิ้วกับแม่ที่ศาลเจ้าแม่ทับทิม สะพานเหลือง

โดย...นิธิพันธ์ วิประวิทย์

ขวบปีหลังๆ มานี้ หากไม่ติดอะไร ช่วงต้นปีผมมักไปดูงิ้วกับแม่ที่ศาลเจ้าแม่ทับทิม สะพานเหลือง เป็นงิ้วงานฉลองประจำปีของศาลเจ้าแม่ทับทิม

แม่ผมเลือกที่จะไปดูงิ้วที่นี่ก็เพราะว่าเป็นเทศกาลงิ้วครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งในกรุงเทพฯ และอาจเรียกได้ว่าในประเทศไทย สำหรับคนที่เคยได้ยินแต่เสียงลือว่างิ้วกำลังสูญหายไป ถ้าหากได้แวะเวียนมาเยี่ยมเทศกาลนี้สักครั้ง จะรู้สึกได้ว่าการดูงิ้วยังมีชีวิตชีวาดีอยู่

โดยปกติทุกปีที่นี่จะมีการจัดโรงงิ้วประชันกัน 2 โรง นั่นทำให้บรรยากาศยิ่งคึกคักขึ้นไปอีก เนื่องจากแต่ละโรงต้องพยายามดึงดูดให้คนมาดูให้มากที่สุด ซึ่งเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีมากกว่ารายได้ (เพราะรายได้ของโรงงิ้วจะได้จากการว่าจ้างของศาลเจ้าอยู่แล้ว)

ชีวิตชีวายังมาจากลูกเล็กเด็กแดงที่ติดสอยห้อยตามมากับอากงอาม่า ซึ่งอาจดูงิ้วไม่รู้เรื่อง แต่ก็นั่งดูงิ้วได้อย่างไม่เบื่อ รถเข็นขายอาหารและขนม นักท่องเที่ยวต่างชาติ นักศึกษาที่ผ่านเข้ามาประปราย หรือช่างภาพที่มาเก็บภาพบรรยากาศวัฒนธรรม ล้วนมีส่วนช่วยสร้างความคึกคักของเทศกาลได้

แต่ในช่วง 4-5 ปีหลัง ทุกท่านที่เคยแวะเวียนไปแถวนั้นคงทราบดีว่า ที่ดินแถบสวนหลวงเริ่มถูกเวนคืนและทยอยทุบทิ้งเป็นช่วงๆ เริ่มจากย่านตึกแถวเก่าที่เคยเป็นร้านอาหารขึ้นชื่ออย่างสวนหลวง หรือย่านค้าขายอะไหล่รถยนต์ที่เรียกกันติดปากว่าเซียงกง ค่อยๆ หายไปปีต่อปี

จากเดิมที่โรงงิ้วที่มีสองโรงประชันกัน ก็ทยอยลดมาเหลือโรงเดียว จากระยะเวลาจัดงานติดต่อกัน 9 วัน ก็ลดมาเหลือ 5 วัน

ผมจึงกลายเป็นหนึ่งในประจักษ์พยานของการหดตัวของเทศกาลงิ้วอีกที่หนึ่ง และการเป็นประจักษ์พยานด้วยตาตนเอง มันกระทบกับประสาทสัมผัสความรู้สึกทุกด้าน มากกว่าความรู้สึกจากประโยคสั้นๆ ที่มักได้ยินติดต่อกันมานับหลายสิบปีมานี้ว่า “งิ้วกำลังหายไป”

ความหงอยลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย ทั้งหมดเกิดในช่วงระยะเวลาไม่เกิน 2-3 ปี ผู้อาวุโสทั้งหลายที่ดูงิ้วพยายามปล่อยข่าวปีต่อปีปลอบใจกันว่า ปีหน้ายังมีแน่ อาม่า (เจ้าแม่ทับทิม) ศักดิ์สิทธิ์ยังไงก็ยังอยู่ ไม่มีใครทุบศาลเจ้าทิ้งได้

แต่ภาพความเป็นจริงก็คือ ตึกแถวรอบข้างค่อยๆ ถูกทุบทิ้งหดหายไปอย่างรวดเร็ว แหล่งอาหารเย็นก่อนดูงิ้วที่เคยขายอยู่เต็มบริเวณสวนหลวงทยอยหดหาย การนั่งรถผ่านซากตึกที่ถูกทุบทิ้งไปแล้วเพื่อเข้าไปดูงิ้วก็ทำให้รู้สึกวังเวง ล่าสุดตึกแถวรอบข้างเวทีงิ้วก็ถูกกั้นด้วยรั้วสังกะสีเป็นเขตที่กำลังทุบทำลายตึก ห้ามเข้า ด้านหนึ่งก็อาจจะจริง ที่ว่าตราบใดที่มีศาลเจ้าอยู่ งิ้วก็ยังอยู่

งิ้วในยุคกว่าร้อยปีที่แล้ว คึกคักพอที่จะมีโรงงิ้วตั้ง Stand Alone แต่ว่างิ้วในยุคหลังที่ทีวีกลายเป็นสื่อบันเทิงกระแสหลัก มักจะต้องเกาะติดและดำรงชีพอยู่ได้จากการจัดงานถวายศาลเจ้า

งิ้วตามศาลเจ้าจะมีหน้าที่หลัก คือแสดงให้เทพเจ้าดู งิ้วในบางศาลเจ้าที่ไม่ฮอตฮิตและไม่มีงบพอ จึงประกอบด้วยตัวละครเพียงไม่กี่ตัว และอาจจะเล่นร้องพอเป็นพิธีอยู่ในตรอกแคบๆ 2-3 คน ในขณะที่บางศาลเจ้าพอมีกำลังทรัพย์จะจ้างงิ้วโรงใหญ่ขึ้น

งบประมาณที่สนับสนุนให้ศาลเจ้าให้จัดงิ้วได้ ก็มาจากเงินทำบุญของผู้คนและบรรดาเถ้าแก่ที่ดำเนินกิจการอยู่ในชุมชนรอบๆ ศาลเจ้า ในงานเทศกาลงิ้วเองจะมีการจัดประมูลของไหว้ เพื่อเป็นงบประมาณให้กับศาลเจ้าได้ใช้ดูแลรักษา หรือจัดกิจกรรมต่างๆ ของศาลเจ้า ผู้ประมูลส่วนใหญ่คือเถ้าแก่ในพื้นที่ นอกพื้นที่ก็มีบ้างที่รู้จักกันกับวงเถ้าแก่ท้องถิ่น

ผู้ชมส่วนใหญ่ย่อมเป็นชาวไทยอาวุโสเชื้อสายจีนที่ยังคงชอบดูงิ้วและเข้าใจในภาษาจีน (ในกรณีนี้คือภาษาจีนแต้จิ๋ว) ซึ่งก็มีทั้งคนในชุมชนนั่นเอง หรืออาจจะเป็นคนนอกชุมชน ทั้งที่เป็นแฟนตัวยงของคณะงิ้วที่มาแสดง ในเทศกาลงิ้วที่นี่ แม่ผมมักได้เจอกับเพื่อนที่เคยรู้จักกันสมัยเด็ก หรือแม่ค้าที่อดีตเคยคุ้นหน้าในตลาดเยาวราช ฯลฯ

บอกได้คร่าวๆ ว่า ผู้คนอาวุโสเหล่านี้ จริงๆ ในยุคก่อนหน้าก็เคยอยู่ในชุมชนเดียวกันมาบ้าง หรือไม่ก็รู้จักมักจี่ มีปฏิสัมพันธ์กันมาก่อนในสมัยรุ่นๆ แต่อาจจะต้องกระจัด กระจายโยกย้ายห่างเหินกันไปตามการพัฒนาของเมือง หรือต้องโยกย้ายตามลูกหลาน

ผู้ชมงิ้วบางกลุ่มจึงเสมือนกับได้มางานเลี้ยงสังสรรค์ประจำปี ได้พบปะเพื่อนเก่า ไล่ลำดับโยงกันว่าใครรู้จักใครสายไหน หรือได้เจอเพื่อนใหม่ ดีกันบ้างหรือทะเลาะเปิดศึกเล็กๆ กันบ้าง หลายครั้งก็ดูเหมือนว่าสนใจมาพบเจอพูดคุยปฏิสัมพันธ์กันเองมากกว่ามาดูงิ้ว

เทพเจ้า งิ้ว ศาลเจ้า เถ้าแก่ ชุมชน รวมถึงผู้ชม จึงยึดโยงกันในรูปแบบและบรรยากาศแบบนี้นี่แหละครับ ซึ่งนี่ก็คืออรรถรสของเทศกาลงิ้ว

ในกรณีของพื้นที่แถบสวนหลวง ชุมชนที่ถูกรื้อทิ้งไปจึงเสมือนการตัดเถ้าแก่และชุมชนออกจากศาลเจ้า แม้ยังมีสายใยที่เชื่อมโยงกันอยู่บ้าง เพราะเถ้าแก่เคยมีพันธกิจผูกกันกับศาลเจ้ามาก่อน และผู้ชมในชุมชนยังผูกพันกับศาลเจ้าและคณะงิ้วอยู่ เรียกได้ว่ายังมีโมเมนตัมของความผูกพัน แต่จากปริมาณวันและจำนวนโรงงิ้วที่ลดลงใน 2-3 ปีนี้ คงพอบอกได้ว่าแรงโมเมนตัมอ่อนแรงอย่างรวดเร็ว

เทศกาลงิ้วจึงไม่ใช่แค่มีศาลเจ้าและมีงิ้ว แต่ยังต้องมีชุมชนดั้งเดิม มีเถ้าแก่ มีการประกอบกิจการ มีผู้อาวุโสที่เข้าใจภาษาจีนและชอบดูงิ้ว มีความผูกพันในรูปแบบต่างๆ มาประกอบกันชุมชนการค้าที่มีชาวไทยเชื้อสายจีนที่กระจัดกระจายหายไป จึงส่งผลต่อศาลเจ้าและงิ้วอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

และหากชุมชนเกิดใหม่ไม่สามารถรวมเถ้าแก่หรือกิจกรรมค้าขายเหล่านี้ไว้ได้ ศาลเจ้าและงิ้วก็ยากจะเกิดใหม่

ถึงแม้จะยังมีกลุ่มผู้อาวุโสที่ยังเข้าใจภาษาที่งิ้วสื่อสาร และยังพร้อมใจจะมาจากทั่วสารทิศเพื่อมาดูงิ้วที่นี่ก็ตาม แต่เมื่อชุมชนรอบข้างศาลเจ้าสลายไป กลุ่มผู้อุปถัมภ์ต้องกระจัดกระจาย งิ้วก็จำเป็นต้องค่อยๆ หดหายตาม

เทศกาลงิ้วที่ศาลเจ้าแม่ทับทิม สะพานเหลือง ที่หดหายไป จึงไม่ได้หมายถึงแค่งิ้วที่หดหายไปเท่านั้น แต่ยังทำให้เห็นทิศทางการพัฒนาเมืองที่ไม่สามารถรักษารูปแบบชุมชนดั้งเดิมไว้ได้อีกหนึ่งแห่ง อันทำให้ความสัมพันธ์ของคนในชุมชนดั้งเดิมถูกกระชากทิ้งอย่างรวดเร็ว โดยมีซากตึกแถวรอบข้างเวทีเป็นแบ็กกราวด์ประกอบฉาก

ทุกอย่างในโลกล้วนเป็นอนิจจัง แต่ขณะเดียวกันเรายังคงต้องตั้งคำถามอยู่เสมอ ว่าอยากให้ชุมชนที่เราอยู่มีบรรยากาศและเปลี่ยนไปในทิศทางใด เป็นแบบไหน มิเช่นนั้นเราอาจจะต้องกดรีเซ็ตใหม่กับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปทุกครั้ง โดยอดีตถูกเก็บไว้แค่ในพิพิธภัณฑ์กับกล้องถ่ายภาพ

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69