
กิจการทุกระดับ มีความเชื่อมั่นดีขึ้น จับตาปัจจัยเสี่ยงฉุดเศรษฐกิจปี’59
ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมไทยเดือน ธ.ค. 2558 ดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 โดยสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาห กรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ปรับขึ้นทุกขนาดกิจการ โดยกิจการขนาดย่อมมีค่าดัชนีความเชื่อมั่นที่ 79.7 เพิ่มขึ้นจากเดือน พ.ย.ที่ 78.2 กิจการขนาดกลางมีค่าดัชนีที่ 87.3 เพิ่มขึ้นจากเดือน พ.ย.ที่ระดับ 84.1 และกิจการขนาดใหญ่มีค่าดัชนีความเชื่อมั่นที่ 95.6 เพิ่มขึ้นจาก 94.2 โดยการปรับเพิ่มส่วนใหญ่เกิดจากผู้ประกอบการที่เชื่อมั่นต่อนโยบายรัฐบาล และเศรษฐกิจที่เริ่มดีขึ้นเล็กน้อย
ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมไทยเดือน ธ.ค. 2558 ดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 โดยสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาห กรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ปรับขึ้นทุกขนาดกิจการ โดยกิจการขนาดย่อมมีค่าดัชนีความเชื่อมั่นที่ 79.7 เพิ่มขึ้นจากเดือน พ.ย.ที่ 78.2 กิจการขนาดกลางมีค่าดัชนีที่ 87.3 เพิ่มขึ้นจากเดือน พ.ย.ที่ระดับ 84.1 และกิจการขนาดใหญ่มีค่าดัชนีความเชื่อมั่นที่ 95.6 เพิ่มขึ้นจาก 94.2 โดยการปรับเพิ่มส่วนใหญ่เกิดจากผู้ประกอบการที่เชื่อมั่นต่อนโยบายรัฐบาล และเศรษฐกิจที่เริ่มดีขึ้นเล็กน้อย
ขณะที่กลุ่มที่มีการส่งออกน้อยกว่า 50% ของยอดขายหรือกลุ่มที่เน้นตลาดในประเทศมีดัชนีความเชื่อมั่นในเดือน ธ.ค.อยู่ที่ระดับ 85.4 เพิ่มจากระดับ 84.9 ในเดือน พ.ย. ขณะที่กลุ่มที่มีการส่งออกตั้งแต่ 50% หรือเน้นตลาดในต่างประเทศ ดัชนีความเชื่อมั่นอยู่ที่ระดับ 98.0 เพิ่มขึ้นจากระดับ 90.6 ในเดือน พ.ย.
นอกจากนี้ การสำรวจความเชื่อมั่นรายภูมิภาค พบว่า ภาคเหนือ ระดับ 88.4 เพิ่มขึ้นจาก 87.8 คาดการณ์ 3 เดือน อยู่ที่ระดับ 101.4 ลดลงจาก 107.1 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ที่ระดับ 85 จาก 77.4 คาดการณ์ 3 เดือน อยู่ที่ระดับ 95.2 ลดลงจาก 107.4 ภาคใต้ อยู่ที่ระดับ 85 เพิ่มขึ้นจาก 83.3 ขณะที่ความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือน อยู่ที่ระดับ 100.5 ลดลงจาก 102.1 ภาคตะวันออก ที่ระดับ 88.6 เพิ่มขึ้นจากระดับ 86 ความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือน อยู่ที่ระดับ 103.5 ลดลงจาก 106.5 และภาคกลาง ระดับ 88.7 เพิ่มขึ้นจาก 88.5 ขณะที่ความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนดีขึ้นเพียงภาคเดียว ระดับ 105.9 จาก 104.7
อย่างไรก็ตาม สุพันธ์ุ เตือนว่าเศรษฐกิจไทยยังจะเผชิญปัจจัยลบจากทั้งภายในและภายนอกประเทศ โดยภายในประเทศต้องจับตาว่ามาตรการช่วยเหลือราคาสินค้าเกษตรของรัฐบาลจะมีผลมากน้อยเพียงใด ขณะที่ภายนอกประเทศต้องจับตาทิศทางเศรษฐกิจจีนที่อยู่ในภาวะชะลอตัว ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมไทยเล็กน้อย
ด้านอุตสาหกรรมรถยนต์ สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. เปิดเผยว่า ยอดการผลิตรถยนต์เพื่อจำหน่ายในปี 2558 มีทั้งสิ้น 1,913,002 คัน ต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่ 1.95 ล้านคัน คิดเป็น 1.95% ผลกระทบส่วนใหญ่เกิดจากยอดขายในประเทศชะลอตัว โดยมียอดขายอยู่ที่ 799,592 คัน ซึ่งเป็นไปตามเป้าที่ปรับลดลงในช่วงเดือน ก.ย. ที่ระดับ 7.5-8 แสนคัน ขณะที่การส่งออกอยู่ที่ 1,204,895 คัน เป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ 1.2 ล้านคัน แต่ภาพรวมถือว่ามีการขยายตัว 1.79% เมื่อเทียบกับปี 2557
ทั้งนี้ ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศเดือน ธ.ค.มีทั้งสิ้น 101,424 คัน โดยเกิน 1 แสนคัน เป็นครั้งแรกในรอบ 24 เดือน เนื่องจากฅมียอดจองรถยนต์ในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2015 ประมาณ 3.9 หมื่นคัน และผู้บริโภคตัดสินใจเร่งซื้อรถยนต์ก่อนที่จะมีการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ โดยเฉพาะรถกระบะดัดแปลง (พีพีวี) ที่มียอดขายเติบโต 251%
ขณะที่การผลิตรถยนต์ในเดือน ธ.ค.มีทั้งสิ้น 152,692 คัน ลดลงจากเดือน พ.ย.ที่ผลิตได้ 163,170 คัน แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 57,039 คัน รถยนต์โดยสารต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตันขึ้นไป ผลิตได้ 18 คัน รถยนต์บรรทุกผลิตได้ 95,635 คัน ส่วนรถกระบะขนาด 1 ตัน ผลิตได้ทั้งหมด 93,444 คัน รถบรรทุกขนาดต่ำกว่า 5 ตัน-มากกว่า 10 ตัน ผลิตได้ 2,191 คัน
สำหรับมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนทั้งปี 2558 อยู่ที่ 51,193.37 ล้านบาท จำนวน 939,980 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2557 ที่ 5.86% ส่วนยอดการผลิตเดือน ธ.ค.อยู่ที่ 204,756 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือน พ.ย.ที่ 194,258 คัน ขณะที่ยอดขายรถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนเดือน ธ.ค.อยู่ที่ 4,596.39 ล้านบาท
ในปี 2559 ส.อ.ท. ประเมินว่าจะมียอดการผลิตรถยนต์ทั้งสิ้น 2 ล้านคัน แบ่งเป็นเพื่อขายในประเทศ 7.5-7.8 แสนคัน ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา เพราะกำลังซื้อถูกใช้ไปตั้งแต่ช่วงปลายปี 2558 ที่ผ่านมา ส่วนการผลิตเพื่อส่งออกจะเติบโตขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 1.22-1.25 ล้านคัน







