posttoday
สสช.ชี้ท่องเที่ยวยังไม่ฟื้น

สสช.ชี้ท่องเที่ยวยังไม่ฟื้น

26 กรกฎาคม 2553

สสช.สำรวจธุรกิจท่องเที่ยวยังทรงตัว กระทุ้งรัฐบาลเร่งช่วยเหลือ ด้านทัวร์ญี่ปุ่นเร่งไทยฟื้นภาพลักษณ์กระตุ้นเที่ยว  

สสช.สำรวจธุรกิจท่องเที่ยวยังทรงตัว กระทุ้งรัฐบาลเร่งช่วยเหลือ ด้านทัวร์ญี่ปุ่นเร่งไทยฟื้นภาพลักษณ์กระตุ้นเที่ยว  

นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยว พ.ศ. 2553 ซึ่งเมื่อสอบถามความคิดเห็นผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวที่ผ่านการประเมินมาตรฐานฯในช่วงเดือนมี.ค.พ.ค. 2553 เกี่ยวกับสถานการณ์การท่องเที่ยวในภาพรวม ปี 2553 พบว่าผู้ประกอบการ 41.2% เห็นว่าสถานการณ์ดีขึ้น ส่วนอีก 26.1% เห็นว่าทรงตัว และเห็นว่าสถานการณ์แย่ลง 32.7%

สสช.ชี้ท่องเที่ยวยังไม่ฟื้น

สำหรับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ พบว่าสถานประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวส่วนใหญ่ 91.8% ได้รับผลกระทบจากปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ เช่น การเมือง การเงิน และโรคระบาด ฯลฯ และมี 8.2% ที่ไม่ได้รับผลกระทบ โดยปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ 5 อันดับแรก คือ มาจากความไม่สงบ/ความขัดแย้งภายในประเทศ 80.8% ปัญหาด้านการเมือง 68.6% ปัญหาเศรษฐกิจโลก 53.5% ปัญหาโรคระบาด เช่น ไข้หวัด 2009 ประมาณ 40% และราคาน้ำมันแพง 35.5%

เรื่องที่ต้องการให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาด้านการท่องเที่ยวมากที่สุด คือ ต้องการให้รัฐบาลสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ 83.7% รองลงมา 79.2% ต้องการให้มีการประชาสัมพันธ์สร้างภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวอย่างจริงจังและต่อเนื่อง 79.2 % ต้องการให้ฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว 62.4 % ต้องการความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว 55.9% และ ต้องการให้รักษาความสะอาดแหล่งท่องเที่ยว 52.2 %

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวกว่า 80% พึงพอใจต่อมาตรการต่างๆ ของภาครัฐ โดยมาตรการที่พึงพอใจมากที่สุด คือ ให้ส่วนราชการจัดประชุมสัมมนาในประเทศแทนต่างประเทศ

ขณะที่ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทท่องเที่ยวรายใหญ่ในเมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น กว่า 15 ราย ได้ให้ข้อคิดเห็นในการร่วมหารือกับนายชุมพล ศิลปอาชา รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา และผู้บริหารของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในโอกาสที่เดินทางไปสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น และเปิดงานลอยกระทงในเทศกาลเทนจิน มัตซูริ ที่ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 22-26 ก.ค. 2553

อย่างไรก็ตามผู้บริหารบริษัทท่องเที่ยวได้ให้ความเห็นตรงกันว่า แม้ว่าสถานการณ์ในประเทศไทยจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ยังต้องการให้รัฐบาลไทยเร่งฟื้นภาพลักษณ์ความเป็นสยามเมืองยิ้ม และอัธยาศัยไมตรีของคนไทยที่เป็นจุดแข็งในการท่องเที่ยวไทยให้กลับคืนมา เพราะคนญี่ปุ่นยังไม่แน่ใจว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งทางการเมืองได้ทำให้คนไทยเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมหรือไม่ เพราะสำหรับคนญี่ปุ่น ภาพความรุนแรงที่ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกทำให้เกิดความหวาดกลัว แต่เมื่อสถานการณ์เป็นปกติกลับไม่มีการนำเสนอข่าว ดังนั้นสิ่งไทยที่ต้องทำคือ เร่งการประชาสัมพันธ์เพื่อลบภาพเหล่านั้นออกไป เช่น การสื่อถึงความปลอดภัยในทุกพื้นที่ แม้แต่ตรอกซอกซอยเล็กๆ ก็ยังเป็นที่ปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

ในขณะเดียวกัน การจะฟื้นภาพลักษณ์ให้กลับคืนมาได้ ระยะเริ่มต้นคงต้องมีการจัดโปรโมชั่นไปพร้อมๆ กันด้วย เช่น การจัดแพคเกจทัวร์กระตุ้นท่องเที่ยวแจกคูปองสำหรับช็อปปิ้ง เป็นต้น นอกจากนี้ การอำนวยความสะดวกในการเข้าออกสนามบินควรที่จะต้องมีการปรับปรุง โดยเฉพาะในช่วงโลว์ซีซั่นที่นักท่องเที่ยวไม่ได้รับความสะดวกเท่าที่ควรแม้ว่าจะมีจำนวนน้อยกว่าช่วงไฮซีซั่นก็ตาม

ด้านนายชุมพล กล่าวว่า จะเร่งทำให้คำว่า แลนด์ ออฟ สไมล์ กลับมาโดยเร็วที่สุดนอกจากนี้เพื่อฟื้นภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69