posttoday
ร้องรัฐบาลยกเลิกคำสั่งระงับโครงการสสส.

ร้องรัฐบาลยกเลิกคำสั่งระงับโครงการสสส.

13 มกราคม 2559

เครือข่ายสลัม-แรงงานนอกระบบ ร้องรัฐบาลเลิกคำสั่งระงับโครงการที่ภาคประชาชนรับทุนจากสสส.เหตุกระทบคนทำงานนับหมื่น ประชาชนเสียโอกาส

เครือข่ายสลัม-แรงงานนอกระบบ ร้องรัฐบาลเลิกคำสั่งระงับโครงการที่ภาคประชาชนรับทุนจากสสส.เหตุกระทบคนทำงานนับหมื่น ประชาชนเสียโอกาส

เมื่อวันที่13ม.ค.58 เวลา10.00 น.ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มเครือข่ายแรงงานนอกระบบ ประกอบด้วย วินมอเตอร์ไซรับจ้าง แท็กซี่ แม่ค้า กรรมกร  เครือข่ายสลัม 4 ภาค  และเครือข่ายชุมชนลดปัจจัยเสี่ยง กทม. กว่า100 คน รวมตัวกันยื่นจดหมายเปิดผนึกต่อพลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานบอร์ดกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(บอร์ดสสส.)เพื่อเรียกร้องให้เร่งปลดล๊อคโครงการที่ภาคประชาชนรับทุนจาก สสส.หลังจากติดขัดมานานหลายเดือน จนไม่สามารถทำกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพในพื้นที่ได้ พร้อมทั้งขอให้รัฐบาลเร่งหาแนวทางแก้ไขกรณีสรรพากรไล่เก็บภาษีโครงการย้อนหลัง5ปี

ทั้งนี้เครือข่ายฯได้ชูป้ายแสดงข้อความต่างๆ อาทิ ดองโครงการ สสส.  ชาวบ้านเสียโอกาส เศร้าใจนายทุนได้ลดภาษี   โครงการชาวบ้านถูกรีดภาษี

นายชาญ  รูปสม  ผู้ประสานงานเครือข่ายชุมชนลดปัจัยเสี่ยง กทม. กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการสั่งระงับการจ่ายเงินดำเนินงานและไม่อนุมัติโครงการที่มีงบประมาณเกิน 5 ล้านบาท รวมเกือบ 2,000 ล้านบาท ส่งผลกระทบต่อคนทำงานกว่า 10,000 คน ซึ่งส่งผลเสียทำให้ประชาชนไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ของกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ นอกจากนี้กรณีสรรพกรยังได้เก็บภาษีย้อนหลัง5ปีจากมูลนิธิองค์กรต่างๆที่รับทุนจากสสส.รวมค่าปรับแล้วไม่น้อยกว่า 800 ล้านบาท จากปัญหาดังกล่าวเครือข่ายฯจึงขอเรียกร้องต่อรัฐบาล ดังนี้

1. ขอให้เร่งพิจารณายกเลิก การชะลอโครงการของภาคประชาชนที่ขอรับการสนับสนุนจากกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ  เพื่อให้มีงบประมาณให้องค์กร กลุ่มและบุคลต่างๆได้ทำกิจกรรม  รณรงค์ ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพวะและความกินดีอยู่ดีของประชาชนโดยเร็ว
 
2. ขอให้พิจารณาแนวทางช่วยเหลือกรณีบุคคล กลุ่ม องค์กร รวมทั้งข้าราชการจำนวนหนึ่งที่ ทำโครงการโดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนฯ แต่กำลังถูกสรรพากรไล่เก็บภาษีย้อนหลังถึง 5 ปี  โดยการตีความใหม่ว่าสัญญาโครงการเป็นลักษณะ"การจ้างทำของ" ซึ่งเป็นการตีความที่มองว่าผู้ทำโครงการมีรายได้  ตีความจากเงินโครงการที่รับทั้งหมด ทั้งที่โดยข้อเท็จจริงแล้วในแต่ละโครงการ  มีเงินเดือนของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานโครงการเท่านั้นเป็นรายได้และส่วนนี้เองได้มีการหักภาษีนำส่งสรรพากรทุกเดือนอยู่แล้ว ส่วนการจัดกิจกรรม  รณรงค์ หรือจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ต่างๆตามที่ระบุในโครงการก็มีการเคลียร์ใบเสร็จรับเงินไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด ซึ่งในส่วนนี้มีการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่แล้ว   และหากเงินโครงการคงเหลือก็ต้องส่งคืน สสส. ทั้งหมด เงินส่วนนี้จึงไม่ใช่รายได้ของผู้รับทุน แต่อย่างใด

และ3.ภาคประชาชนจะติดตามการสรรหากรรมการกองทุนฯอย่างใกล้ชิด  เพื่อให้กองทุนนี้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย  มีความเป็นอิสระไม่ถูกแทรกแซงจากกลุ่มธุรกิจหรือฝ่ายการเมือง  และไม่เป็นเครื่องมือของผู้ที่จะเข้ามาแสวงหาประโยชน์ หรือมุ่งหวังทำลายความเข้มแข็งของภาคประชาชน  ทั้งนี้หากเกิดความไม่ชอบมาพากลใดๆเครือข่ายจะร่วมกับเครือข่ายอื่นๆเคลื่อนไหวต่อสู้ให้ถึงที่สุด
           
“หากจะตรวจสอบการทำงานสสส.ก็ไม่ควรเหมารวมว่าทุกโครงการไม่โปร่งใส เพราะถือเป็นการกลั่นแกล้งคนทำงาน กระทบต่อการทำงานของภาคประชาชน   นอกจากนี้การเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง หลายรายได้เตรียมเข้ายื่นขอความเป็นธรรมต่อศาลปกครองเพื่อให้คุ้มครองชั่วคราว  เพราะไม่ได้รับความเป็นธรรม อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ภาคประชาชนจะเข้าปรึกษากับสภาทนายความให้เข้ามาช่วยดูแลเรื่องกฎหมาย  และการประชุมบอร์ดสสส.ครั้งต่อไป  ภาคประชาชนจะขอเข้าไปทวงถามความคืบหน้าต่อเรื่องนี้ด้วย”

นายสุทิน กีโรจณี อาชีพวินมอเตอร์ไซต์ ตำบลบางจาก จังหวัดสมุทรปราการ ในฐานะที่ได้เข้าร่วมโครงการเลิกเหล้าบุหรี่หยุดความรุนแรงในครอบครัว ของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนฯ กล่าวว่าตนมีอาชีพหาเช้ากินค่ำ จนมาได้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมสุขภาพและทำกิจกรรมต่างๆ จากที่เคยมีปัญหาครอบครัวเพราะดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จนทุกวันนี้เลิกทุกอย่างหันมาเป็นแกนนำในชุมชนชวนคนอื่นลด ละ เลิก และรักษาสุขภาพรักษาครอบครัวที่ดีเอาไว้ช่วงเทศกาลต่างๆก็ช่วยกันรณรงค์ ซึ่งตรงนี้ชัดเจนว่าเราเป็นคนปลายน้ำ  ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการ สสส. แม้งบประมาณจะไม่ได้มากมาย แต่ชีวิตคนคนหนึ่งได้เปลี่ยนจากดำเป็นเทา แล้วค่อยเริ่มเป็นสีขาวได้ มันมีคุณค่ามาก แล้วพอเป็นกระแสในชุมชนเห็นได้ชัดเลยว่าความสงบสุขในชุมชนตามมา ซึ่งไม่อยากให้โครงการดีๆของสสส.ต้องถูกชะลอไว้ เพราะเรามั่นใจว่านี่คือการสร้างความเข้มแข็งให้คน ให้ครอบครัวและชุมชนอย่างแท้จริง และน่าจะเป็นเป้าหมายหนึ่งของรัฐบาล จึงอยากให้รัฐบาลเร่งยกเลิกการชะลอโครงการต่างๆโดยเร็ว และขอให้ช่วยไปเจรจากับสรรพากรด้วยว่าอย่ามาไล่บี้ภาษีกับคนทำงานสังคมเลย   เล่นย้อนหลังกัน 5 ปีแบบนี้ คงได้ขายบ้าน ขายรถไปจ่ายกันแน่   แบบนี้คนทำงาน  อาสาสมัครต่างคงหมดกำลังใจ  รัฐต้องรีบทบทวน  อย่าผลักไสเราไปเป็นอื่น

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน