
ช็อปยางหมื่นล.
รัฐบาลเทหมดหน้าตัก ใช้งบ 1.2 หมื่นล้าน ไล่ซื้อยาง 2 แสนตัน นำตลาดดันราคา 60 บาท/กก.
รัฐบาลเทหมดหน้าตัก ใช้งบ 1.2 หมื่นล้าน ไล่ซื้อยาง 2 แสนตัน นำตลาดดันราคา 60 บาท/กก.
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า องค์การคลังสินค้า (อคส.) จะเข้าซื้อยางโดยตรงจากเกษตรกรทันทีในราคานำตลาด โดยไม่ผ่านสหกรณ์หรือตัวแทนทั้งสิ้น เพื่อให้โรงงานที่มีมาตรฐานสินค้าผลิตสินค้าตามที่มีคำสั่งซื้อจากหน่วยราชการ โดยเบื้องต้นมีความต้องการใช้ยางของ 8 กระทรวง กว่า 1 แสนตัน โดยจะใช้งบรายจ่ายของแต่ละกระทรวง
สำหรับสต๊อกยางพารา 4 แสนตัน จะเก็บไว้เป็นเดดสต๊อก เพราะยังไม่มีใครซื้อ แต่หากความต้องการยางในตลาดเกิดไม่พอค่อยนำออกมาใช้
“ราคาที่ซื้อจะเป็นราคาที่เกษตรกรอยู่ได้ แต่จะไม่ไปแทรกแซงบิดเบือนตลาด เพราะรัฐก็ต้องดูกระเป๋าตัวเองด้วย จะไม่ซื้อเก็บเป็นสต๊อกเหมือนที่ผ่านมาจนเป็นปัญหา จะซื้อตามความต้องการของแต่ละโรงงานที่ไปรับออร์เดอร์จากรัฐมาผลิตแล้วยังไม่มีเงินก็รอขายของแล้วเอาเงินมาคืนรัฐ" นายกฯ กล่าว
นายกฯ ยังกล่าวอีกว่า ได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยไปดูแลเรื่องการส่งเสริมการใช้ยางในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย โดยเฉพาะการทำถนน เพื่อทำให้มีการใช้ยางเพิ่มขึ้น
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ในการประชุม ครม. สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) รายงานว่า ขณะนี้ต้นทุนการผลิตยางแผ่นรมควันชั้น 3 อยู่ที่กิโลกรัมละ 64.21 บาท เมื่อคำนวณค่าครองชีพชาวสวนยางแล้ว เห็นว่าราคาที่เหมาะสมในการรับซื้อไม่ควรเกินกิโลกรัมละ 60 บาท หรือตันละ 6 หมื่นบาท และเห็นสมควรรับซื้อปริมาณ 2 แสนตัน ใช้วงเงินทั้งสิ้น 1.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งน่าจะเพียงพอต่อการช่วยเหลือในกรณีเร่งด่วน และคาดว่าในช่วงปิดการกรีดยางจะมีผลผลิตรวม 6-8 แสนตัน
ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายที่จะนำมาใช้ควรมาจากเงินงบประมาณของส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ เงินงบกลางสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น และเงินกองทุนพัฒนายางพาราตามพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย มาตรา 49 (3) ปัจจุบันมีเงินทุนหมุนเวียน 1,860 ล้านบาท มาใช้ในจำนวนที่เหมาะสม
ด้านที่ประชุมตัวแทนเกษตรกรชาวสวนยางในภาคใต้และเครือข่าย 16 จังหวัด เห็นด้วยและสนับสนุนแนวทางการแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำของรัฐบาล โดยขอให้เกษตรกรมีส่วนร่วมให้มากที่สุด แต่จะให้เวลา 30 วัน ดันราคายางไปอยู่ที่กิโลกรัมละ 60 บาท







