posttoday
ภาพอนาคตของคุณภาพการศึกษาไทย แบบไหนที่เราต้องการ?

ภาพอนาคตของคุณภาพการศึกษาไทย แบบไหนที่เราต้องการ?

11 มกราคม 2559

ปัจจัยที่สำคัญในการพัฒนาประเทศให้มีความสามารถในการแข่งขันในระดับภูมิภาคหรือระดับนานาชาติได้นั้นก็คือ ทรัพยากรมนุษย์ และก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคุณภาพของการศึกษาเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งปัจจุบันไทยใช้ทรัพยากรจำนวนมากในการพัฒนาการศึกษาของประเทศเพื่อให้มีคุณภาพ โดยข้อมูลจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ ที่ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด พบว่าช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ไทยใช้งบด้านการศึกษาไปแล้วกว่า 4 แสนล้านบาท แต่น่าตกใจว่าคุณภาพการศึกษาจากหลายๆ ค่าย กลับออกมาไม่มีคุณภาพที่ดีตามทรัพยากรที่ทุ่มลงไป เห็นได้จากการทดสอบระดับนานาชาติอย่าง Program for International Student Assessment (PISA) และผลการสอบ Trends in International Mathematics and Science Study (TIMSS) ที่ออกมาว่าผลการเรียนของเด็กไทยในวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ไม่มีการพัฒนาและต่ำลงอย่างต่อเนื่อง หรือผลการศึกษาจากการจัดอันดับของ IMD World Competitiveness Report ที่ระบุว่าทักษะทางภาษาอังกฤษของเด็กไทยอยู่ในระดับต่ำกว่าเพื่อนบ้านในอาเซียน

ปัจจัยที่สำคัญในการพัฒนาประเทศให้มีความสามารถในการแข่งขันในระดับภูมิภาคหรือระดับนานาชาติได้นั้นก็คือ ทรัพยากรมนุษย์ และก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคุณภาพของการศึกษาเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งปัจจุบันไทยใช้ทรัพยากรจำนวนมากในการพัฒนาการศึกษาของประเทศเพื่อให้มีคุณภาพ โดยข้อมูลจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ ที่ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด พบว่าช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ไทยใช้งบด้านการศึกษาไปแล้วกว่า 4 แสนล้านบาท แต่น่าตกใจว่าคุณภาพการศึกษาจากหลายๆ ค่าย กลับออกมาไม่มีคุณภาพที่ดีตามทรัพยากรที่ทุ่มลงไป เห็นได้จากการทดสอบระดับนานาชาติอย่าง Program for International Student Assessment (PISA) และผลการสอบ Trends in International Mathematics and Science Study (TIMSS) ที่ออกมาว่าผลการเรียนของเด็กไทยในวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ไม่มีการพัฒนาและต่ำลงอย่างต่อเนื่อง หรือผลการศึกษาจากการจัดอันดับของ IMD World Competitiveness Report ที่ระบุว่าทักษะทางภาษาอังกฤษของเด็กไทยอยู่ในระดับต่ำกว่าเพื่อนบ้านในอาเซียน

วันเด็กปีนี้ผมจึงอยากเขียนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพการศึกษาของเด็กไทยในอนาคต โดยมองผ่านภาพฉายไปในอนาคต หากเด็กเหล่านี้ไม่ได้รับการดูแล ไม่ได้รับการเตรียมสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการเรียนรู้สิ่งต่างๆ เขาก็ไม่สามารถเข้ามารับช่วงในการพัฒนาประเทศของเราได้ และเพื่อให้เรา “เห็นอนาคต” และช่วยเตือนให้เรารู้ว่าจะเกิดปัญหาอะไรบ้าง จะได้เตรียมพร้อมรับมือและ “หลีกเลี่ยง” อนาคตในรูปแบบที่เราไม่ต้องการได้ ผมได้สร้างภาพอนาคตออกตามสถานการณ์ต่างๆ 3 ภาพ บนสมมติฐานด้านคุณภาพการศึกษาด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ตลอดจนทักษะด้านภาษาอังกฤษ และยังสมมติให้เศรษฐกิจเสรีในอาเซียนจะทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายแรงงาน การลงทุนภายในภูมิภาค และเกิดโครงข่ายด้านการขนส่งและคมนาคมขึ้นเพื่อรองรับการขยายตัวระหว่างเมืองต่างๆ ภายในอาเซียน โดยภาพอนาคตที่สร้างขึ้นมีดังนี้

อนาคตรูปแบบที่หนึ่ง :  ระบบการศึกษาแบบก๋วยเตี๋ยวเรือโบราณ

ภาพอนาคตรูปแบบนี้คือกรณีที่เกิดขึ้นได้กับไทย หากเราไม่สามารถแก้ปัญหาคุณภาพการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และภาษาต่างประเทศได้ โดยระบบการศึกษาพัฒนากันไปคนละทิศละทางแบบไทยๆ เหมือนก๋วยเตี๋ยวเรือโบราณ ที่ทุกร้านต่างมีสูตรของตน ต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างทำ ไม่บูรณาการและไม่เป็นที่รู้จักในสากล ระบบการศึกษายังคงไม่ได้รับการปฏิรูปอย่างถูกต้องและเร่งด่วน ทันท่วงที เด็กไทยในวันนี้ก็จะก้าวเข้าสู่วัยรุ่น และบางส่วนเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพที่ได้มาตรฐานในระดับสากล แต่ส่วนใหญ่จะไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ประเทศไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในด้านทรัพยากรมนุษย์ในอนาคต จนไทยก้าวตามความก้าวหน้าของภูมิภาคไม่ทัน กล่าวคือ เศรษฐกิจไทยจะเติบโตในระดับค่าเฉลี่ยของเศรษฐกิจโลกได้ แต่คนในประเทศจะมีช่องว่างในด้านคุณภาพ เพราะคนที่พอจะมีฐานะส่งลูกเรียนในหลักสูตรนานาชาติหรือโรงเรียนที่มีชื่อเสียงดี จะมีคุณภาพการศึกษาในระดับที่สากลยอมรับ และได้รับโอกาสที่เปิดกว้างกว่าเด็กที่เรียนในหลักสูตรปกติ และเมื่อเติบโตไปจะได้ทำงานในต่างประเทศ หรือในประเทศที่ต้องการทักษะสูง ได้รายได้ดี แตกต่างจากเด็กทั่วไปที่เรียนในระบบการศึกษาแบบไทยๆ ที่จะมีทางเลือกน้อยกว่า เพราะงานดีๆ จะถูกคนที่มีคุณภาพที่ดีกว่าในภูมิภาคเข้ามาทำงานแทนที่ อันเกิดจากการเปิดเสรีอาเซียน

อนาคตแบบที่สอง : ระบบการศึกษาแบบผัดไทยกุ้งสด

อนาคตแบบที่สองเป็นการมองโลกในแง่ดีว่า ระบบการศึกษาของไทยจะไม่ล้มเหลวเหมือนแบบแรก คือ มีการจัดการศึกษาให้แก่เด็กไทยอย่างทั่วถึง มีคุณภาพและเท่าเทียมกัน เด็กไทยได้รับการพัฒนาในวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ แม้ภาษาต่างประเทศจะไม่คล่องนัก  แต่จะเน้นการพัฒนาการศึกษาที่เน้นสารัตถะทางการศึกษาโดยสร้างนวัตกรรมและองค์ความรู้ ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น การจัดหลักสูตรเน้นให้เด็กได้เกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง รักการอ่านและการเรียนรู้ตลอดชีวิต พร้อมด้วยคุณธรรม ค่านิยมที่ดีงาม ภายใต้ภาพอนาคตนี้ คนไทยจะมีคุณภาพ จะมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีเป็นของตน หรือสามารถนำเอาจุดเด่นของประเทศมาสร้างความสามารถในการแข่งขันในระดับสากลได้ จนได้รับการยอมรับจากนานาชาติ เหมือนผัดไทยที่ดังไปทั่วโลก ภาพอนาคตรูปแบบนี้ คนไทยอาจใช้ภาษาต่างประเทศไม่คล่อง แต่ก็สามารถสร้างสรรค์ผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับสากลได้ เพียงแต่ต้องค้นให้พบตัวเอง และออกแบบระบบการศึกษาที่สะท้อนถึงความเป็นไทยให้ได้เท่านั้นเอง

อนาคตแบบที่สาม : ระบบการศึกษาแบบบุฟเฟ่ต์อินเตอร์

เป็นอนาคตแบบที่ระบบการศึกษาได้รับการปฏิรูปอย่างถูกต้องและทันท่วงที มีการจัดการศึกษาให้เด็กไทยทุกคนอย่างทั่วถึง มีคุณภาพและเท่าเทียมกัน การจัดหลักสูตรและการเรียนการสอนที่จะพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของนักเรียนไทยให้ก้าวไปสู่มาตรฐานสากล สื่อสารได้อย่างน้อย 2 ภาษา (ภาษาอังกฤษ และภาษาประเทศเพื่อนบ้านอีก 1 ภาษา) ฝึกทักษะกระบวนการคิดเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหา ภาพนี้คนไทยจะมีการศึกษาที่เป็นสากล มีเครือข่ายระบบมหาวิทยาลัย-โรงเรียนในภูมิภาค เกิดการแลกเปลี่ยนด้านวิชาการภาษาและวัฒนธรรม เด็กไทยจะอยู่ในระบบการศึกษาแบบพหุภาษาและวัฒนธรรม แต่ละประเทศจะผลิตคนตามความถนัดและการทำงานจะไร้พรมแดน และเป็นสังคมพหุภาษาและวัฒนธรรม การเคลื่อนย้ายแรงงานจะเป็นไปอย่างเสรี

ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ทุกภาคส่วนควรต้องเอาใจใส่และเห็นความสำคัญของปัญหา “เด็กไทยด้อยคุณภาพ” นี้กันอย่างจริงจังแล้ว ไม่ใช่ปล่อยเป็นหน้าที่ของภาครัฐหรือใครคนใดคนหนึ่งในการแก้ปัญหา แต่เป็นการแก้ปัญหาทั้งระบบ คงต้องเป็นวาระแห่งชาติในการเลือกออกแบบอนาคตว่า เราอยากเห็นลูกหลานเรามีการศึกษาในลักษณะใด ควรพัฒนาการศึกษาในทิศทางไหน แล้วค่อยกลับมาออกแบบระบบการศึกษาปัจจุบันให้เป็นไปในทิศทางนั้น

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ