
เงินน้ำมันเข้ารัฐ
จากสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่ผันผวนไปทางขาลง และแนวโน้มน่าจะแกว่งตัวในระดับต่ำไปอีกระยะหนึ่ง ส่งผลให้เครื่องมือดูแลพลังงานไม่ให้ขาดแคลน ไม่ให้เปลี่ยนแปลงสูงมากจนกระทบประชาชนเดือดร้อน อาจต้องปรับเปลี่ยนหรือเสริมให้มีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์กับภาพรวมมากขึ้น โดยเฉพาะเพิ่มรายได้เข้ารัฐในระบบงบประมาณ
จากสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่ผันผวนไปทางขาลง และแนวโน้มน่าจะแกว่งตัวในระดับต่ำไปอีกระยะหนึ่ง ส่งผลให้เครื่องมือดูแลพลังงานไม่ให้ขาดแคลน ไม่ให้เปลี่ยนแปลงสูงมากจนกระทบประชาชนเดือดร้อน อาจต้องปรับเปลี่ยนหรือเสริมให้มีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์กับภาพรวมมากขึ้น โดยเฉพาะเพิ่มรายได้เข้ารัฐในระบบงบประมาณ
เป็นที่ทราบกันว่าราคาน้ำมันโลกที่ขึ้นไปสูงบาร์เรลละกว่า 100 เหรียญสหรัฐ ปัจจุบันลดลงมาแกว่งที่ต่ำกว่า 26 เหรียญสหรัฐ ผลดังกล่าวทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันในไทยปรับลดลงมาเหลือ 4-5 ลิตร 100 บาท จากที่เคยขายปลีกราคา 2 ลิตรเกือบ 100 บาท ในกลุ่มน้ำมันเบนซิน
ผลจากราคาขายปลีกที่ลดมากดังกล่าว ทำให้ประชาชนเหลือเงินในกระเป๋ามากขึ้น จากน้ำมันที่ถูกลงกว่าครึ่ง โดยเฉพาะดีเซล ที่มีผลต่อราคาสินค้าและบริการต่างๆ มาก เพราะเกี่ยวข้องกับการเป็นเชื้อเพลิงในการขนส่งสินค้าหรือบริการค่าโดยสาร ซึ่งน้ำมันดีเซลรัฐบาลเกือบทุกสมัยต่างตรึงราคาขายปลีกให้ไม่เกินลิตรละ 30 บาท เพื่อป้องกันไม่ให้ สินค้าหรือบริการ ใช้เป็นข้ออ้างปรับขึ้นราคาสินค้าหรือค่าโดยสาร
อย่างไรก็ตาม จากราคาขายปลีกดีเซลที่ลดลงกว่า 50% หรือลดลงจากที่ตรึงไว้ลิตรละ 30 บาท ขณะนี้ดีเซลขายปลีกลิตรละกว่า 19 บาท ผลจากราคาดีเซลที่ลดลงมากกว่าครึ่งดังกล่าว กลับทำให้สินค้าหรือค่าโดยสาร เช่น รถโดยสารสาธารณะ เรือ การขนส่งสินค้าต่างๆ ไม่สามารถลดลงมาก ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับต้นทุนดีเซลที่ลดลง เพราะผู้ประกอบการอ้างว่ายังมีต้นทุนในการประกอบการอื่นๆ เช่น ค่าแรงงาน ค่าโสหุ้ยที่ปรับขึ้นไปสูง จึงลดราคาสินค้าหรือค่าโดยสารลงไม่ได้มาก หรือบางรายไม่ลดเลย
เมื่อกลไกการส่งผ่านต้นทุนน้ำมันที่ลด ไม่สามารถกดให้สินค้าหรือค่าโดยสารลดลงไปได้มากกว่านี้อีกมาก อีกทั้งเครื่องมือบริหารราคาน้ำมัน คือ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งปัจจุบันมีเงินสะสมในกองทุนถึงกว่า 4 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้จากการปรับเปลี่ยนการอุดหนุนพลังงานล่าสุด หักลบแล้วมีเงินไหลเข้ากองทุนสุทธิวันละกว่า 1,000 ล้านบาท
หากยังปล่อยไปอย่างนี้ เงินจะไหลเข้ากองทุนทะลุกว่า 4 หมื่นล้านบาท เป็นเงินที่สูงมาก และเป็นเงินที่ง่าย ที่เปิดช่องให้ผู้มีอำนาจหรือนักการเมืองสามารถนำไปใช้ลดราคาน้ำมัน เพื่อหาเสียงในการเลือกตั้ง จนที่ผ่านมากองทุนที่เคยมีเงินสะสมหลายหมื่นล้าน ต้องโดนนำไปใช้จนกองทุนน้ำมันฯ ขาดทุน ติดลบเกือบแสนล้านบาทมาแล้ว
ดังนั้น เพื่อให้การบริหารราคาน้ำมันช่วงขาลงเกิดประสิทธิภาพมากขึ้น จึงอยากเสนอให้รัฐบาลหาทางบริหารส่วนต่างราคาน้ำมันให้เป็นรายได้เข้าไปในระบบงบประมาณของรัฐ จะได้มีการควบคุมการใช้จ่าย เช่น อาจขยายเพดานภาษีน้ำมันขึ้นไป แต่เมื่อราคาน้ำมันสูงขึ้นก็ควรลดภาษีลงมาคืน
ถึงเวลาปรับเครื่องมือบริหารน้ำมันแล้ว ถ้ารัฐบาลบริหารดี จะได้ทั้งเงินเข้ารัฐเป็นหมื่นล้าน ทำให้การใช้น้ำมันประหยัด มีประสิทธิภาพ ไม่ทำให้ไทยเสียเงินตราต่างประเทศไปซื้อน้ำมัน รัฐต้องลงมือด่วนเลย ก่อนน้ำมันกลับไปเป็นขาขึ้น







