
งบลงทุนภาครัฐ กระตุ้นศก.ใต้ปี’59
โดย...ชมนาถ นิตตะโย ธนาคารแห่งประเทศไทย สาขาภาคใต้
โดย...ชมนาถ นิตตะโย ธนาคารแห่งประเทศไทย สาขาภาคใต้
หากใครมีโอกาสได้ใช้รถใช้ถนนในต่างจังหวัดเวลานี้ คงจะเห็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านเรา นั่นคือ “มหกรรมซ่อมแซมครั้งยิ่งใหญ่”
เห็นได้จากถนนหลายสายถูกปรับปรุง ซ่อมบำรุงพร้อมๆ กัน ผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างเราจึงมีหน้าที่หาทางเบี่ยงทางลัด เพื่อแก้ปัญหาการจราจรติดขัดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่หากมองในแง่ดีก็จะพบว่า สิ่งนี้คือภาพสะท้อนเม็ดเงินลงทุนจากภาครัฐที่ลงไปในระบบเศรษฐกิจ เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อและการลงทุนของประเทศ
ในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลเร่งใช้จ่ายเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลงทุนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยงบลงทุนเหล่านี้ได้กระจายลงสู่ภูมิภาคเป็นด้านหลัก
สำหรับภาคใต้เอง ซึ่งเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากราคายางพาราที่ตกต่ำ และการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ชะลอตัว การลงทุนภาครัฐจึงถือเป็นปัจจัยกระตุ้นที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจใต้ในขณะนี้
เริ่มตั้งแต่ในปลายปี 2557 รัฐบาลได้อนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 1 ซึ่งเป็นการลงทุนเพื่อสร้างงานในระยะสั้น ผ่านโครงการลงทุนซ่อมแซมอาคารและสิ่งปลูกสร้างของภาครัฐ รวมถึงจ่ายเงินชดเชยรายได้ให้กับชาวนาและชาวสวนยางพารา
ถัดมาในวันที่ 17 มี.ค. 2558 รัฐบาลได้ประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 เป็นการลงทุนเพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำและถนนผ่าน 3 หน่วยงานหลัก คือ กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และกรมชลประทาน
ต่อมารัฐบาลได้ประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 3 เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2558 โดยเน้นส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนในระดับฐานรากและกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็ก ซึ่งมาตรการย่อยที่เป็นการลงทุนของภาครัฐ คือ มาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบลและมาตรการกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาลทั่วประเทศ
ผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจข้างต้น ส่งผลให้การเบิกจ่ายงบลงทุนภาคใต้ในปีงบประมาณ 2558 เติบโตขึ้นมาร้อยละ 34 จากช่วงเดียวกันปีก่อน หรือเบิกจ่ายได้เป็นจำนวน 4.4 หมื่นล้านบาท
สอดคล้องกับภาษีมูลค่าเพิ่มในภาคก่อสร้างของภาคใต้ที่ขยายตัวเร่งขึ้นกว่าร้อยละ 33 จากช่วงเดียวกันปีก่อน
นอกจากนี้ การเบิกจ่ายเงินนอกงบประมาณก็ขยายตัวตามแผนกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 ซึ่งถือว่าทำได้ค่อนข้างดี โดยจากการตรวจสอบพบว่าระหว่างเดือน ก.ค.-พ.ย. 2558 ได้มีการเบิกจ่ายไปแล้วกว่าร้อยละ 56 จากงบประมาณที่ภาคใต้ได้รับจัดสรรทั้งหมด
หากมองไปในระยะข้างหน้า ซึ่งยังมีโครงการที่ยังต้องเร่งเบิกจ่ายอย่างต่อเนื่อง ทำให้คาดว่าในช่วงครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ 2559 (ต.ค. 2558–มี.ค. 2559) จะมีเม็ดเงินลงทุนจากการเบิกจ่ายเงินงบประมาณและนอกงบประมาณเข้ามาในระบบเศรษฐกิจภาคใต้ประมาณ 38,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนถึง
ร้อยละ 75
เม็ดเงินที่เพิ่มเข้ามานี้ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 2.2 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคใต้ โดยส่วนที่เพิ่มขึ้นนี้มาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 และระยะที่ 3 เป็นสำคัญ ซึ่งเป็นโครงการลงทุนขนาดเล็ก เช่น การซ่อมแซมและปรับปรุงถนน ปรับปรุงแหล่งน้ำ ซ่อมแซมสถานที่ราชการ และสร้างอาคารสำหรับชุมชน เป็นต้น
จึงคาดว่างบประมาณลงทุนภาครัฐจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านทางการลงทุนและการจ้างงานที่มากขึ้นในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง รวมทั้งจะส่งผลให้เกิดการลงทุนของภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้น (Crowding in effect) ในอนาคต
ดังนั้น หากการเบิกจ่ายงบลงทุนเป็นไปตามเป้าหมาย การใช้จ่ายของภาครัฐก็ย่อมเป็นแรงกระตุ้นสำคัญให้เศรษฐกิจภาคใต้ในเวลานี้
และหลังจากจบ “มหกรรมซ่อมแซมครั้งยิ่งใหญ่” ชาวใต้จะมีโอกาสใช้ประโยชน์จากการลงทุนที่เกิดขึ้นนี้ เพื่อให้การลงทุนภาครัฐบรรลุวัตถุประสงค์ ทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นและส่งเสริมเศรษฐกิจระยะยาวได้ไม่น้อย
บทความนี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคล จึงไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความคิดเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทย







