posttoday
เมื่อคนอันเป็นที่รักถูกบังคับให้สูญหาย

เมื่อคนอันเป็นที่รักถูกบังคับให้สูญหาย

08 มกราคม 2559

เมื่อมีคนคนหนึ่งสูญหาย สังคมจะรู้สึกอะไรไหม อย่างน้อยก็มีคนจำนวนหนึ่งรู้สึกในเรื่องนี้ จึงรวมตัวกันเป็นมูลนิธิกระจกเงา และตั้งศูนย์รับแจ้งผู้สูญหายขึ้นมา

เมื่อมีคนคนหนึ่งสูญหาย สังคมจะรู้สึกอะไรไหม อย่างน้อยก็มีคนจำนวนหนึ่งรู้สึกในเรื่องนี้ จึงรวมตัวกันเป็นมูลนิธิกระจกเงา และตั้งศูนย์รับแจ้งผู้สูญหายขึ้นมา

ถ้าเปิดเว็บไซต์ของมูลนิธิคงจะอ่านพบสถิติที่น่าสนใจ ซึ่งจะขอสรุปย่อได้ดังนี้ ในปี 2558 ที่ผ่านมา มีการแจ้งจำนวนผู้สูญหายทั้งสิ้น 1,620 คน แบ่งเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย คือ เป็นหญิง 922 คน ชาย 698 คน เฉลี่ยวันละประมาณ 4.5 คน เหตุแห่งการสูญหายแบ่งเป็น สมัครใจ 740 คน ขาดการติดต่อ 484 คน สมองเสื่อม 93 คน ถูกลักพาตัว 8 คน ที่เหลือเป็นเหตุอื่นๆ ในจำนวนผู้สูญหายของปีนี้ มีจำนวนที่พบแล้ว 491 คน ที่เหลือยกยอดไปรวมกับคนหายในอดีตและที่จะหายในปีต่อไป ถ้ารวมคนหายทั้งหมดโดยมูลนิธิกระจกเงาที่ยังหาไม่พบ จะมีจำนวนสะสมรวม 4,384 คน หรือเฉลี่ยประมาณ 6.7 คนต่อประชากรหนึ่งแสนคน

จากจำนวนคนหายในปีนี้ สถิติข้างต้นแสดงตัวเลขน้อยมาก คือมีเพียง 8 คนที่อยู่ในกลุ่มประเภทถูกลักพาตัว ผมไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับกรณีเหล่านี้ ได้แต่ตั้งสมมติฐานว่าเป็นผู้สูญหายที่ถูกบังคับ ส่วนจำนวนที่มีมากกว่ามากคือผู้สูญหายที่ขาดการติดต่อ หมายความว่าการที่สูญหายไปนั้นอาจสมัครใจหรือถูกบังคับก็ได้ ประชาคมโลกจะให้ความสนใจแก่ผู้หายสาบสูญโดยถูกบังคับเป็นพิเศษ เพราะถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง สาเหตุอาจเนื่องมาแต่การไปขัดขวาง หรือขัดผลประโยชน์หรือแม้แต่ขัดใจผู้มีอำนาจ ซึ่งอาจเป็นอำนาจทางการเมืองหรือทางธุรกิจ อีกสาเหตุหนึ่งคือการขัดแย้งโกรธเคืองกันที่บานปลายเป็นการใช้ความรุนแรง ส่วนการบังคับสูญหายเพื่อขูดรีดประโยชน์จากเหยื่อ เช่น นำไปขาย นำไปบังคับค้าประเวณี นำไปเรียกค่าไถ่นั้น น่าจะเข้าข่ายการค้ามนุษย์

องค์กรสิทธิมนุษยชนของประชาคมอาเซียนถือเอาวันที่ 15 ธ.ค. เป็นวันป้องกันบุคคลจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ ทั้งนี้เพื่อรำลึกถึงครบรอบปีของการหายสาบสูญของ สมบัด สมพอน นักพัฒนาชาวลาว สมบัดจบปริญญาตรีสาขาการศึกษาในปี 2517 และปริญญาโทสาขาเกษตรกรรมในปี 2521 ที่มหาวิทยาลัยฮาวาย เขากลับมาประเทศลาวหลังจากการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองแล้วในช่วงปี 2524 เพื่อมาสอนวิธีการทำเกษตรอย่างยั่งยืน ในปี 2539 เขาได้รับอนุญาตจากกระทรวงศึกษาธิการของประเทศลาวให้ทำการก่อตั้งศูนย์อบรมร่วมพัฒนา ซึ่งจัดการฝึกอบรมให้แก่ชาวลาวและเจ้าหน้าที่พัฒนาท้องถิ่นในเรื่องการใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ในปี 2548 เขาได้รับรางวัลแมกไซไซสำหรับการเป็นผู้นำชุมชน ตลอดชีวิตของสมบัดนั้น เขาได้พยายามที่จะหลีกเลี่ยงเรื่องราวทางการเมืองมาโดยตลอด สมบัดถูกลักพาตัวในกรุงเวียงจันทน์ เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 15 ธ.ค. 2555 กล้องวงจรโทรทัศน์ปิดได้แสดงภาพที่มีตำรวจเรียกเขาลงมาจากรถและนำเขาขึ้นรถกระบะไป รัฐบาลลาวได้ปฏิเสธการรับผิดชอบการหายตัวของเขา 

ในกรณีประเทศไทย คนที่ถูกบังคับให้สูญหายซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีคือ สมชาย นีละไพจิตร ทนายนักสิทธิมนุษยชนผู้โดดเด่น เขาเป็นประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิม และเป็นรองประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของสภาทนายความแห่งประเทศ ไทย สมชายมีบทบาทสําคัญในการล่ารายชื่อเพื่อให้มีการยกเลิกการประกาศกฎอัยการศึกในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาคดีปล้นปืนเมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2547 และเป็นทนายให้พวกเขาด้วย เขามาเปิดโปงว่าพวกเขาถูกซ้อมทรมานให้รับสารภาพ เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2547 สมชายออกจากโรงแรมชาลีน่า ถนนรามคําแหง โดยรถยนต์ส่วนตัว เวลาประมาณ 20.30 น. มีผู้พบเห็นรถคันหนึ่งขับชนท้ายเพื่อให้รถของสมชายหยุด จากนั้นชาย 4-5 คน จากรถคันดังกล่าวได้พยายามบังคับให้สมชายขึ้นรถแล้วก็ขับออกไป นับจากนั้นก็ไม่มีใครพบเห็นเขาอีกเลย

อีกกรณีหนึ่งซึ่งอยู่ในความสนใจของสาธารณชนคือการหายตัวไปของ “บิลลี่” หรือ พอละจี รักจงเจริญ แกนนำชาวบ้านกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย และสมาชิก อบต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน เขาเป็นพยานคนสำคัญในคดีที่ชาวบ้านโป่งลึก-บางกลอย ยื่นฟ้องกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในข้อหาเข้ารื้อทำลาย เผาบ้านเรือนและทรัพย์สินของชาวกะเหรี่ยงกว่า 20 ครอบครัว มีบ้านพักอาศัยและยุ้งฉางของชาวบ้านถูกไฟไหม้ประมาณ 100 หลัง เมื่อปี 2554 จนนำมาสู่การฟ้องศาลปกครองกลาง เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2555  แต่แล้วในช่วงเย็นวันที่ 17 เม.ย. 2557 บิลลี่ก็ได้หายตัวไปขณะเดินทางออกจากหมู่บ้านไปยังตัว อ.แก่งกระจาน หลังจากถูกพาดพิงถึงการหายตัวไปของบิลลี่ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานได้ออกมายอมรับว่า “ได้พาบิลลี่ไปจริง แต่ได้ปล่อยตัวไปแล้ว”

การบังคับสูญหายเป็นโศกนาฏกรรมและบาดแผลทางใจอันแสนสาหัสสำหรับครอบครัว การไม่รู้ชัดถึงสาเหตุทำให้เกิดความกลัวและอดไม่ได้ที่จะมีความหวังอยู่บ้างที่จะได้พบคนที่ตนรัก แต่เวลาก็ผ่านไปโดยไม่มีความแน่นอนใดๆ มีแต่ความอาลัย คิดถึง

กรณีคนหายโดยถูกบังคับ ไม่เพียงแต่ต้องมีการเยียวยาครอบครัวเท่านั้น หากต้องการการเยียวยาสังคมด้วย เพราะโดยส่วนใหญ่ผู้สูญหายมักเป็นผู้อุทิศตนเพื่อสังคมจนตกเป็นเหยื่อแห่งอธรรมที่ใช้ความรุนแรง

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก