
61ปีเบิร์ธเดย์"ทักษิณ"จากผู้นำประเทศสู่ผู้นำมวลชน
วันเกิดพ.ต.ท.ทักษิณในปีนี้กลายเป็นที่จับตามองของฝ่ายความมั่นคงอย่างใกล้ชิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบจากผู้ไม่หวังดีหรือไม่ เหมือนกับเหตุการณ์ระเบิดพรรคภูมิใจไทยเมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา
วันเกิดพ.ต.ท.ทักษิณในปีนี้กลายเป็นที่จับตามองของฝ่ายความมั่นคงอย่างใกล้ชิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบจากผู้ไม่หวังดีหรือไม่ เหมือนกับเหตุการณ์ระเบิดพรรคภูมิใจไทยเมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา
โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย
26 ก.ค.จะไม่มีความหมายอะไรเลยหากไม่ใช่เป็นครบรอบวันเกิดของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งในปีนี้ก็เป็นอีกครั้งที่บรรดาพลพรรคคนรักทักษิณได้พยายามโหมกระพือจัดงานให้อลังการล้านแปดเพื่อแสดงความรักที่มีต่อพ.ต.ท.ทักษิณ
เส้นทางชีวิตของพ.ต.ทักษิณ นับได้ว่าแทบไม่มีใครที่จะไม่รู้จักว่าเขาเป็นใครมาจากไหนแต่ส่วนใหญ่คนไทยจะรู้จักเขาในฐานะเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จและเป็นนักการเมืองที่ครั้งหนึ่งได้รับความชื่นชอบจากประชาชนอย่างถล่มทลายจนทำให้เป็นนายกฯที่อยู่ในตำแหน่งนานถึง 6 ปี นับได้ว่านานที่สุดตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญ2540
พ.ต.ท.ทักษิณ มักจะบอกเสมอว่าตัวเขานั้นมีนิสัยเหมือนบิดา (นายเลิศ ชินวัตร เสียชีวิตแล้ว) ทั้งในเรื่องความเป็นคนกล้าได้กล้าเสีย และ ชอบมองหาเทคโนโลยีใหม่ๆมาพัฒนาธุรกิจของครอบครัว เช่น การนำเครื่องปั่นมะพร้าวจากกรุงเทพมาทำมะพร้าวบกเป็นคนแรกของอ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ไม่เว้นแม้กระทั่งการปลุกฝังความคิดเกี่ยวกับการเมือง
ในหนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพนายเลิศเมื่อปี2540 มีการบันทึกเอาไว้ว่า “ระหว่างที่เป็นส.ส.นายเลิศมักจะพานายทักษิณ บุตรชาย ซึ่งขณะนั้นยังเป็นนักเรียนเตรียมทหารไปพร้อมกับตนเองเข้าร่วมการประชุม ทั้งประชุมพรรคและประชุมสภาฯอยู่เสมอๆ”
การได้รับรู้เกี่ยวกับกระบวนการทางการเมืองจากผู้เป็นพ่อนี้เองที่ทำให้พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนที่มีความคิดอยู่ในจำพวก "หัวก้าวหน้า" สามารถผลักดันตัวเองไปศึกษาถึงระดับปริญญาเอกที่สหรัฐอเมริกาจากนั้นมาประกอบธุรกิจส่วนตัวด้านคอมพิวเตอร์ก่อนมาทำธุรกิจโทรคมนาคมแบบไร้สาย ซึ่งทำให้ครอบครัวชินวัตรกลายเป็นมหาเศรษฐีขึ้นมาทันที
จากการประสบความสำเร็จในเรื่องของการทำธุรกิจนี่เองได้กลายเป็นแรงผลักดันที่พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการจะไขว่คว้าหาความสำเร็จในเวทีการเมืองบ้าง
พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าสู่การเมืองด้วยการเป็นรมว.ต่างประเทศ โควต้าพรรคพลังธรรมสมัย รัฐบาล นายชวน หลีกภัย ปี 2538 เข้ารับตำแหน่ง หัวหน้าพรรคพลังธรรม ต่อจาก พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และ เป็นรองนายกฯสมัย รัฐบาล นายบรรหาร ศิลปอาชา ในปี พ.ศ. 2539 เป็นรองนายกฯอีกครั้ง ในสมัย รัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ
ทั้งนี้ นอกเหนือไปจากนายเลิศผู้เป็นพ่อของพ.ต.ท.ทักษิณ จะเป็นแบบอย่างของการใช้ชีวิตของพ.ต.ท.ทักษิณ แล้ว ยังมีอีกคนที่พ.ต.ท.ทักษิณ เคยยกย่องให้เป็นแบบอย่าง (role model) ในทางการเมืองด้วย ซึ่งบุคคลนั้น คือ "ชวน หลีกภัย" ในหนังสือ "ตาดูดาว เท้าติดดิน" ซึ่งเป็นบันทึกอัตชีวประวัติของพ.ต.ท.ทักษิณได้บรรยายถึงความภูมิใจของพ.ต.ท.ทักษิณที่มีต่อนายหัวของพรรคประชาธิปัตย์เอาไว้ดังนี้
“อันที่จริงผมตัดสินใจจะมาทำงานการเมืองตั้งแต่ปี 2535 แล้วจากการชักชวนของคุณชวน หลีกภัย ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคประชาธิปัตย์สมัยการเลือกตั้ง 2535/2 โดยส่วนตัวผมมองว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคเก่าแก่น่าสนใจ ส่วนหัวหน้าพรรคผมชื่นชอบคุณสมบัติความเรียบง่าย สมถะ ซื่อสัตย์ ยึดหลักการของคุณชวน หลีกภัยไม่น้อยเลยทีเดียว คุณชวนเป็นหนึ่งในสองนักการเมืองที่เป็น role model หรือเป็นแบบอย่างของผม นอกเหนือจากพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ซึ่งผมชื่นชมในความสมัยใหม่ มีวิสัยทัศน์ ฉับไว และกล้าตัดสินใจของท่าน”
การสั่งสมประสบการณ์ทางการเมืองที่เพิ่มพูนมากขึ้นเป็นลำดับจากการเข้าไปเป็นรัฐมนตรีถึง 3 รัฐบาลและรับรู้ถึงการร่วมทำงานกับนายกฯมาแล้วถึง 3 คน ทำให้ในปีพ.ศ.2541 พ.ต.ท.ทักษิณ ตัดสินใจก่อตั้งพรรคไทยรักไทยขึ้นพร้อมกับประกาศสร้างวาทกรรมใหม่ว่า "คิดใหม่ทำใหม่"
พรรคไทยรักไทยแห่งนี้อาจสถานที่ที่ช่วยให้พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จทั้งในทางธุรกิจและทางการเมือง ซึ่งในทางการเมืองพ.ต.ท.ทักษิณ สามารถนั่งอยู่บนเก้าอี้นายกฯได้ถึงสองสมัยโดยสมัยแรก (พ.ศ.2544-2548) ยังสามารถดำรงความเป็นรัฐบาลได้ถึง 4 ปีเต็มตามอายุของสภาผู้แทนราษฎร
ส่วน สมัยที่สอง (พ.ศ.2548-2549) ของการเป็นรัฐบาลพรรคไทยรักไทยยังสร้างประวัติศาสตร์ด้วยจัดตั้งรัฐบาลพรรค เดียวด้วยเสียงส.ส.ในสภาฯ 377 คน จากทั้งหมดจำนวน 500 คน สวนทางกับพรรคประชาธิปัตย์คู่แข่งทางการเมืองสำคัญที่เวลานั้นเข้าสู่ยุค ขาลงอย่างสุดขีดเพราะมีส.ส.เพียง 96 คน
แต่แล้วกราฟชีวิตทางการเมืองของพ.ต.ท.ทักษิณ ก็เข้าสู่ช่วงขาลงเพราะเกิดการรัฐปะหารในปี2549 ตามมาด้วยการถูกศาลฎีกาพิพากษาในดดีอาญา รวมทั้งการพาตัวเองเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงทั้งในทางตรงและทางอ้อมอย่างที่ทราบกันดี
ด้วยเส้นทางชีวิตและความทรงอิทธิพลในทางการเมืองของพ.ต.ท.ทักษิณได้ทำให้วันเกิดของอดีตนายกฯคนนี้กลายเป็นวันที่มีความหมายขึ้นมาทันทีและมักจะถูกผูกโยงกับสถานการณ์ทางการเมืองในแต่ละช่วงเวลานั้น
เช่นกันกับปีนี้ วันเกิดปีนี้ของพ.ต.ท.ทักษิณ ได้เกิดขึ้นท่ามกลางท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยพ.ร.ก.ฉุกเฉินซึ่งบรรยากาศของบ้านเมืองเพิ่งผ่านพ้นเหตุการณ์เผาวอดที่ยังจับมือใครดมไม่ได้จำนวนมาก
ส่งผลให้ฝ่ายความมั่นคงต้องขยับตัวเพื่อหาข่าวว่าจะมีมือที่มองไม่เห็นมาสร้างสถานการณ์หรือไม่ ต่างกับงานวันเกิดอายุครบ 60 ปีของพ.ต.ท.ทักษิณเมื่อปี 2552 ที่งานในวันนั้นไม่ได้เกิดท่ามกลางบรรยากาศแห่งความหวาดระแวงเสียงระเบิดเหมือนกับปีนี้
“ตำรวจสันติบาล ได้เตรียมการดูแลไว้เรียบร้อยแล้ว ต้องเฝ้าจับตามองในจังหวัดที่มีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไปก่อนหน้านี้ ซึ่งมีกระแสข่าวว่า กลุ่มความเคลื่อนไหวบางกลุ่ม ยังไม่หยุดนิ่ง และอาจถือโอกาสยกเลิก พ.ร.ก.ก่อเหตุก็เป็นได้” พล.ต.ท.ตรีทศ รณฤทธิวิชัย ผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสันติบาล (ผบช.ส.) กล่าว
ขณะเดียวกัน เมื่อไม่นานมานี้ กลุ่มแดงสยามและกลุ่ม24 มิถุนาประชาธิปไตยเพิ่งจัดงานวันเกิดให้กับพ.ต.ท.ทักษิณไปด้วยความชื่นมื่นที่จ.ราชบุรี พื้นที่ปลอดการบังคับใช้พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ขณะที่พ.ต.ท.ทักษิณได้โฟนอินเข้าในงานด้วยเป็นเวลา 5 นาที
"ขอให้ทุกคนใจเย็น ตอนนี้กำลังรวบรวมเอกสารหลักฐาน เพื่อมีการต่อสู้ให้รัฐบาล ได้รู้จักการเยียวยาและขอให้ทุกคนโชคดีมีความสุข พร้อมได้ขอให้ทุกคนอดทน อาจจะได้ความสำเร็จและความสงบสุขต่อไปในอนาคตข้างหน้า" เนื้อหาการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณ
เพราะฉะนั้น วันเกิดนายใหญ่ในปีนี้จึงกลายเป็นที่จับตามองของฝ่ายความมั่นคงอย่างใกล้ชิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบจากผู้ไม่หวังดีหรือไม่ เหมือนกับเหตุการณ์ระเบิดพรรคภูมิใจไทยเมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งมีการอธิบายกันในฝ่ายความมั่นคงว่าอาจเป็น "การเอาคืนเชิงสัญลักษณ์" เพราะเหตุการณ์ใกล้เคียงกับวันพระราชทานเพลิงศพ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผลหรือ เสธ.แดง







