
ลอยตัวเอ็นจีวี
กบง.ลอยตัวเอ็นจีวีแบบคุมราคา เริ่ม 21 ม.ค. พร้อมเปิดให้รายใหม่แข่งนำเข้าแอลพีจี
กบง.ลอยตัวเอ็นจีวีแบบคุมราคา เริ่ม 21 ม.ค. พร้อมเปิดให้รายใหม่แข่งนำเข้าแอลพีจี
นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่มี พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน เป็นประธาน
มีมติอนุมัติประกาศลอยตัวราคาก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) สำหรับยานยนต์แบบมีเงื่อนไข โดยกำหนดราคาขายปลีกให้คงอยู่ที่ 13.50 บาท แต่หากเดือนใดราคาเอ็นจีวีลดลงก็ให้ปรับลดลงตามต้นทุนที่แท้จริง มีผลตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค.นี้เป็นต้นไป
ทั้งนี้ ที่ประชุม กบง.มีมติมอบหมายให้บริษัท ปตท. ในฐานะผู้ค้ารายใหญ่ เข้ามาดูแลกลไกราคาในช่วง 6 เดือนแรก (ม.ค.-ก.ค.) หากเดือนใดราคาต้นทุนเอ็นจีวีสูงกว่า 13.50 บาท/กก. ทาง ปตท.จะเข้าประกันราคารับภาระในส่วนที่เกิน เพื่อรักษาระดับราคาไว้ แต่ถ้าราคาเอ็นจีวีเดือนใดปรับลดลงก็จะต้องสะท้อนต้นทุนจริงทันที ซึ่งจะช่วยให้รถยนต์และรถขนส่งจำนวน 4.15 หมื่นคัน มีภาระที่ลดลง
นายทวารัฐ กล่าวว่า นโยบายลอยตัวราคาเอ็นจีวีเป็นการส่งสัญญาณ เปิดโอกาสให้เอกชนรายอื่นเข้ามาลงทุนปั๊มมากขึ้น และจะทำให้ราคาเอ็นจีวีเคลื่อนไหวทิศทางเดียวกับราคาน้ำมัน ซึ่งประเมินว่า หากราคาน้ำมันตลาดโลกเฉลี่ย30-40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จะส่งผลให้ต้นทุนเอ็นจีวีลดลง คาดว่าหลังเดือน ก.ค. ราคาเอ็นจีวีจะลงมาอยู่ที่ระดับ 12.76 บาท/กก.
“จากนี้จะประกาศราคาเอ็นจีวีทุกวันที่ 16 ของเดือน เพื่อใช้อ้างอิง แต่รถแท็กซี่และรถโดยสารสาธารณะ ปตท.ยังคงดูแลราคาเท่าเดิม 10 บาท/กก. และปรับเพิ่มวงเงินช่วยเหลือรถแท็กซี่ขึ้นจาก 9,000 บาท/เดือน เป็น 1 หมื่นบาท รถโดยสารสาธารณะจาก 3.5 หมื่นบาท/เดือน เพิ่มเป็น 4 หมื่นบาท จนกว่าจะมีกลไกอื่นมาดูแล” นายทวารัฐ กล่าว
นอกจากนี้ ที่ประชุม กบง.ยังได้อนุมัติแผนแม่บทการเปิดเสรีธุรกิจก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) เพื่อให้เกิดการแข่งขันกันมากขึ้น จึงเปิดให้มีเอกชนรายอื่นสามารถนำเข้าแอลพีจีได้นอกจากบริษัท ปตท. แต่ยังกำกับราคานำเข้าไม่เกินราคาซีพีบวก 85 เหรียญสหรัฐ/ตัน มีการแบ่งปริมาณนำเข้าของ ปตท.บางส่วน ให้ผู้ประกอบการรายอื่นด้วยระบบโควตา ปัจจุบันมีรถที่ติดก๊าซแอลพีจี 1.24 ล้านคัน
ทั้งนี้ มีรายงานว่า บริษัทสยามแก๊สฯ พร้อมจะเป็นผู้นำเข้าแอลพีจีแข่งกับปตท.







