
"บิ๊กตู่"ฉุนคนถามมีทหารไว้ทำไมสั่งไล่ล่าคนแอบอ้างคสช.
"พล.อ.ประยุทธ์" สั่งไล่ล่าพวกพูดแอบอ้างคสช.หาผลประโยชน์ บอกอย่าพูดส่งเดชต้องมีหลักฐาน ฉุนคำถาม"มีทหารไว้ทำไม"บอกเอาไว้รักษาชีวิต-แผ่นดิน ให้หมาพวกนี้มาพูด
"พล.อ.ประยุทธ์" สั่งไล่ล่าพวกพูดแอบอ้างคสช.หาผลประโยชน์ บอกอย่าพูดส่งเดชต้องมีหลักฐาน ฉุนคำถาม"มีทหารไว้ทำไม"บอกเอาไว้รักษาชีวิต-แผ่นดิน ให้หมาพวกนี้มาพูด
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 29 ม.ค. ที่อาคารชาเลนเจอร์ 1 เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดงาน "อาชีวศึกษาทวิภาคีไทย" พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "อาชีวศึกษา ฝีมือชน คนสร้างชาติ" ที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวะศึกษา (สอศ.) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-30 ม.ค. 2559 โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้มองเห็นถึงความก้าวหน้า และศักยภาพในการผลิตบุคลากรให้สอดคล้องกับศักยภาพของประเทศว่าเราต้องการอะไร ซึ่งการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จะต้องเริ่มตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง จึงจะสามารถแก้ปัญหาได้ครบวงจร ซึ่งอาชีวะจะต้องรู้ถึงความต้องการ และศักยภาพของประเทศ จึงจะสามารถผลิตคนให้สอดคล้อง เพราะอาชีวะเป็นองค์กรหลักสำคัญที่จะผลิตแรงงานฝีมือให้สอดคล้องกับการสร้างเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ และไม่ว่าจะทำอะไรก็จะต้องมีการวัดผล อาทิเช่น การเรียนภาษาต่างประเทศ ทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาต่างๆ ก็จะต้องตอบคำถามให้ได้ว่าสามารถผลิตบุคลากรได้จำนวนเท่าไร แต่จะต้องไม่ลืมภาษาไทย เพราะเป็นพื้นฐานของทั้งหมด ปัจจุบันคนนิยมเรียนภาษาต่างประเทศกันมาก ทำให้ภาษาไทยเกิดความผิดเพี้ยนไปมาก โดยเฉพาะภาษาในโซเชียลมีเดีย ภาษาคนรุ่นใหม่อีกหน่อยคงต้องมีพจนานุกรมเล่มใหม่ขึ้นมา โดยเฉพาะคำย่อยต่างๆ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลชุดนี้คิดและวางนโยบายตั้งแต่ต้นจนถึงปลายทาง และคิดจากปลายทางย้อนกลับมาตั้งต้น ซึ่งระหว่างทางก็จะเจอปัญหาโดยเฉพาะการเชื่อมต่อต่างๆ หากถามถึงผลสำเร็จแต่ละแผนงานถือว่าดีเกินร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ถามถึงผลสำเร็จร่วมมีไม่ถึง 50 นี่คือปัญหาของประเทศไทย วันนี้เราจึงต้องมาจับมือร่วมกันทั้งภาครัฐ เอกชน ธุรกิจ อาชีวะศึกษาจึงถือเป็นตัวระบบขับเคลื่อนที่สำคัญ ต้องเรียนไปด้วย และรู้ไปด้วย
"การเรียนรู้ จะต้องรู้ตั้งแต่ใจตัวเอง ว่าเราจะอยู่อย่างไรในวันข้างหน้า และอนาคตที่จะไม่เกิดความขัดแย้ง และรู้ว่าจะอยู่ร่วมกันด้วยความร่วมมือ การแก้ปัญหา และการร่วมมือกับรัฐอย่างไร โดยเฉพาะรัฐที่มีธรรมาภิบาลจะต้องร่วมมือด้วยความถูกต้อง ไม่ใช่อะไรก็ต่อต้านขัดแย้งทั้งหมด เพราะอย่าลืมว่าวันนี้มันคือปัญหาของประเทศ วันนี้คนเก่งมีเยอะ คนดีมีมาก แต่ก็มีคนเลวเยอะ ทำอย่างไรจะให้มีคนดีมากกว่าคนเลว ซึ่งเรามีกฎหมายจัดการกับคนเลวอยู่แล้ว ประเด็นสำคัญทำอย่างไรอย่าให้คนเหล่านี้มาสร้างความเดือดร้อน สร้างปัญหาให้กับประเทศ หนทางที่จะทำให้เกิดความสงบและสันติอย่างเดียวคือด้วยตัวของเราเอง ด้วยกฎหมาย สังคม ซึ่งการศึกษาจึงถือเป็นหลักสำคัญที่ต้องเพิ่มเติมสิ่งเหล่านี้ลงไปว่าทำอย่างไรเราจะมีชีวิตร่วมกันอย่างปกติสุขในวันข้างหน้า สนับสนุนรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล ในการพัฒนาประเทศ ไม่ใช่มองอะไรเป็นชิ้นๆ ต่างคนต่างทำ มันไม่ได้วันนี้มันคือปัญหาของประเทศ เมื่อเรายังไม่มีความพร้อมทั้งเศรษฐกิจ รายได้ประเทศก็ต้องร่วมมือกันในทุกๆ ด้าน ขอให้ลืมตัวเองไปก่อน แล้วให้คิดถึงปัญหาของประเทศ วันนี้มีเวลาที่จะปฏิรูปประเทศอีกไม่นาน เพราะฉะนั้นต้องใช้เวลานี้เดินหน้าทำงานไม่เช่นนี้คงเป็นไปไม่ได้ ผมไม่ได้ขู่ ไม่ได้ไปไล่ล่าใคร แต่มันเป็นข้อเท็จจริงของประเทศ เวลา 1 ปี 6 เดือนที่เหลือ ผมต้องการเร่งรัดงานตามนโยบายต่างๆ จะต้องบูรณาการร่วมกันให้ได้" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายกฯ กล่าวต่อว่า ขณะนี้เราต้องคิดทั้งหมดโดยเฉพาะฝ่ายการศึกษาไม่ใช่คิดแต่งานของตัวเอง ต้องคิดงานแบบเชิงบูรณาการ ทั้งเศรษฐกิจระดับล่าง ชุมชน ไปยังอำเภอ จังหวัด เขตเศรษฐกิจพิเศษ สู่ประชาคมอาเซียน ทุกกิจกรรมต้องเชื่อมโยงกัน การผลิตคนไม่ใช่ผลิตเพื่อในประเทศอย่างเดียว ต้องพร้อมผลิตเพื่อไปทำงานในต่างประเทศด้วย ซึ่งที่ผ่านมาการศึกษาของเรามีปัญหาทำให้พื้นฐานของคนแตกต่างกัน ตนไม่ได้โทษใคร แต่ในภาคการศึกษาก็บอกว่าเป็นเพราะเปลี่ยนรัฐมนตรีบ่อยเกินไป ซึ่งตนถามว่าใครคนเปลี่ยน ก็พวกพรรคการเมืองที่เปลี่ยนกันเอง
นายกฯ กล่าวต่อว่า วันนี้ต้องย้อนมาสู่เรื่องรัฐธรรมนูญ แผนการปฏิรูป ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ต้องเอาเรื่องเหล่านี้มาคิด ไม่เช่นนั้นมันไปไม่ได้ ต้องสอนให้คนมีกระบวนการคิดที่เป็นระบบให้มากขึ้น ด้านธุรกิจเราต้องเปิดประตูประเทศไทยเพื่อมีศักยภาพในการแข่งขันของตัวเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ตนกำลังขับเคลื่อน เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง วันนี้ประเทศไทยยังติดกับดักตัวเอง กับดักประชาธิปไตย กับดักมนุษย์สิทธิมนุษยชน กับดักการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ที่เขียนเพื่อประชาชนโดยรวม ตนไม่เข้าใจ ทุกประเทศที่เขาเจริญก้าวหน้าเขาเอากฎหมายเป็นหลักทั้งสิ้น กฎหมายต้องเป็นพื้นฐาน ถ้าคนไม่ละเมิดกฎหมายก็ไม่ต้องใช้กฎหมายแรง ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายอันเดียวกันไม่ว่าจะยากดีมีจน นั่นแหละคือความเท่าเทียมแท้จริงในโลกใบนี้
นายกฯ กล่าวต่อว่า วันนี้รัฐบาลออกกฎหมายไปสี่ร้อยกว่าฉบับยังไม่พอ เพราะที่ผ่านมายังไม่เคยปรับแก้กฎหมาย มีผลกระทบกับภาคธุรกิจ เพราะกฎหมายล้าสมัยวันนี้ต้องแก้กันทุกวัน และการแก้กฎหมายมันง่ายที่ไหน และอะไรๆก็จะให้ใช้มาตรา44 ซึ่งถามว่ามาตรา44 จะไปใช้กับอาเซียนได้ไหม ถ้าได้ตนจะออกให้ การแก้กฎหมายเหล่านี้ต้องเข้าสู่กระบวนการสนช. ที่จะพิจารณากัน 3 วาระ โดยที่รัฐบาลส่งกฎหมายต้นทางไปให้พิจารณา จะผ่านไม่ผ่านก็ต้องไปว่ากันมา
"ผมบอกแล้ว ผมเรียนผูกก็ต้องเรียนแก้เอง วันนี้ผมยังแข็งแรงอยู่ ถ้าตราบใดยังเสียงดังถือว่ายังโอเค ไม่เคยยอมแพ้ เพราะผมแพ้ผมก็อยู่ไม่ได้ คิดแบบผมคิดบ้าง ผมไม่ได้คำนึงว่าผมจะอยู่อย่างไรในวันข้างหน้า ถ้าผมกังวลคงไม่มายืนตรงนี้หรอก"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายกฯ กล่าวต่อว่า การสร้างคน ต้องสร้างการเรียนรู้ การใช้สมอง ที่ไม่ใช่สมองที่คิดแต่เรื่องความขัดแย้ง การละเมิดสิทธิมนุษยชน การละเมิดกฎหมาย คิดแต่ประชาธิปไตย เพราะถ้ายังติดกับดักเรื่องเหล่านี้ ประเทศจะเดินหน้าไม่ได้ ถอยหลังไปเรื่อย ทั้งนี้ ช่วงที่ตนอยู่จะต้องสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ประหยัด อดออม โดยนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ และศึกษาให้ลึกซึ้ง นี้คือกระบวนการประชาธิปไตยที่ท่านสร้างมา ทั้งเรื่องความมั่นคง การพัฒนาและการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า นอกจากความสามารถเฉพาะตัว เราต้องฝึกคนมีความชำนาญอย่างลึกซึ้งทั้งระบบ เพื่อพัฒนาไปเป็นผ้บริหาร สำหรับคนที่เอาทุนรัฐไปต้องมีการติดตามอยู่ตรงไหน มีการพัฒนาหรือไม่ ถ้ายังไม่พัฒนาก็ให้ไปเพิ่มมา ซึ่งการสร้างการเรียนรู้ต้องเริ่มจากคนที่ไม่รู้อะไรเลย อย่างภาษาอังกฤษ ต้องเริ่มจากภาษาอังกฤษเพื่อประชาชน ให้พูดที่จะต้องใช้ในชีวิตประจำวันได้ วันนี้ที่คุยกับต่างประเทศทุกวัน ทั้งที่มีคนพูดว่าไม่มีใครคบเรา โดยตนศึกษาประวัติศาสตร์ของเขาทั้งหมด มีการเปลี่ยนผ่านอย่างไร ดังนั้น เขาก็ต้องเข้าใจประวัติศาสตร์ของเราด้วย ตนไม่ฝืนประชาธิปไตยอะไรทั้งส้ิน แต่ต้องให้เวลาเราเดินหน้าด้วย
นายกฯ กล่าวว่า ทั้งหมดที่พูดไป ต้องไปกำหนดเป็นโรดแมป ไปกำหนดจัดทำงบประมาณ ที่ต้องบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่นด้วย ซึ่งขณะนี้รัฐบาลกำลังจัดทำงบประมาณใหม่หมด ทั้งงบฯโครงการก่อสร้างพื้นฐาน งบฯประจำ งบฯเร่งด่วนที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหา วันนี้รัฐบาลทำไปเป็นพันเรื่อง แต่จะเป็นรูปธรรมหรือไม่ ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน อย่าท้อแท้ ซึ่งเรื่องของความคิดไม่มีวันแก่ ต้องดูแลกันในวันข้างหน้า ไม่ใช่อยากได้ทุกอย่าง แต่ไม่ร่วมมือ ที่ขอมาทุกเรื่อง ต้องดูด้วยว่ารัฐบาลมีเงินไหม พอรัฐบาลจะคุยเรื่องภาษีก็ไม่เอา แต่เวลาลดราคาก็มากันใหญ่ อย่างนี้มันไปกันไม่ได้ เมื่อเก็บภาษีไม่ได้ ผู้ประกอบการก็แย่ ที่บอกรายได้การส่งออกลดลงในรอบ 10 ปี แล้วเคยไปดูไหมว่ารอบบ้านการส่งออกลดลงด้วยหรือไม่ ซึ่งไม่เคยดู ต้องไปสอนคนให้เข้าใจว่า ตอนนี้ประชาคมโลกเป็นอย่างไร ไม่อย่างนั้นตนก็โดนด่าทุกวัน
นายกฯ กล่าวต่อว่า ไม่ใช่ประเทศไทยที่เศรษฐกิจตก แต่เพื่อนบ้านของเราก็ตกไปด้วย รัฐบาลกำลังพยายามหามาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งผู้ประกอบการเองก็ต้องลดต้นทุนการผลิตและเราต้องช่วยกันคิดทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น วันนี้ต้องดูว่าฝีมือแรงงานในประเทศไทยนั้นผ่านเกณฑ์มาตรฐานจำนวนเท่าใดและจะดูแลผู้ที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์อย่างไร ค่าแรงสำหรับแรงงานไทยสูงที่สุดในอาเซียน เราเป็นประเทศรายได้ปานกลาง แต่รายได้ประชาชนกลับไม่แน่นอน ดังนั้นต้องช่วยกันคิดหาวิธีแก้ไขและอยากฝากถึงการเข้าประชาคมอาเซียนว่าจะทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด วันนี้มีการทะเลาะกันเรื่องเศรษฐกิจพิเศษโดยเฉพาะปัญหาที่ดิน จึงต้องมีการสร้างความเข้าใจโดยรัฐบาลจะแก้ไขปัญหาให้ดีที่สุด
นายกฯ กล่าวอีกว่า วันนี้ได้ไล่ล่าผู้ที่แอบอ้างตนเพื่อหาผลประโยชน์ อย่าพูดส่งเดชว่ามีการตกลงกันกับคนของคสช. ซึ่งถ้าจริงก็ไปหาหลักฐานมา แต่อย่าพูดส่งเดช ถ้ามีหลักฐานก็จะจับให้ อย่าพูดให้เกิดความเสียหาย เมื่อวานนี้มีการประเมินเรื่องของคะแนนความโปร่งใสแค่จะรักษาคะแนนให้คงเดิมก็ยากอยู่แล้ว ถ้าบอกว่ามีการทุจริตก็ขอให้บอกด้วยว่าทุจริตจุดใด ที่รัฐมนตรีหรือข้าราชการ ขอให้หามายืนยันว่าตนไม่ได้ผลประโยชน์อะไรเลยตั้งแต่เข้ามา ที่เข้ามาก็เพื่อแก้ไขปัญหา แก้ไขความผิดพลาดไม่ได้จ้องทำร้ายใคร ทำแบบนี้เห็นด้วยหรือไม่ วันนี้เราต้องแข็งแรง เพราะพูดอะไรจะไม่มีคนเชื่อ อาเซียนก็จะไม่เชื่อ เวลาที่ตนพูดห้ามหลับ เพราะมั่นใจในสิ่งที่ทำ ตนเข้าใจอาเซียนและสถานการณ์ วันนี้หลายประเทศก็เชิญรัฐบาลไปเยือน ทั้งอินเดีย รัสเซีย จีน เกาหลี ซึ่งหากรังเกียจก็คงไม่เชิญ แต่มีคนไทยบางกลุ่มต้องการสร้างสถานการณ์ให้เกิดความแตกแยก
"วันก่อนมีคนถามว่ามีทหารไว้ทำไม ก็ต้องตอบว่ามีทหารไว้ดูแล5แสนตารางกิโลเมตร เอาไว้รักษาชีวิต รักษาแผ่นดินผืนนี้ และให้หมาพวกนี้มาพูด วันนี้ผมเบรกไม่อยู่ เขาตายไปเท่าไหร่ น้ำท่วม ฝนแล้ง โจรขโมย นึกถึงเวลาที่เขาทำบ้างไม่ใช่ไปจับว่าไอ้นี่เรียกเงิน ถ้ามีก็ไปแจ้งความมา เขามีช่องทางร้องทุกข์ กล่าวโทษ แจ้งโรงพัก พอไปแจ้งแล้วก็ไม่เชื่อตำรวจอีก แล้วจะไปเชื่อใคร หรือจะอยู่โดยยาม ก็ไปจ้างยามมา แล้วมันจะได้ไหมเล่า ทำไมเราไม่ทำให้มันเข้มแข็ง การปฏิรูปก็ต้องเริ่มจาก เล็ก กลาง ใหญ่ ทำไมเราไม่สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้ได้ก่อน"พล.อ.ประยุทธ์กล่าว และว่าวันนี้ถามว่าทหารได้อะไร เชื่อว่าไม่ได้อะไร แต่ที่ได้คือทำให้ทุกคนมีลมหายใจ มีเสรีภาพในทุกอย่าง เหล่านี้ถามว่าใครทำให้ถ้าไม่ใช่ทหาร การใช้ทหารไม่ใช่การลงทุนแต่สิ่งที่จะได้กลับมาก็คือเศรษฐกิจและการค้า เนื่องจากประเทศได้รับความมั่นใจในเสถียรภาพความมั่นคง"นายก กล่าว
นายกฯ กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือวันนี้มีคนพยายามให้ร้ายต่อประเทศ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศต้องสามารถชี้แจงแทนนายกรัฐมนตรีได้ทุกเรื่อง วันนี้เรามีแม่น้ำ5สายก็ดูเหมือนจะตีกันแล้ว ไม่ว่าจะรัฐธรรมนูญหรือโรดแมป ตนยังไม่ได้พูดอะไรสักคำว่าจะทำได้หรือไม่ ถ้าทำไม่ได้จะให้ทำอย่างไร หรือจะใช้กำลังบังคับกัน ดังนั้นจึงอยู่ที่ประชาชน เพราะประชาชนคือผู้ออกเสียงอย่างแท้จริง ไม่ใช่พวกแอบอ้าง ตนพูดมากไม่ได้เพราะจะถูกกล่าวหาว่าต้องการสืบทอดอำนาจ แต่จะทำทุกอย่างให้เสร็จเรียบร้อยตอนที่ยังอยู่ในตำแหน่ง หรือมีใครคิดว่าไม่ถูกต้อง วันนี้ใครเปิดโทรศัพท์เพื่อดูแอพพลิเคชั่นอินโฟกราฟฟิกของรัฐบาลบ้าง ถ้าไม่มีก็แสดงว่ารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีต้องเปลี่ยนได้แล้ว เพราะต้องพูดให้คนเข้าใจ วันนี้ยังมีคนถามว่าทำไมเลือกตั้งไม่ได้และเขาไม่มีความเชื่อมั่น ดังนั้นต้องพูดให้เขาเชื่อ ถ้าหากต้องการย้อนกลับไปที่เก่า ตนก็ขอบาย และการทำงานจะไม่ท้อแท้อยู่แล้ว นายกฯไม่มีอ่อนแอ อ่อนไม่ได้ ยิ่งมีเวลาน้อยยิ่งดุกว่าเดิม เพราะไม่เช่นนั้นจะแก้ไขปัญหาใดๆไม่ได้ ที่ต้องปวดหัวทุกวันเพราะรับปัญหาต่างๆทั้งหมด ถามว่ารัฐบาลหน้าจะแก้ไขปัญหาเช่นนี้หรือไม่ มียุทธศาสตร์ชาติ มีแนวทางการแก้ไขปัญหาเช่นนี้หรือไม่ สามารถแก้ไขปัญหาคอรัปชั่นให้ดีขึ้นแบบนี้หรือไม่







