posttoday
อาชีพใหม่ ทำประตูหน้าต่าง

อาชีพใหม่ ทำประตูหน้าต่าง

30 มกราคม 2559

ผมไปสมัครเป็นช่างไม้ฝึกหัดที่โรงงานช่างไม้ทำประตูหน้าต่างแถววัดสระเกศ ในช่วงที่ผมฝึกงานเป็นช่างไม้

โดย...ซิวซี แซ่ตั้ง

ผมไปสมัครเป็นช่างไม้ฝึกหัดที่โรงงานช่างไม้ทำประตูหน้าต่างแถววัดสระเกศ ในช่วงที่ผมฝึกงานเป็นช่างไม้ ก็ยังทำธุรกิจฟอกหนังไปด้วย โดยผมให้ลูกน้องคนสนิทดูแลธุรกิจฟอกหนัง แล้วตัวผมก็แยกไปฝึกงานช่างไม้

การไปทำงานและฝึกงานที่โรงไม้แห่งแรก ผมได้พบกับเถ้าแก่ที่มีนิสัยชอบแสดงถึงความไม่เคารพผู้อื่น เพราะตอนที่ไปฝึกงาน ผมไม่มีเงินติดตัวไปทำงาน เงินที่โรงงานยังมีไม่พอจ่าย ระหว่างช่วงพักเที่ยง ทุกคนไปพักต่างคนต่างออกไปหาซื้อของมากิน ส่วนผมไม่มีเงินเลยไม่ได้ออกไปไหน ผมต้องทนอดทั้งที่ท้องหิว

เถ้าแก่สั่งก๋วยเตี๋ยวมากิน แกกินชามแรกหมดก็สั่งชามที่สองมากินต่อ กินไปได้แค่ครึ่งชามก็กินไม่หมดวางทิ้งไว้ แกหันมาถามผมที่นั่งทำงานโดยไม่ได้พักว่า “ซิวซี อยากกินก๋วยเตี๋ยวไหม” ถูกถามอย่างนั้นผมก็พาซื่อพยักหน้า เพราะคิดว่าแกจะใจดีเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวผม

“ถ้าอยากกินก็กินชามที่เหลือจากเถ้าแก่ให้หมดก่อน แล้วค่อยสั่งใหม่อีกชาม โน่น วางอยู่ตรงโน้น ไปหยิบมากินสิ” แกพูดพลางชี้นิ้วไปที่ชามก๋วยเตี๋ยวที่เหลืออยู่ครึ่งหนึ่ง ตอนแรกผมนึกว่าแกพูดเล่นๆ แต่หน้าตาท่าทางของแกหมายความตามนั้นจริงๆ ผมรู้สึกโกรธร้อนวูบในอก ไม่พอใจที่เถ้าแก่ทำเหมือนดูถูกผม แต่พยายามเก็บซ่อนอารมณ์ความรู้สึกไว้ แล้วส่ายหน้าไปมา ในใจนึกค่อนเถ้าแก่อยู่ในใจ

“ทำไมเถ้าแก่ถึงเป็นคนจิตใจคับแคบแล้งน้ำใจอย่างนี้ จะเลี้ยงลูกน้องทั้งทียังต้องให้กินของเหลือต่อจากตัวเอง” ผมบอกตัวเองว่า ถึงผมจะจนจะอด แต่ผมไม่มีวันกินของเหลือจากใคร

สิ่งที่เถ้าแก่โรงไม้ทำกับผม ทำให้ผมเสียความรู้สึกและหมดความศรัทธาในตัวเถ้าแก่ไปทันที คนเราพอเสียความรู้สึกและไม่ศรัทธากันแล้ว ก็ยากจะทำใจให้ทำงานร่วมกันได้ หลังจากวันนั้นผมก็ไม่กลับไปทำงานที่โรงไม้นั้นอีกเลย แต่ผมยังไม่หยุดฝันอยากจะเป็นช่างไม้ ดิ้นรนหาทางไปสมัครทำงานโรงไม้แห่งใหม่

ไม่นานนักผมมีโอกาสได้ไปทำงานโรงไม้ ทำประตูหน้าต่างแห่งที่สอง ซึ่งที่นั่นผมได้พบเถ้าแก่คนใหม่ เถ้าแก่คนนี้แตกต่างไปจากคนแรกที่ผมได้พบ แกเป็นคนพูดจาดี จิตใจดี มีน้ำใจและให้เกียรติคน พูดคุยกันแล้วถูกอัธยาศัยเป็นอย่างมาก ผมรู้สึกประทับใจในความดีของเถ้าแก่คนนี้ ทำให้ผมสบายใจที่จะฝึกงานด้วย

ทุกวันผมจะขี่จักรยานราเล่ย์คันใหญ่จากโรงงานที่คลองเตยไปยังโรงไม้ที่วัดสระเกศ ผมต้องไปฝึกงานเป็นประจำทุกวัน สมัยก่อนถนนหนทางยังโล่งและไม่มีอันตรายมากอย่างทุกวันนี้ ทำให้ผมสามารถปั่นจักรยานจากบ้านไปยังที่หมายปลายทางได้อย่างรวดเร็ว ใช้เวลาครึ่งชั่วโมงกว่า ถ้าเทียบกับการนั่งรถเมล์จากคลองเตยไปยังวัดสระเกศในปัจจุบัน การขี่จักรยานยังจะเร็วกว่าโดยสารรถเมล์ด้วยซ้ำไป

ผมตั้งใจฝึกงานอย่างเต็มที่ ความขยันขันแข็งของผมทำให้เถ้าแก่พึงพอใจ และชื่นชมว่าผมเป็นคนขยัน เป็นคนที่มีพลังในการทำงานสูงกว่าใครๆ ส่วนผมได้เรียนรู้งานจากเถ้าแก่ที่ตั้งใจสอนผมเป็นอย่างดี ทำให้ผมซาบซึ้งในความมีน้ำใจของเถ้าแก่ ในใจคิดว่าหากมีโอกาสตอบแทนบุญคุณของเถ้าแก่ได้ผมก็ยินดีจะทำ

ตอนนั้นผมคิดในใจว่า เถ้าแก่เปรียบเหมือนราชสีห์ ส่วนผมเป็นเพียงหนูจะไปช่วยราชสีห์ได้อย่างไร กระทั่งวันหนึ่ง หนูอย่างผมก็ได้มีโอกาสช่วยราชสีห์ เพราะเถ้าแก่เกิดขาดแคลนเงินทุน เนื่องจากไปรับเหมางานขนาดใหญ่ที่กำลังเงินของเถ้าแก่ไม่เพียงพอ ผมรู้เรื่องนี้จากพวกช่างไม้จึงเข้าไปถามเถ้าแก่ว่า “จริงหรือครับที่เถ้าแก่เหมางานมาได้ แต่ขาดเงินที่จะไปซื้อของมาทำ”

“ฮื่อ...” เถ้าแก่พยักหน้า “ก็นอนคิดอยู่ว่าจะไปหาเงินที่ไหน ยังคิดไม่ออกเลย มีงานแต่ไม่มีทุน” เถ้าแก่พูดเสียงเศร้าๆ

“ผมมีทางช่วยหาเงิน” ด้วยเห็นว่าแกเป็นคนดีและมีน้ำใจกับผมมาตลอด จึงเอ่ยปากช่วยเหลือเถ้าแก่ด้วยความเต็มใจ

เถ้าแก่ทำหน้างงๆ แปลกใจว่าผมจะช่วยแกได้อย่างไร เพราะเงินที่ต้องการนั้นไม่ใช่น้อยๆ “พูดเป็นเล่นไป เงินที่เถ้าแก่ต้องการมันเยอะนะ ซิวซีจะไปหาที่ไหน”

“ผมไม่มีเงิน แต่ผมมีทอง...ทองคำ 15 บาท ราคาประมาณบาทละ 400 เอาไปขายคงได้เงินราว 6,000 บาท คงพอช่วยให้เถ้าแก่ใช้ทำทุนได้”

เมื่อผมบอกว่าจะให้แกยืมเงินทุนเป็นทองคำหนัก 15 บาทเท่านั้น เถ้าแก่ถึงกับอึ้งตะลึงไปเลย มันคงเป็นเรื่องเกินกว่าจะคาดคิด เพราะลูกจ้างมาฝึกงานไม้อย่างผม จะเอาปัญญาที่ไหนไปซื้อทองคำเก็บไว้มากขนาดนั้น เถ้าแก่ถามผมว่า “ซิวซีเอาทองคำมากมายขนาดนั้นมาจากไหน”

“เป็นทองที่ผมซื้อเก็บไว้” ผมยืนยันกับเถ้าแก่ว่าทองคำทั้งหมดเป็นน้ำพักน้ำแรงของผมที่ทำงานได้จริงๆ และผมก็ยินดีช่วยเถ้าแก่ เถ้าแก่มองผมด้วยความซาบซึ้งและพูดกับผมว่า “ขอบใจนะซิวซี แทนที่เถ้าแก่จะช่วยซิวซี กลายเป็นว่าซิวซีมาช่วยเถ้าแก่”

“อย่าคิดมากเลยครับ เถ้าแก่ช่วยผมอยู่แล้ว ช่วยสอนวิชาช่างไม้ให้ผม...ทำให้ผมมีอาชีพ ผมยินดีที่มีโอกาสช่วยเถ้าแก่บ้าง”

การแสดงน้ำใจของผม ทำให้เถ้าแก่ที่ดีกับผมอยู่แล้วยิ่งดีมากขึ้น แกตั้งใจสอนวิชาช่างไม้ให้ผมอย่างเต็มที่แบบไม่มีกั๊ก เคล็ดลับทุกอย่างบอกผมจนหมดไส้หมดพุง ความรู้สึกของแกที่มีกับผมเหมือนเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน

เมื่อคนเรียนตั้งใจเรียน คนสอนทุ่มเท จากปากคำของเถ้าแก่ที่บอกว่าจะฝึกให้เป็นงานภายใน 6 เดือน เอาเข้าจริงๆ ผมใช้เวลาเรียนเป็นช่างไม้แค่ 4 เดือนเท่านั้น

ผมกลายเป็นช่างไม้อาชีพ และเริ่มรับเหมางานทำประตูหน้าต่างไม้ได้ด้วยตัวเองนับตั้งแต่นั้น...

 (อ่านต่อฉบับวันเสาร์หน้า)

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก