
'พนิช'ชนะ'ก่อแก้ว' ขาด เพื่อไทยโทษพรก.ฉุกเฉิน
ผลการเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 6 กทม. วันที่ 25 ก.ค. อย่างไม่เป็นทางการ เมื่อเวลา 20.00 น. ปรากฏว่า นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ชนะการเลือกตั้ง ได้คะแนนทั้งสิ้น 96,480 คะแนน ขณะที่ นายก่อแก้ว พิกุลทอง ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้คะแนน 81,776 คะแนน โดยนายพนิชมีคะแนนทิ้งห่างนายก่อแก้ว 14,704 คะแนน โดยมีผู้ออกมาใช้สิทธิประมาณ 50%
นายพนิชได้แถลงหลังทราบผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการที่พรรคประชาธิปัตย์ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ถือว่าประชาธิปไตยได้กลับคืนมาสู่สังคมไทย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือวันที่ 26 ก.ค. จะออกไปขอบคุณประชาชนในเขตเลือกตั้ง
“
เราลงไปพื้นที่เพื่อชี้แจงถึงแนวทาง ไม่มีการกล่าวหาใส่ร้าย จึงได้รับชัยชนะ ถือเป็นกำลังใจให้กับรัฐบาลที่จะทำงานต่อไป และการเลือกตั้งในระดับชาติรัฐบาลสามารถเดินไปข้างหน้าได้” นายพนิช กล่าวทั้งนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นต้องวางไว้ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไป และการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่น่าจะมีผลอะไรกับการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะทุกคนอยู่ใต้กฎหมายเดียวกัน ใครก็สามารถลงพื้นที่ได้ แต่พรรคเพื่อไทยไม่เลือกที่จะนำคนที่สามารถลงพื้นที่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง
“
ทุกเขตการเลือกตั้งเราชนะทั้งหมด โดยชนะประมาณ 1.5 หมื่นคะแนน โดยก่อนการเลือกตั้งเราชนะเพียง 45% แต่ผลการเลือกตั้งชนะถึง 10% เป็นการชนะแบบแลนด์สไลด์และขาวสะอาดโปร่งใสผลการเลือกตั้ง” นายพนิช กล่าวทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่อยู่ระหว่างเดินทางไปพักผ่อนกับครอบครัวที่เกาะเสม็ด จ.ระยอง ได้โทรศัพท์เข้ามาแสดงความดีใจกับนายพนิช โดยนายอภิสิทธิ์กล่าวขอบคุณประชาชนที่เลือกและไว้วางใจนายพนิชและรัฐบาล ซึ่งนายพนิชและรัฐบาลจะทำงานหนักเพื่อประชาชนต่อไป
ด้านนายวิชาญ มีนชัยนันท์ สส.กทม. ในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้งซ่อมเขต 6 พรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังรับทราบผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการว่า พรรคยอมรับมติประชาชน และสาเหตุที่พรรคแพ้ ส่วนหนึ่งนั้นเป็นเพราะรัฐบาลยังคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่มีบรรยากาศเหมือนการเลือกตั้งทั่วไป และเมื่อวันที่ 2324 ก.ค. มีกลุ่มบุคคลแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ติดตามทีมงาน สก. และ สข. รวมทั้งทีมผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย และหลายคนที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งเมื่อวันที่ 25 ก.ค. แต่กลับพบว่าได้ถูกใช้สิทธิล่วงหน้าไปแล้ว มีการทุจริตโดยแจกสิ่งของในเขตบึงกุ่ม
นอกจากนี้ ยังพบว่ามีเจ้าหน้าที่แต่งกายเหมือนคอมมานโดขึ้นไปเคาะประตูในแฟลตต่างๆ เช่น เคหะรามอินทรา ซึ่งได้ทำหนังสือแจ้งไปยัง กกต. และ บช.น. ไปแล้ว ส่วนข้อหาที่บอกว่าหากเลือกนายก่อแก้วก็ไม่มีผล เพราะว่าเป็นผู้ต้องขังในข้อหาก่อการร้าย ถึงอย่างไรก็ไม่ได้ออกมารับใช้ประชาชน ซึ่งตรงนี้มีผลต่อการเลือกตั้งเป็นอย่างมาก
“การวิเคราะห์ในฐานคะแนนเรายังอยู่ในฐานที่ไม่เสียเปรียบออกมาอย่างน่าเกลียด ยังถือว่าเป็นความพอใจ พรรคคงต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นในการเลือกตั้ง สก. และ สข. ที่จะมีขึ้น เราคงนำมาปรับปรุงแก้ไขในครั้งต่อไป ทั้งนี้หลังการเลือกตั้ง จากข้อร้องเรียนต่างๆ ข้อใดเกี่ยวกับกฎหมายจะมอบให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคดำเนินการต่อไป” นายวิชาญ กล่าวนายจตุพร พรหมพันธุ์ สส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ยอมรับผลเลือกตั้ง ทุกคะแนนที่ได้มอบให้ถือเป็นความยิ่งใหญ่ แม้ว่าผู้สมัครไม่มีโอกาสเพียงนาทีที่จะมาพบกับประชาชน การใช้อำนาจรัฐต่างๆ ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบต้องว่าไปตามกฎหมาย
“
บ้านที่มีรั้วสูงมีการใช้กลไก ดีเอสไอ มาปั้นพยานเท็จ โยงมาถึงการเลือกตั้งครั้งนี้ สิ่งที่ประชา ชนได้รับจึงเป็นเพียงมุมเดียวเท่านั้น เราจึงไม่มีโอกาสทำความจริงให้ปรากฏในส่วนนั้น ทำได้เพียงชี้แจงในที่ที่เราไปตั้งเวทีปราศรัย ทำให้ประชาชนได้เข้าใจข้อเท็จจริง ซึ่งตรงนี้ถือว่าสำคัญมาก แต่ก็ยังทำได้เพียงแค่มุมเดียว” นายจตุพร กล่าวอย่างไรก็ตาม การต่อสู้เพื่อไทยยังเดินหน้าต่อไป ผลเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้เป็นบทเรียนที่มีคุณค่า จะได้รู้ว่าครั้งหน้าจะต้องปรับขบวนอย่างไร
นายนราธิป ภัทรวิมล ผอ.เขตคลองสามวา ในฐานะประธานกกต.เขต 6 แถลงผลการเลือกตั้งซ่อมส.ส.กทม. เขต 6 อย่างไม่เป็นทางการ ปรากฏว่า ผู้ได้คะแนนอันดับ 1.นายพนิช ได้คะแนน 96,480 คะแนน อันดับ 2.นายก่อแก้ว ได้ 81,776 คะแนน อันดับ 3.นายนพดล ไชยฤทธิเดช พรรคชาติสามัคคี ได้ 709 คะแนน อันดับ 4.นายอนุสรณ์ สมอ่อน พรรคความหวังใหม่ ได้ 684 คะแนน 5.นายกิจณพัฒน์ สามสีลา พรรคประชาธรรม ได้ 405 คะแนน และ 6. นายชูชาติ พิมพ์กา พรรคแทนคุณแผ่นดิน ได้ 378 คะแนน
ทั้งนี้ มีผู้มาใช้สิทธิ์ทั้งหมด 191,598 คน จากผู้มีสิทธิ์ทั้งหมด 386,660 คน คิดเป็น 49.55% เป็นบัตรดี 180,432 ใบ คิดเป็น 94.17% บัตรเสีย 2,931 ใบ คิดเป็น 1.53% บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน 8,235 ใบ คิดเป็น 4.3%
พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวว่า ขณะนี้มีการร้องเรียนถึงความไม่สงบเรียบร้อยที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ราย คือ 1.กรณีมีบุคคลไปทำลายป้ายหาเสียงของผู้สมัคร และ 2.สส.พรรคเพื่อไทย แจ้งความกรณีที่มีคนแจกข้าวสารให้กับประชาชนที่เขตบึงกุ่ม ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนและตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าการแจกข้าวสารได้แนบบัตรแนะนำตัวผู้สมัครด้วยหรือไม่ หรือแจกไปเพราะวัตถุประสงค์ใด คาดว่าจะส่งผลการตรวจสอบให้กับ กกต.ประจำเขตในเร็วๆ นี้
สำหรับที่มีการระบุว่า มีหน่วยคอมมานโดและบุคคลแต่งกายคล้ายตำรวจมีพฤติกรรมข่มขู่ตัวแทนผู้หาเสียงและประชาชนยามวิกาลนั้น พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่อง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันทำหน้าที่อย่างเป็นกลางและบริสุทธิ์ เรื่องนี้ต้องมีการสอบสวน เพราะการเมืองเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ตำรวจจะต้องไม่ตกเป็นเครื่องมือของใคร
นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ ได้เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง
“ถ้าวันนี้เป็นวันเลือกตั้งทั่วประเทศ แกนนำชุมชนและชาวบ้านจะเลือกพรรคการเมืองใด” โดยศึกษาจากตัวอย่างแกนนำชุมชนใน 76 จังหวัดทั่วประเทศ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อบต. และประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งใน 12 จังหวัด 1,898 ตัวอย่าง ระหว่างเดือน มิ.ย.ก.ค. พบว่าพรรคการเมืองที่แกนนำชุมชนตั้งใจจะเลือก 34.9% คือพรรคประชาธิปัตย์ ขณะที่ 11.7% เลือกพรรคเพื่อไทย และพรรคการเมืองอื่นๆ 12.9%อย่างไรก็ตาม แกนนำชุมชน 40.5% ไม่ระบุพรรคการเมืองที่ตั้งใจจะเลือก และเมื่อถามแกนนำชุมชนและชาวบ้านจะเลือกใคร พบว่า ก้ำกึ่งกัน คือ 32.5% เลือกพรรคประชาธิปัตย์ และ 31.9% พรรคเพื่อไทย ขณะที่ 10.7% เลือกพรรคการเมืองอื่นๆ และ 24.9% ยังไม่ระบุ
ทั้งนี้ เมื่อสอบถามประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้ง ผลสำรวจที่ออกมาใกล้เคียงกัน คือ 28.1% จะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ และ 24.1% จะเลือกพรรคเพื่อไทย ขณะที่ 7.1% พรรคการเมืองอื่นๆ และที่เหลือ 40.7% ยังไม่ตัดสินใจ







