posttoday
โพลดุสิตคนมองใช้ม.44ย้ายขรก.ช่วยแก้ปัญหาบ้านเมือง

โพลดุสิตคนมองใช้ม.44ย้ายขรก.ช่วยแก้ปัญหาบ้านเมือง

10 มกราคม 2559

ดุสิตโพลเผยคนมองรัฐบาลใช้ม.44ย้ายข้าราชการ-นักการเมืองท้องถิ่นช่วยแก้ปัญหาบ้านเมือง แต่ต้องให้ความเป็นธรรม

ดุสิตโพลเผยคนมองรัฐบาลใช้ม.44ย้ายข้าราชการ-นักการเมืองท้องถิ่นช่วยแก้ปัญหาบ้านเมือง แต่ต้องให้ความเป็นธรรม

เมื่อวันที่ 10 ม.ค. สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยแพร่ผลสำรวจเรื่อง  "ประชาชนคิดอย่างไร? กับการใช้ มาตรา 44 กรณี แต่งตั้ง โยกย้าย สั่งพักงานข้าราชการและนักการเมืองท้องถิ่น" โดยสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,396 คน ระหว่างวันที่ 4-9 ม.ค. 2559 สรุปผลได้ดังนี้

1.ความคิดเห็นของประชาชน กับการใช้ "มาตรา 44" กรณี แต่งตั้ง โยกย้าย สั่งพักงานข้าราชการและนักการเมืองท้องถิ่น

อันดับ 1 ขอให้ใช้อำนาจอย่างถูกต้อง ยุติธรรม ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย 80.23%
อันดับ 2 ควรแก้ไขโดยเร็ว เป็นปัญหาใหญ่ที่มีมานานส่งผลกระทบต่อประเทศชาติและประชาชน 78.80%
อันดับ 3 มีทั้งผู้ที่สนับสนุนและต่อต้าน ควรพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ ชี้แจงตรวจสอบได้ 68.19%
อันดับ 4 เป็นสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมแล้ว และเห็นว่าควรทำต่อไป 57.02%
อันดับ 5 เพื่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของระบบราชการไทย 55.59%

2.ประชาชนคิดว่าการใช้ "มาตรา 44" กรณี แต่งตั้ง โยกย้าย สั่งพักงานข้าราชการและนักการเมืองท้องถิ่นจะช่วยแก้ปัญหาต่างๆของบ้านเมืองได้มากน้อยเพียงใด

อันดับ 1 น่าจะช่วยได้บ้าง 53.01% เพราะ แสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาด เอาจริงเอาจัง คนดีๆที่ตั้งใจทำงานจะได้มีกำลังใจทำงานต่อไป ฯลฯ

อันดับ 2 ช่วยได้มาก 29.51% เพราะ ช่วยแก้ปัญหาในการทำงานและปราบปรามการทุจริตให้ลดน้อยลง ท าให้เกิดความกลัวไม่กล้าที่จะทำผิด บ้านเมืองจะได้ดีขึ้น เจริญก้าวหน้า ฯลฯ

อันดับ 3 ไม่น่าจะช่วยได้ 10.32% เพราะ แก้ปัญหาไม่ตรงจุด ควรแก้ที่คนหรือระบบในการทำงานมากกว่า ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของแต่ละคน ฯลฯ

อันดับ 4 ช่วยไม่ได้เลย 7.16%เพราะ ปัญหาเหล่านี้ไม่น่าจะหมดไปจากสังคมไทยได้ เมื่อคนเก่าไปก็มีคนใหม่มาแทน ฯลฯ

3. ผลดี-ผลเสีย จากการประกาศใช้ "มาตรา 44" กรณี แต่งตั้ง โยกย้าย สั่งพักงานข้าราชการและนักการเมืองท้องถิ่น

(3.1) “ผลดี” จากการประกาศใช้“มาตรา 44”

อันดับ 1 ท าให้คนเกรงกลัว ไม่กล้าทำผิด 82.81%

อันดับ 2 การท างานมีประสิทธิภาพ งบประมาณต่างๆถูกน าไปใช้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย 72.78%

อันดับ 3 บ้านเมืองเป็นระเบียบเรียบร้อย ควบคุมดูแลง่ายขึ้น 64.76%

(3.2) “ผลเสีย” จากการประกาศใช้ “มาตรา 44”

อันดับ 1 อาจเกิดความขัดแย้ง การต่อต้านจากผู้ที่ได้รับผลกระทบหรือผู้ที่ไม่เห็นด้วย 73.93%

อันดับ 2 ถูกมองว่าเป็นการใช้อ านาจ เผด็จการมากเกินไป 69.34%

อันดับ 3 ควรใช้ได้กับทุกหน่วยงานและทุกองค์กร 51.86%

4. จากการใช้มาตรา 44 แต่งตั้ง โยกย้าย สั่งพักงานข้าราชการและนักการเมืองท้องถิ่น ซึ่งมีทั้งผู้ที่สนับสนุนและต่อต้าน ตัวประชาชนเองมีความคิดเห็นอย่างไร

อันดับ 1 เห็นด้วยกับฝ่ายสนับสนุน 54.29% เพราะ คิดว่าเป็นสิ่งที่เหมาะสมแล้ว ผู้ที่ทำผิดย่อมได้รับการลงโทษ สนับสนุนให้มีการตรวจสอบและดำเนินการกับผู้กระทำผิด เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับผู้อื่นและไม่กล้าที่จะทำผิดอีก ฯลฯ

อันดับ 2 เฉยๆ 38.26%เพราะ ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้ที่เกี่ยวข้อง อยากให้เร่งแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนมากกว่าไม่ว่าจะทำวิธีใดปัญหาเหล่านี้ก็ยังคงไม่หมดสิ้นไปจากสังคมไทย ฯลฯ

อันดับ 3 เห็นด้วยกับฝ่ายต่อต้าน 7.45% เพราะ บทลงโทษไม่เหมาะสม เป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ฯลฯ

5. สรุปแล้วประชาชนคิดว่าควรจะมีการใช้ “มาตรา 44” กรณี แต่งตั้ง โยกย้าย สั่งพักงานข้าราชการและนักการเมืองท้องถิ่นต่อไปหรือไม่

อันดับ 1 เห็นควรใช้ต่อไป 57.59% เพราะ เป็นเครื่องมือหนึ่งในการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ เป็นเรื่องส าคัญที่ควรแก้ไขและเอาจริงเอาจัง มีผลต่อการพัฒนาประเทศ ฯลฯ

อันดับ 2 ไม่แน่ใจ 31.52% เพราะ มาตรา 44 เป็นอ านาจพิเศษที่นำมาใช้ชั่วคราว ควรฟังกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากรอบด้านและดูผลดีผลเสียที่จะตามมา คงต้องรอดูสักระยะ บางกรณีอาจถูกใส่ร้ายหรือโดนกลั่นแกล้ง ฯลฯ

อันดับ 3 ไม่ควรใช้ 10.89%เพราะ แต่ละหน่วยงานมีกฎระเบียบที่ก าหนดไว้อยู่แล้ว อาจเป็นสาเหตุของความขัดแย้ง ควรพิจารณาให้รอบคอบเพื่อความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหาย กรณีผู้ที่ทำผิดจริงควรมีบทลงโทษที่หนักกว่านี้ ฯลฯ

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว