
ชิวบ๊วย ผู้หญิงเก่งและแกร่ง
ในช่วงที่มีที่ว่างๆ หลายไร่ ชิวบ๊วยจะเลี้ยงหมูเลี้ยงไก่ รวมถึงเป็ดและห่าน ในสมัยนั้นคนนิยมเลี้ยงหมูฝรั่งผิวขาว
โดย...ซิวซี แซ่ตั้ง
ในช่วงที่มีที่ว่างๆ หลายไร่ ชิวบ๊วยจะเลี้ยงหมูเลี้ยงไก่ รวมถึงเป็ดและห่าน ในสมัยนั้นคนนิยมเลี้ยงหมูฝรั่งผิวขาว ตัวใหญ่ได้ราคาดีเพราะมีเนื้อมากกว่าหมูไทย ชิวบ๊วยจะซื้อลูกหมูซึ่งหนักประมาณ 10 กว่ากิโลกรัม ในราคาตัวละ 250 บาท เลี้ยง 10 เดือน หมูจะหนัก 80-90 กิโลกรัม ขายได้กิโลกรัมละ 7 บาท อาหารที่ใช้เลี้ยงก็มีรำข้าว ผักบุ้งและเศษอาหารที่ซื้อจากคนรับซื้อเศษอาหารตามภัตตาคาร
เลี้ยงหมูครั้งละ 20 ตัว สำหรับไก่ก็จะเลี้ยงไก่ฝรั่ง ซึ่งมีขนสีขาว เลี้ยงง่ายโตไว ตอนกลางคืนเปิดไฟให้หน่อย ไก่ก็จะกินอาหารตลอดเวลา กินทั้งวันทั้งคืน ไม่ถึง 60 วัน ก็ขายไก่ได้แล้ว ชิวบ๊วยจะเลี้ยงไก่ครั้งละ 50-60 ตัว ขายได้ตัวละ 20 กว่าบาท
นอกจากเลี้ยงหมูเลี้ยงไก่ เธอยังไปซื้อเศษหนังจากโรงงานทำกระเป๋านักเรียนที่อยู่ใกล้ๆ ซื้อเศษหนังเป็นกระสอบ แล้วนำมาประกบกันด้วยกาวจนได้ความสูงราว 2 นิ้ว แล้วตัดแต่งขายให้โรงงานทำรองเท้าทำส้นรอง เดือนหนึ่งขายได้ราว 80 บาท
รายได้จากการขายหมูขายไก่ เธอนำไปซื้อทอง ซื้อเข็มขัดนาก และเก็บเป็นเงินสดไว้ใช้ในยามจำเป็น เธอเป็นคนขยัน อดออมและอดทนจริงๆ ถ้าผมไม่ได้ผู้หญิงเก่งและแกร่งอย่างเธอมาเป็นภรรยา ผมคงลำบากทีเดียว
อีกเรื่องที่เธอมีความโดดเด่นเป็นพิเศษก็คือ...เธอมีความสามารถในการทวงเงินค่าเช่าจากลูกบ้านที่ติดเงินค่าเช่าเป็นเดือนๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พวกลูกบ้านจะรู้ดีว่าผมเป็นคนใจดี พูดทวงไม่เป็น ถ้าลูกบ้านบอกว่าไม่มีสตางค์ค่าเช่าหรือหาเงินไม่ทัน ผมมักจะใจอ่อนยอมให้พวกเขาผัดผ่อน จนเป็นที่รู้กันว่า ถ้าใครมีปัญหาเรื่องไม่มีเงินจ่ายค่าเช่า หรือหาเงินไม่ทันให้มาพูดกับผม รับรองว่าผลัดได้ทุกคน
เรื่องนี้ทำให้ชิวบ๊วยหนักใจ เพราะค่าเช่าหมายถึงรายได้ประจำของครอบครัวที่จะนำมาใช้จ่าย เมื่อไม่มีค่าเช่าก็ไม่มีข้าวกิน ดังนั้นหลังๆ ชิวบ๊วยจึงรับหน้าที่เก็บเงินค่าเช่าบ้านไปทำเอง โดยสั่งไม่ให้ผมยุ่งเกี่ยว ใครมาผัดผ่อนก็ให้มาพูดกับเธอเท่านั้น คนที่มาผลัดไม่ค่อยกล้าถ้าไม่จำเป็นจริงๆ และถ้าผลัดแล้วก็มักจะไม่กล้าเบี้ยว ต้องยอมรับว่าเธอทำหน้าที่เก็บเงินลูกบ้านได้ผลดีกว่าผมมาก
ผมต้องยกย่องเธอเป็นพิเศษในเรื่องนี้ เพราะกิจการพิเศษบางอย่างก็ต้องการคนพิเศษที่เหมาะกับธุรกิจนั้นๆ ภรรยาของผมเป็นตัวอย่างที่ดีในการควบคุมดูแลเก็บเงินค่าเช่าบ้านได้มีประสิทธิภาพมากกว่าผม ไม่ใช่ว่าเธอปากร้ายหรือใจร้ายหรอกนะครับ ถึงได้เก็บเงินค่าเช่าได้ หากแต่เธอเป็นคนมีศิลปะ รู้จักพูด รู้จักยืดหยุ่น หว่านล้อมให้ลูกบ้านที่มักเหนียวหนี้ไม่จ่ายค่าเช่าตามวันเวลาได้ มีเหมือนกันที่ผัดผ่อนได้ช้าไปบ้าง แต่ลูกบ้านมักไม่ค่อยผิดนัดชิวบ๊วย
ในช่วง พ.ศ. 2495 จนถึง พ.ศ. 2505 เป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความสุขความทุกข์ระคนปนเป ความรวยกับความจนอยู่เฉียดกันตลอด ช่วงต้นที่ห้ามส่งหนังออกต่างประเทศเป็นช่วงวิกฤต จนผมต้องไปกรีดยางหาเงินที่ภาคใต้ โรงงานฟอกหนังปิดกันมากมาย แล้วจู่ๆ มีเพื่อนบอกให้ผมไปเซ้งโรงงานที่เจ๊งแล้ว ในราคาถูกเป็นพิเศษ เจ้าของโรงงานต้องการเงินด่วนมาก โชคดีที่ผมมีเงินจากการกรีดยางและมีเครดิตกู้เงินได้มาซื้อ และไม่น่าเชื่อว่าแค่ครึ่งปี ผมสามารถเซ้งที่ 3 ไร่ได้ ซึ่งทำให้ผมประคับประคองจนทำธุรกิจใหม่ได้... นั่นคือธุรกิจทำประตูหน้าต่างไม้
(อ่านต่อฉบับวันเสาร์หน้า)







