โคราชใช้บ่อดินยักษ์ทำเป็นแก้มลิงแก้แล้ง
นครราชสีมา-โคราชใช้บ่อดินยักษ์กว่า 1,500 ไร่ทำแก้มลิงแก้ปัญหาภัยแล้ง ขณะกองทัพภาค 2 เตรียมนำไปเป็นต้นแบบใช้ทั่วอีสาน
นครราชสีมา-โคราชใช้บ่อดินยักษ์กว่า 1,500 ไร่ทำแก้มลิงแก้ปัญหาภัยแล้ง ขณะกองทัพภาค 2 เตรียมนำไปเป็นต้นแบบใช้ทั่วอีสาน
เมื่อวันที่12ม.ค.59 เวลา 11.00น. นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจบ่อดินของเอกชนขนาดใหญ่กว่า 1,500 ไร่ ที่ ต.หนองไข่น้ำ และ ต.โคกสูง อ.เมือง เพื่อเตรียมวางแผนใช้ทำโครงการแก้มลิง สำหรับเก็บน้ำไว้ใช้แก้ไขปัญหาภัยแล้งของชาวอำเภอเมืองนครราชสีมา
นายวิเชียร กล่าวว่า จากการสำรวจพื้นที่ดิน พบว่ามีเนื้อที่ กว่า 1,500 ไร่ แต่เบื้องต้นภาคเอกชนเองยินดีที่จะมอบพื้นที่ดังกล่าวจำนวน 500 ไร่ ที่หยุดทำการขุดทรายแล้ว ให้กับทางหน่วยงานภาครัฐใช้เป็นพื้นที่สาธารณะ ใช้ในการทำเป็นแหล่งกักเก็บน้ำ หรือ แก้มลิง เพื่อเก็บน้ำแก้ไขปัญหาภัยแล้งในระยะยาว
"พื้นที่ดังกล่าวสามารถกักเก็บน้ำได้ประมาณ 5 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งจะมีประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่ ตำบลโคกสูง ตำบลหนองไข่น้ำ และประชาชนในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา สำหรับแผนที่วางไว้ในการที่จะผันน้ำมาเก็บไว้ในพื้นที่ดังกล่าว จากการหารือ จะเริ่มดำเนินการได้ภายในปี 2559 ระยะทาง ประมาณ 3-5 กิโลเมตร จากลำเชียงไกร และลำน้ำลำตะคอง ส่วนคุณภาพของน้ำที่หลายฝ่ายกังวนว่าจะสามารถนำน้ำมาใช้ได้หรือไม่นั้น เรื่องนี้ ได้มีการทดสอบคุณภาพของน้ำจากกรมทรัพยากรน้ำ ภาค 5 ยืนยันว่าน้ำสามารถใช้ในการอุปโภค-บริโภคได้ ทั้งนี้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่รับน้ำถาวร หากดำเนินการผันน้ำมากักเก็บไว้ได้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับประชาชน
ด้านนายสุชาติ นาคบุรินทร์ ผู้รับเหมาขุดหน้าดินถมที่รายหนึ่ง กล่าวว่า ที่ดินบริเวณนี้เป็นที่ดินมีโฉนดทั้งหมด ซึ่งมีผู้ประกอบการรับเหมาขุดดินถมที่อยู่หลายสิบราย ทำการขุดหน้าดินขายมานานกว่า 20 ปีแล้ว ต่อมาทางกองทัพภาคที่ 2 โดย พ.อ.สมหมาย บุษบา ผู้บังคับการกองพลพัฒนาที่ 2 ได้เข้ามาตรวจสอบและเห็นว่ามีบางส่วนการขุดหน้าดินลึกกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ ดังนั้นในเมื่อทำผิดกฎหมายแล้ว จึงได้มีการเจรจาเพื่อขอให้โอนที่ดินทั้งหมดให้เป็นของรัฐ ซึ่งผู้ประกอบการทั้งหมดก็ยินยอมที่จะโอนให้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ
ด้านนายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา กล่าวว่า การได้บ่อน้ำขนาดใหญ่กว่า 1,500 ไร่นี้ ถือว่ามีประโยชน์กับชาวเมืองนครราชสีมาเป็นอย่างมาก เนื่องจากลำพังจะอาศัยแต่น้ำจากเขื่อนลำตะคอง และเขื่อนลำแชะ ก็จะมีข้อจำกัดหลายอย่าง เพราะต้องแบ่งน้ำให้กับประชาชนในหลายอำเภอ อีกทั้งบริเวณนี้ในช่วงน้ำหลากก็ประสบกับปัญหาน้ำท่วมบ่อยครั้ง ดังนั้นหากสามารถใช้จุดนี้ผันน้ำมาเก็บเป็นแก้มลิงได้ ก็จะช่วยแก้ได้ทั้งปัญหาน้ำท่วมและปัญหาภัยแล้ง ซึ่งหลังจากนี้ทางเทศบาลนครนครราชสีมา ก็จะนำเรื่องนี้ไปหารือในที่ประชุมสภาเทศบาลฯ เพื่อของบประมาณมาทำโรงสูบน้ำที่บริเวณนี้
พันเอกสมหมาย บุษบา ผู้บังคับการกองพลพัฒนาที่ 2 หัวหน้าคณะทำงานด้านกฎหมาย กองทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีบ่อดินลักษณะเช่นนี้อยู่หลายแห่ง ส่วนใหญ่เป็นที่ของรัฐฯ เป็น ที่ดิน สปก. สามารถใช้ประโยชน์ได้อยู่แล้ว แต่ที่แห่งนี้จะเป็นโมเดลแรกที่เป็นที่ดินของเอกชน ในการนำมาใช้ประโยชน์สำหรับกักเก็บน้ำ ซึ่งหากสามารถกักเก็บน้ำได้และเกิดประโยชน์ต่อประชาชน ก็จะทำเป็นโครงการนำร่อง ก่อนขยายไปสู่พื้นที่อื่นทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือต่อไป







