
3 ตลาดประมูลยางพาราใต้ราคาปรับตัวเพิ่ม
นครศรีธรรมราช - ราคายางพาราใต้ขยับรับมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ แกนนำเผย ก.ก.ละ 45 บาท ชาวสวนอยู่ได้
นครศรีธรรมราช - ราคายางพาราใต้ขยับรับมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ แกนนำเผย ก.ก.ละ 45 บาท ชาวสวนอยู่ได้
เมื่อวันที่ 13 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการประมูลซื้อขายยางพาราที่ตลาดกลางหลัก 3 แห่งใต้ปรากฏว่า ที่ จ.นครศรีธรรมราช มีราคาขยับสูงขึ้นมากที่สุด โดยยางแผ่นดิบ 35.52 บาท/กก. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.02 บาท/กก. ยางความชื้น 34.89 บาท/กก. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.30 บาท/กก. ยางแผ่นรมควัน 37.78 บาท/กก. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.22 บาท/กก. ปริมาณยางเข้าสู่ตลาด 5.1 ตันยางแผ่นรมควัน 78 ตัน ส่วนราคายางแผ่นดิบท้องถิ่น 32.80 บาท/กก. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.90 บาท/กก. น้ำยางสด 32.50 บาท/กก. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.00 บาท/กก.
ส่วนที่ จ.สุราษฎร์ธานี ยางแผ่นดิบ 35.41 บาท/กก. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.94 บาท/กก.และ จ.สงขลา ราคายางแผ่นดิบ 35.19 บาท/กก.ปรับตัวสูงขึ้น 0.80 บาท/กก.
สำนักงานตลาดกลางยางพาราสุราษฎร์ธานี ระบุว่า สาเหตุที่ราคาเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีมาตรการของรัฐบาลที่มีมติให้รับซื้อยางจากเกษตรกรชาวสวนยางในราคาชี้นำตลาด หรือนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ยางพาราใช้ในประเทศเพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาตลาดล่วงหน้าโตเกียวปรับตัวสูงขึ้น โดยมีปัจจัยบวกจากเงินเยนอ่อนค่า และความกังวลเกี่ยวกับสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้ง ซึ่งจะส่งผลให้เข้าสู่ฤดูยางผลัดใบเร็วขึ้น ทำให้ปริมาณผลผลิตลดลง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงต้องติดตามเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด
วันเดียวกัน ที่ห้องประชุม กอ.รมน.ศาลากลางสุราษฎร์ธานี นายไพโรจน์ ฤกษ์ดี ตัวแทนแนวร่วมเกษตรกรชาวสวนยางพาราบ้านส้อง และพันธมิตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ออกแถลงการณ์ว่า หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติไปในทางที่ดีต่อการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราโดยรวม ตามที่แนวร่วมและเครือข่ายชาวสวนยางต่างๆได้ร่วมกันแสดงพลังสะท้อนปัญหาราคายางตกต่ำอย่างต่อเนื่อง โดยส่งสัญญาณจะทำการเคลื่อนไหวต่อรัฐบาลหากไม่มีการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนและเพื่อให้รัฐบาลทราบถึงความเดือดร้อนโดยแท้จริงตั้งแต่ราคา 3 กิโลกรัม/ 100 บาท และลงไปถึง 4 กิโลกรัม/ 100 บาท
นายไพโรจน์ กล่าวว่า หากไม่มีการส่งสัญญาณเรียกร้องจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงเป็นระยะ ซึ่งไม่ต้องการให้พบกับจุดจบของพี่น้องและผู้อ้างอิงรายได้จากชาวสวนยางพารา เพราะปัญหาส่งผลเป็นมหาภาคต่อการอุปโภคบริโภคโดยรวมและกระทบต่อทุกสาขาอาชีพ ซึ่งมติ ครม.เป็นไปในทางที่ดีต่อการช่วยเหลือเกษตรกรโดยรวมไม่ว่ากรณีให้ 8 กระทรวงไปรับซื้อโดยตรงหรือเป็นกรณีการซื้อนำตลาดจะทำให้ราคาสูงขึ้นได้ในเร็ววัน สังเกตได้จากราคาน้ำยางสดกิโลกรัมละ 25 บาท มาอยู่ที่ 30 บาท โดยคาดว่ากลุ่มพ่อค้ามีความเชื่อมั่นต่อแนวทางคณะรัฐมนตรี และแนวร่วมขอย้ำให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาด้วยความจริงจัง จริงใจอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง คาดว่าจะไม่มีกระแสต่อต้านการบริหารบ้านเมืองของรัฐบาลแต่อย่างใด
"หลังจากได้รับทราบมติของรัฐบาลแล้ว พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราก็รับได้กับมติดังกล่าว ถ้าไม่ได้ราคาถึง 60 บาทตามที่เรียกร้อง แต่ก็อย่าให้ต่ำกว่าที่เป็นอยู่ คาดว่าที่ราคา 45 บาทเกษตรกรก็อยู่ได้เพราะตอนนี้เกษตรกรบางส่วนได้มีการปรับตัวด้วยการหาอาชีพเสริมอยู่บ้างแล้ว"นายไพโรจน์ กล่าว
ข่าวแจ้งว่า นอกจากนี้ราคาปาล์มน้ำมันขยับตัวขึ้นเช่นกัน ที่ จ.สุราษฎร์ธานี กิโลกรัมละ 4.90-5.50 บาท จ.ชุมพร 5-5.40 บาท นครศรีธรรมราช 5-5.20 บาท กระบี่ 4.95-5.20 บาท







