
ดีเจดังพบตร.ยอมรับผิด วอนสังคมให้อภัย
ดีเจเก่งพบตำรวจสน.ดินแดง ยอมรับผิดทั้งน้ำตา ถอยรถชนยาริส พร้อมขอโทษ วอนสังคมให้อภัย ผบช.น.สั่งยึดใบขับขี่60วัน ส่วนคู่กรณีไม่เอาความ
ดีเจเก่งพบตำรวจสน.ดินแดง ยอมรับผิดทั้งน้ำตา ถอยรถชนยาริส พร้อมขอโทษ วอนสังคมให้อภัย ผบช.น.สั่งยึดใบขับขี่60วัน ส่วนคู่กรณีไม่เอาความ
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 9 ม.ค.นายภัทรศักดิ์ เทียมประเสริฐ หรือดีเจ เก่ง ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนสน.ดินแดง เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม กรณีขับรถกระบะโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีดำ ถอยชนรถยนต์เก๋ง โตโยต้า รุ่นยาริส แต่กลับอ้างว่าถูกรถเก๋งของคู่กรณีชน จนฉาวโฉ่ไปทั้งโลกออนไลน์ โดยมีพล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รรท.ผบช.น.)ร่วมสอบปากคำด้วย
ภายหลังการสอบปากคำกว่า 2 ชั่วโมง นายภัทรศักดิ์ ได้ขอความเป็นธรรมทั้งน้ำตา พร้อมกับเล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงระหว่างเลี้ยวรถเข้าถนนมิตรไมตรี ตนและคู่กรณีขับเบียดกันมาตลอดทาง กระทั่งฝ่ายยาริสโชว์นิ้วกลางใส่จากในรถ ตนเลยชูกลับ ฝ่ายยาริสจึงลงมาจากรถและทุบกระจกรถของตน ซึ่งจากนั้นเป็นไปตามเหตุการณ์ที่ปรากฎในคลิป โดยยืนยันว่า ตนไม่ได้เริ่มก่อนและทั้งหมดเป็นเรื่องจริง สามารถตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดได้ ซึ่งขอให้ทางตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดและเหตุการณ์ทั้งหมด พร้อมยอมรับผิดในสิ่งที่ตนทำไป และขอโทษประชาชน ขออย่าพาดพิงสถาบันการศึกษาและครอบครัว
ส่วนกรณีข้อความในเฟซบุ๊กที่มีการโพสต์ยั่วยุยืนยันว่าไม่ใช่เฟซบุ๊กของตนเอง และจะดำเนินคดีกับผู้ที่สร้างเฟซบุ๊กปลอมทั้งหมด ยืนยันว่าตนเองไม่เกิดกระทำในลักษณะนี้มาก่อน ส่วนที่ใส่ร้ายคู่กรณีในคลิป ทำไปเพราะโมโหและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ วอนสังคมให้อภัย และให้โอกาสตนอีกครั้ง
ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ตำรวจสน.ดินแดงไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้งหมดว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไร เบื้องต้น ได้ยึดใบขับขี่ของนายภัทรศักดิ์ เป็นเวลา 60 วัน และดำเนินคดีในข้อหาขับขี่รถโดยประมาทและขับรถโดยไม่คำนึงถึงผู้อื่น ส่วนจะเข้าข่ายความผิดอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ต้องรอผลการสืบสวนสอบสวนก่อน พร้อมยืนยันให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ส่วนในความผิดทำให้เสียทรัพย์นั้น ตำรวจไม่ได้ดำเนินคดีเนื่องจากผู้เสียหายยอมความ
ภายหลังสอบปากคำ พล.ต.ท.ศานิตย์ เดินทางตรวจจุดเกิดเหตุ โดยเบื้องต้นพบว่า มีกล้องวงจรปิดครอบคลุมพื้นที่ เชื่อว่าไม่ยากในการตรวจสอบ แต่ ถ้าเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากการกระทบกระทั่งกันทั้งสองฝ่าย ก็จะดำเนินคดีทั้งสองฝ่าย รวมถึงต้องรอผลการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ หากผลระบุว่ามีเจตนาถึงแก่ชีวิต ก็จะดำเนินคดีเพิ่มเติม แต่ทั้งนี้ น่าจะเกิดจากอารมณ์ร้อนมากกว่า
ขณะที่ คู่กรณีที่เป็นคนขับรถเก๋งยาริส ได้เปิดเผยผ่านรายการเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ โดยเหตุการณ์วันเกิดเหตุว่า ถูกอีกฝ่ายขับปาดหน้าแบบกระชั้นชิด ก่อนจะถูกชูนิ้วกลางใส่ ตนรู้สึกโมโหมากจึงลงไปเคาะกระจกเพื่อให้ลงมาเคลียร์ แต่อีกฝ่ายไม่ลงมาจึงเดินกลับรถ แล้วก็เป็นอย่างที่เห็นในคลิป โดยภายหลังถูกถอยรถชนก็จะเข้าไปคุยเพราะต้องเรียกประกัน แต่ก็ถูกถือประแจมาขู่อีก ส่วนคลิปที่คู่กรณีให้สัมภาษณ์ว่าถูกชนท้าย ตนก็ได้ยินอยู่ แต่ไม่ได้ท้วงติงทันทีเพราะมีพยานที่เห็นเหตุการณ์อยู่ ตอนนั้นไม่รู้โกรธแล้วแต่กังวลเรื่องรถเสียหายมากกว่า
ทั้งนี้ เมื่อไปถึงโรงพักได้มีโอกาสพูดคุยกับภรรยาของคู่กรณีทำให้ทราบว่าทั้งคู่ยังมีลูกเล็กๆ ทำให้รู้สึกเห็นใจจึงไม่ติดใจเอาความ ตนเองยอมรับว่ามีส่วนผิดด้วย ตรงที่เดินไปเคาะกระจกรถ ทำให้เรื่องราวบานปลายใหญ่โต ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างคนต่างผิด







