posttoday
ได้ฤกษ์ไล่ซื้อยางดันราคา

ได้ฤกษ์ไล่ซื้อยางดันราคา

13 มกราคม 2559

เมื่อวันที่ 12 ม.ค.ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติกรอบแนวทางการแก้ไขปัญหายางพาราเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรยางพาราเป็นกรณีเร่งด่วน ตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรองประธานกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปด้านความมั่นคง ลดความเหลื่อมล้ำ การเกษตร ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เสนอเป็นวาระเร่งด่วน ดังนี้

เมื่อวันที่ 12 ม.ค.ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติกรอบแนวทางการแก้ไขปัญหายางพาราเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรยางพาราเป็นกรณีเร่งด่วน ตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรองประธานกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปด้านความมั่นคง ลดความเหลื่อมล้ำ การเกษตร ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เสนอเป็นวาระเร่งด่วน ดังนี้

1.ผู้ได้รับประโยชน์จะต้องเป็นเกษตรกรยางพาราที่ได้รับความเดือดร้อนโดยตรง ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง โดยให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นเจ้าภาพร่วมกับส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ส่วนราชการหรือหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย ฯลฯ ไปตรวจสอบคัดกรองเกษตรกรยางพาราที่จะให้ความช่วยเหลือให้ชัดเจน

2.กำหนดกรอบวงเงินในการให้ความช่วยเหลือให้เหมาะสมกับยางแต่ละประเภท เช่น ยางแผ่นรมควันชั้น 3 ยางแผ่นดิบ น้ำยางสด ยางก้อนถ้วย ยางแท่ง เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำหนดต้นทุนราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 กก.ละ 64.21 บาท

3.คณะทำงานขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาราคายางพาราเพื่อกำหนดมาตรการเชิงรุกช่วยเหลือเกษตรกรยางพาราเป็นกรณีเร่งด่วน จะดำเนินการในลักษณะเป็นหน่วยบริหารจัดการกลางในการประสานไปยังส่วนราชการและหน่วยงานภาครัฐ ที่มีงาน/โครงการต้องดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2559 ซึ่งจะต้องนำยางไปเป็นส่วนประกอบหลักหรือส่วนผสม เช่น การสร้างถนน สนามกีฬา ถนนสำหรับรถจักรยาน 2 ล้อ การปูพื้นกันซึม/รั่วของสระน้ำ/อ่างเก็บน้ำ ถุงมือยาง หุ่นหรืออวัยวะประกอบการเรียนการสอนทางการแพทย์/พยาบาล ฯลฯ เพื่อเพิ่มปริมาณการใช้ยาง

ทั้งนี้ อาจต้องมีการส่งเสริมการผลิตในงานหรืออุตสาหกรรมบางประเภทที่จะเข้ามารับงานจากส่วนราชการ เพิ่มเครื่องจักร เครื่องมือเครื่องใช้ ที่มีนวัตกรรมเหมาะสมในการเพิ่มผลผลิตงานราชการรองรับปริมาณยางพาราในประเทศ

4.สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ชี้แจงว่า ยางแผ่นรมควันชั้น 3 ที่ต้นทุนราคา กก.ละ 64.21 บาท เมื่อพิจารณาประกอบกับราคาน้ำมันดิบซึ่งเป็นฐานในการคำนวณค่าครองชีพของเกษตรกรชาวสวนยางที่มีความเคลื่อนไหวขึ้น-ลงอยู่ตลอดเวลาแล้ว เห็นว่าราคาที่เหมาะสมในการรับซื้อครั้งนี้ไม่ควรเกิน กก.ละ 60 บาท หรือตันละ 6 หมื่นบาท สำหรับในช่วงฤดูก่อนการปิดกรีด สามารถประมาณการผลผลิตยางในตลาดได้ 6-8 แสนตัน เบื้องต้นเห็นสมควรรับซื้อในปริมาณ 2 แสนตัน ใช้วงเงิน 1.2 หมื่นล้านบาท

ด้าน พล.ต.ต.ไกรบุญ ทรวดทรง ประธานกรรมการองค์การคลังสินค้า (อคส.) กล่าวว่า ในวันที่ 13 ม.ค.นี้จะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการนำยางพาราไปใช้ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ได้มอบหมายให้ อคส.ดำเนินการรับซื้อยางพาราจากเกษตรกรปริมาณ 1 แสนตัน ส่วนวงเงินและแหล่งที่มาจะต้องประเมินและดำเนินการตามมติ ครม. คาดว่าจะได้ความชัดเจนและดำเนินการได้ทันที

ขณะที่ อภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ปลายเดือน ม.ค.นี้จะมีผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ยางพาราจากกัมพูชามาพบกับผู้ประกอบการไทย ซึ่งมีความต้องการสินค้า เช่น หมอนที่ทำจากยางพารา ถุงมือยาง และที่นอนยางพารา มูลค่า 4 ล้านเหรียญสหรัฐ และในต้นเดือน ก.พ.จะมีผู้นำเข้าจากรัสเซียเข้ามาเจรจาธุรกิจเพื่อนำไปสู่การนำเข้ายางแผ่นและยางแท่ง 8 หมื่นตัน

อรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม ได้หารือกับตัวแทนผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมยางพารา เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ โดยขอความร่วมมือผู้ประกอบการรับซื้อยางพาราในประเทศมากขึ้น เพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมยางล้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ยางคอมพาวด์ เพื่อส่งออกให้มากขึ้น เร่งให้เกิดการใช้วัตถุดิบในการผลิตถุงมือยาง ซึ่งคาดว่าความต้องการในตลาดโลกจะเพิ่มขึ้น 20% ซึ่งผู้ประกอบการเห็นด้วย และต้องการให้รัฐช่วยผลักดันเรื่องการส่งออก ด้วยการเปิดตลาดในอาเซียนเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมจะเร่งให้ผู้ประกอบการสามารถลงทุนเปิดโรงงานแปรรูปยางพาราในปีนี้ คาดว่าจะสามารถเปิดกิจการได้ 79 โรงงาน จาก 240 โรงงาน ที่ได้รับใบ ร.ง.4 โดยในไตรมาสแรกจะมีโรงงานทยอยเปิดกิจการได้ 23 โรง กำลังการผลิต 2 หมื่นตัน/ปี

อย่างไรก็ตาม อยากให้ภาครัฐออกมาตรการดูแลเรื่องภาษีการนำเข้าเครื่องจักร ที่ปัจจุบันผู้ประกอบการต้องเสียภาษีนำเข้าแม่พิมพ์ยางล้อรถยนต์จากต่างประเทศ อีกทั้งข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ระบุว่า การนำเข้าเครื่องจักรใดๆ การตั้งโรงงานครั้งแรกจะต้องเสียภาษี

อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า จีนเป็นผู้นำเข้ายางรายใหญ่สุดของโลกมีการนำเข้าปีละ 3.7 ล้านตัน โดยจีนนำเข้าจากไทยถึง 2 ล้านตัน โดยนำเข้ายางก้อนและยางแท่งจากไทย เมื่อเศรษฐกิจจีนตกต่ำทำให้ราคายางปรับตัวลดลงด้วย

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ