
ดัชนีความเชื่อมั่นฟื้น
ดัชนีความเชื่อมั่นขึ้นสูงสุดรอบ 7 เดือน การใช้จ่ายเริ่มฟื้นตัว เชื่อไตรมาส 1-2 เศรษฐกิจโตได้ 3.5%
ดัชนีความเชื่อมั่นขึ้นสูงสุดรอบ 7 เดือน การใช้จ่ายเริ่มฟื้นตัว เชื่อไตรมาส 1-2 เศรษฐกิจโตได้ 3.5%
นายธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย และผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนช่วงปีใหม่และมาตรการช็อปปิ้งลดหย่อนภาษี 1.5 หมื่นบาท จากกลุ่มตัวอย่าง 208 ตัวอย่าง พบว่า มีผู้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษี 1.86 ล้านคน จากผู้มีสิทธิที่เสียภาษี 3.25 ล้านคน มีเม็ดเงินสะพัด 1.75 หมื่นล้านบาท ได้อานิสงส์ไป 6,957 ล้านบาท เป็นเม็ดเงินที่มีการซื้อเพิ่มเติมถึง 1.09 หมื่นล้านบาท รัฐเสียรายได้ไป 3,188 ล้านบาท
“จะเห็นว่ารายได้ที่รัฐเสียไปกระตุ้นเศรษฐกิจได้ถึง 5 เท่า สะท้อนให้เห็นว่าคนยังมีเงินอยู่ในมือ ทำให้เริ่มเห็นบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอย และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเริ่มกลับมา” นายธนวรรธน์ กล่าว
นอกจากนี้ ยังพบว่าดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเดือน ธ.ค. 2558 อยู่ที่ 76.1 เพิ่มขึ้นจากเดือน พ.ย.ที่อยู่ 74.6 เป็นค่าดัชนีที่สูงสุดในรอบ 7 เดือน ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 เพราะผู้บริโภครู้สึกว่า ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย และมีความหวังว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลง ทำให้รู้สึกว่ามีเงินในกระเป๋ามากขึ้น
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันที่ลดลงทุกๆ 1 บาท/ลิตร จะช่วยชาติประหยัดได้ปีละ 2.5-3 หมื่นล้านบาท ช่วยกระตุกเศรษฐกิจได้ 0.1-0.2%
อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนมองว่าการส่งออกปีนี้จะขยายตัว 2% จากเป้ารัฐบาลตั้งไว้ 5% และราคาสินค้าพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำจากปัญหาภัยแล้ง จึงประเมินว่าปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นจะทำให้เกษตรกรมีรายได้ลดลง 5-7 หมื่นล้านบาท โดยเมื่อรวมราคาสินค้าเกษตรตกต่ำจะทำให้เกษตรกรมีรายได้ลดลง 1 แสนล้านบาท ดึงเศรษฐกิจให้ลดลง 0.3-0.5%
นายธนวรรธน์ มั่นใจว่า เศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาส 1-2 ของปีนี้น่าจะโตที่ 3-3.5% การส่งออกของไทยเริ่มดีขึ้นน่าจะทำให้ช่วงไตรมาส 3-4 แต่ปัจจัยลบที่น่ากังวลมากที่สุดคือ การก่อการร้าย และความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศรวมถึงเศรษฐกิจจีนที่ผันผวน ยังมีการขายสินค้าต่ำกว่าทุนออกมามาก







